ตอนที่ 78
บทที่ 452 ห๊า! ฮูหยินกุ้ยคลอดแล้ว
October 28, 2026
ช่างมันเถอะ ตอนกินข้าวต้องตั้งอกตั้งใจถึงจะรับรสอร่อยได้ เดิมใจหลิงหล่งนั้นจะยั่วยุโทสะ หนอนกู่ที่อยู่ต่อหน้านั้นใกล้จะกลับไปอยู่ในอ้อมอกเจ้าของเต็มที แต่กลับดิ่งลงพื้น เจ้าหนอนกู่นั้น ‘ตายห่า’ แล้ว
“ห๊า!” แม่นมอูร้องขึ้นเสียงดัง นางก็เหมือนดั่งหนอนกู่ไม่มีผิด และอายุที่เยอะขึ้นของนางทนแรงกระแทกเช่นนี้ไม่ไหว ทำให้นางหมดสติไปทันที
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว สาวใช้เดิมที่นั่งคุกเข่าอยู่นั้นยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รีบเร่งไปพยุงตัวฮูหยินกุ้ยและแม่นมอู
“ฮูหยินกุ้ย ท่านเป็นอะไรไปค่ะ?” สาวใช้คนหนึ่งถามขึ้น ยังคิดว่าฮูหยินนั้นแสร้งป่วย เลยร้องไห้และพูดว่า “ฮูหยินกุ้ย เดิมครรภ์ท่านก็ไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว ท่านจะทนไม่ไหวแล้วใช่ไหมค่ะ……”
เมื่อง่วงนอนก็ต้องมีหมอน หมิงโร่เดิมก็อยากฉวยโอกาสสืบว่าฮูหยินนั้นเป็น ‘โรค’ อะไรกันแน่ คราวนี้เห็นเป็นโอกาสทองแล้ว
หมิงโร่ยิ้มหวานแล้วเดินไปหาฮูหยินกุ้ย: “ข้าพอมีวิชาแพทย์ติดต่ออยู่บ้าง ข้าขอตรวจชีพจรให้ท่านก่อนค่ะ”
หมิงโร่ปิดโอกาสคำปฏิเสธของฮูหยินกุ้ยรีบจับชีพจรของนาง ถึงแม้ชีพจรจะจับได้ว่าร่างกายกำลังตั้งครรภ์ แต่ว่ามันเต้นเร็วบ้างช้าบ้าง ต่างจากการตั้งครรภ์ของพระชายารองหวังผิงอย่างน่าอัศจรรย์ พระชายารองหวังผิงนั้นทารกตายตั้งแต่ในครรภ์ อย่างไรก็ตามก็ยังมีครรภ์ได้ แต่ของฮูหยินกุ้ยที่ท้องนั้น ‘ป่องขึ้น’ แต่ข้างในนั้นว่างเปล่า
หมิงโร่นั้นแสร้งใช้มืออีกข้างจับชีพจร มือนั้นไปจับโดนผ้าผืนหนึ่งที่พันเอวของฮูหยินกุ้ย นางใช้มีดปลายแหลมนั้นกรีดเข้าไป ผ้าหลายชั้นที่ถูกพันไว้นั้นหลุดออกมาทันที
ฮูหยินกุ้ยมั่นใจว่าตนเองนั้นกำลังตั้งครรภ์ ไม่มีความเกรงกลัวที่จะให้ “หมอ” นั้นตรวจร่างกาย ยิ่งกว่านั้นนางเพิ่งได้รับบาดเจ็บ และร่างกายที่ค่อนข้างจะอ่อนแอ
“ชีพจรครรภ์นั้นเต้นได้อ่อนมาก ควรต้องพักฟื้นให้ดี” หมิงโร่ลุกขึ้นและก้าวออกมายืนข้างๆ
“ข้าน้อยร่างกายไม่สู้ดีนัก ขอให้ท่านอ๋องยกโทษให้ด้วย” ฮูหยินกุ้ยก็รู้สึกว่านี่เป็นโอกาส “พ่อบ้านซือทำงานเร่งรีบเกินไป ทำให้เดินชนท่านอ๋องอย่างไม่ตั้งใจ ขอให้ท่านอ๋องอภัยให้ด้วย” ห้องสมบัตินั้นนอกจากนายท่านแล้ว มีแต่ชือหว้าง”ที่สามารถเปิดได้ เขาจะโดนจับไปไม่ได้
“ท่านนี้คือฮูหยินกุ้ย?” ฉู่เฉินโจวอยากจะถามน้าหญิงนี้ผู้นี้ตั้งนานแล้ว แต่เห็นว่าครรภ์นางไม่แข็งแรงต้องรักษาตัวและปฏิเสธไป อีกทั้งเขาเป็นผู้ชาย ไม่ควรเข้าไปเรือใน ได้แต่จำใจอยู่เช่นนั้น
“ใช่ข้าน้อยเอง” ฮูหญิงกุ้ยรู้สึกว่าสายตาคนที่ถามนั้นคมกริบและเย็นชา ดูแล้วไม่น่าจะรับมือได้ง่ายๆ
“คืนที่เกิดเรื่องขึ้นในจวน เจ้านั้นเข้าพักผ่อนตอนกี่ยาม ได้ยินเสียงอะไรไหม?” แม่นางผู้นี้ดูแล้วท่าทีดูไม่ได้ปกติมากนัก แต่
ชู่เฉินโจวก็ไม่ปล่อยโอกาสที่จะสืบถามนั้นทิ้งไป
“ช่วงหลายวันมานี้สุขภาพครรภ์ข้าน้อยไม่ค่อยดีนัก ก็จะนอนพักทั้งวัน หลับๆตื่นๆ ข้าน้อยจำช่วงเวลาที่แน่นอนไม่ได้” นางตอบอย่างรัดกุม
“เจ้าไม่รู้……แต่คนดูแลที่ข้างกายเจ้าน่าจะรู้ไหม?” ฉู่เฉินโจวนั้นกวาดสายตาไปมองบรรดาสาวใช้ที่อยู่หลังนาง
ฮูหยินกุ้ยรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นเล็กน้อย วันที่เกิดเรื่องนางกับแม่นมอูนั้นเข่นฆ่าคนไปทั่ว ไม่ได้อยู่ในเรือนด้วยซ้ำไป ถ้าสาวใช้ทั้งห้าคนนี้บอกเวลาที่ต่างกันออกไป ความจริงต้องรั่วไหลเป็นแน่?
ฮูหญิงกุ้ยเหลือบไปมองแม่นมอูที่ยังหมดสติ ฉุกคิดขึ้นมาพูดว่า “วันนั้นมีแต่แม่นมอูคนเดียวที่ดูแลข้าอยู่ในห้อง ตอนนี้นาง……แพ้อากาศร้อนจนหมดสติไปแล้ว”
ฉู่เฉินโจวสายตาเยือกเย็น นี่มันใกล้เข้าหน้าหนาวแล้ว ยังแพ้อากาศร้อนได้รึ? ล้อเล่นกับเขาอยู่รึ? แต่ดูท่าแม่เฒ่าแล้วน่าจะหมดสติไปจริงๆ……
“ท่านใต้เท้าฉู่ ฮูหยินกุ้ยท่านนี้ร่างกายไม่แข็งแรงไม่สามารถคุกเข่าเป็นเวลานานได้ ให้นางลุกขึ้นแล้วค่อยๆอธิบายเถอะ” หมิงโร่นั้นพูดแทนฮูหยินกุ้ยอย่างเห็นใจ
ฉู่เฉินโจวมองหน้าพระชายาอย่างไร้คำพูด ขนาดว่านางคุกเข่าพูดยังไม่พูดความจริง ถ้าให้นางลุกขึ้นมานั่งอย่างสบายแล้วอธิบาย ไม่รู้ว่าจะเฉไฉไปถึงเมื่อใดกัน!
ซือห้าวเฉินรู้ดีว่าสาวใช้นั้นจะไม่พูดจาเปิดเผยกับคนที่มีท่าทีน่าสงสัย เขาเลยขยิบตาเพื่อส่งสัญญาณให้ฉู่เฉินโจว
“งั้นเจ้าก็ลุกขึ้นมาพูดซิ” ฉู่เฉินโจวพูดขึ้น