ตอนที่ 90
บทที่ 464 อาจารย์เป็นพยากรณ์เทพผู้หนึ่ง
October 28, 2026
ตอนนี้ในจวนอ๋องผิงก็ยุ่งวุ่นวายไปหมด ตั้งแต่ช่วงบ่ายไทเฮาส่งคนมาส่งรังนกอาเจียวเยอะมากให้แก่ชายารองอู๋ ชายารองอู๋ยังไม่ทันได้ดีใจเลย แม่นมฝูก็บอกว่าไทเฮาชอบครีมหน้าใสนั้นเป็นอย่างมาก
ชายารองอู๋ยัดซองแดงใบใหญ่ให้แม่นมฝู ถึงจะสืบข่าวคราวของเหยียนหมิงยู่ได้ว่าเอครีมหน้าใสที่นางให้ไปนั้นไปให้ไทเฮาเฉียนต่ออีกที ไทเฮาเฉียนรับสั่งให้แม่นมฝูมาเยี่ยมเยียนนางนั้นก็เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น ที่จริงแล้วคือจะมาขอครีมหน้าใสเพิ่มนั้นเอง
ชายารองอู๋โมโหจนอยากจะบ้าตาย เหยียนหมิงยู่นางแพศยาผู้นั้นไม่เพียงแต่ยืมดอกไม้ไปถวายพระเอาความดีความชอบเข้าตัวต่อหน้าไทเฮาแล้ว ยังดึงนางเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยในมือนางก็มีครีมหน้าใสเพียงแค่สิบกระปุกเท่านั้นเอง หากใช้พวกนี้หมดแล้ว นางก็ไม่รู้เช่นกันว่าควรจะทำอย่างไร
แต่หากไม่ให้ครีมหน้าใสแกไทเฮา ใบหน้านั้นของไทเฮาเกิดมีปัญหาขึ้นมา นางก็จะต้องโดนหางเลขไปตามๆ กันทันที ทั้งชื่อเสียงและเกียรติยศนี้ก็ต้องถูกเหยียนหมิงยู่ทำลายป่นปี้ไปหมด เท่ากับว่าสิ่งที่ตนเองสร้างขึ้นมานี้มันเปล่าประโยชน์ไปหมด เกิดเรื่องขึ้นมายังต้องกลายเป็นแพะรับบาปไปอีก ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าโมโหจริงเชียว
แม่นมฝูหยิบครีมหน้าใสสามกระปุกที่ชายารองอู๋ให้มา แล้วกลับวังไปอย่างไม่ค่อยพอใจนัก
ชายารองอู๋กลับโมโหจนอยากจนบ้าตาย เลือดกู่ที่อยู่ในร่างกายหลายวันนี้ก็ไม่ราบรื่นเท่าไร ตอนนี้ยิ่งพลุ่งพล่านเข้าไปใหญ่ เพียงแค่ไม่นานก็เห็นเลือดออกมา
หมอจวนทั้งสองคนผลัดเปลี่ยนกันทั้งรมยาเคี่ยวยาก็ไม่ดีขึ้นเลย อ๋องผิงประทับอยู่บนรถสี่ล้อ มองดูหญิงรับใช้ หญิงแก่ หมอจวนเคี่ยวยาแต่ละรอบๆ อย่างวุ่นวาย จึงได้เพียงรู้สึกว่าอารมณ์หงุดหงิดขึ้นมา
ชายารองอู๋รีบหาผลยาที่แม่นมอูเคยให้ไว้เมื่อก่อน หลังจากกินลงไปถึงจะทำให้เลือดไหลได้ช้าลงบ้าง รีบให้หญิงรับใช้ข้างกายไปเชิญแม่นมอูมา แต่กลับคิดไม่ถึงว่าทางเข้าจวนชือตอนนี้ปิดสนิทไปเลย ยังมีทหารคอยเฝ้ารักษาการไว้อยู่อีก หญิงรับใช้คนนั้นยังไม่ทันได้เข้าไปใกล้ก็ถูกทหารเฝ้าเวรไล่ตะเพิดออกไปแล้ว
และในตอนนี้เอง ในวังก็มีข่าวส่งมาบอกอีกว่าไทเฮาอาการไม่ค่อยสู้ดีนัก อ๋องผิงจึงได้เพียงกำชับให้หมอจวนดูแลชายารองอู๋ให้ดีๆ แล้วก็รีบร้อนเข้าวังไปทันที
ตอนที่อ๋องผิงมาถึงนั้นก็ถูกทำให้ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง ไทเฮาเฉียนทุกข์ทรมานทนปวดจนอ่อนแรงเต็มที ขดตัวสั่นเทาอยู่บนเตียง สีหน้าขาวซีด ริมฝีปากทเริ่มเป็นมีเขียว ท่าทางที่หายใจเข้ามากแต่ผ่อนลมหายใจออกน้อยเช่นนั้น
อ๋องผิงให้ทหารคนสนิทเข็นเขามาที่หน้าเตียงของไทเฮาเฉียน จับมือขงอไทเฮาเฉียนไว้แน่น: “เสด็จย่า หลานมาเยี่ยมท่านแล้ว หลานได้รับบาดเจ็บที่ขาไปสองครั้งที่ผ่านมานี้ล้วนเป็นหมอหมิงที่โรงยาพระหนึ่งรักษาให้ทั้งสิ้น ฝีมือแพทย์ของเขาล้ำเลิศอย่างสุดๆ หลานพาท่านไปให้หมอหมิงตรวจดูอาการหน่อยเถอะ”
“ดีๆ ......” ไทเฮาเฉียนกล่าวด้วยลมหายใจที่รวยรินยิ่ง: “รีบไป......”
ฮ่องเต้ตานซู่ค่อยๆ ขมวดคิ้วขึ้น ไทเฮาที่หายใจรวยรินได้เพียงเท่านี้จะออกไปเดินทางไปๆ มาๆ ให้ลำบากอีก เกรว่ายังไปไม่ถึงโรงหมอ คนก็ไม่ไหวแล้ว
“มีรับสั่งลงไปมีราชโองการให้หมอหมิงแห่งโรงยาพระหนึ่งเข้าวังมาตรวจรักษาอาการให้ไทเฮา” ฮ่องเต้ตานซู่กล่าว
“เสด็จพ่อ หมอหมิงผู้นั้นไม่เคยออกไปตรวจอาการด้านนอก เกรงว่า......” อ๋องผิงกลัวว่าหมอหมิงจะเกิดเรื่องไม่ลงรอยกันกับคนที่เสด็จพ่อส่งไปได้ หมอหมิง
เสด็จพ่อรู้ว่าตนเองเป็นคนเสนอให้เขาเข้าวัง งั้นก็อาจจะเกิดเป็นความบาดหมางขึ้นมาได้
“เขาจะละเมิดราชโองการเช่นนั้นหรือ!” สองวันนี้เดิมแล้วฮ่องเต้ตานซู่ก็อารมณ์ไม่ค่อยจะดีเท่าไรนัก เป็นเพียงแค่หมอชาวบ้านคนหนึ่งเท่านั้นก็จะเป็นปฏิปักษ์กับเขาเช่นกันหรือ?
องครักษ์มังกรออกมาแล้วคุกเข่าข้างหนึ่งลงรายงานว่า: “ฝ่าบาท ตามที่ข้าน้อยได้สืบมา หมอท่านนั้นที่อยู่โรงยาพระหนึ่งมีความเกี่ยวข้องกับใต้เท้าราชครูอยู่บ้าง เกรงว่าจะเป็นคนของตำหนักหยุนจง
ฮ่องเต้ตานซู่จึงนึกขึ้นมาได้ว่าตอนที่อ๋องผิงได้รับบาดเจ็บที่ขาครั้งแรก หมอหลวงต่างก็บอกว่าต่อไปก็คงจะลุกยืนไม่ได้แล้ว แต่หมอท่านนั้นกลับรักษาจนดีขึ้นมาได้ เขาก็เลยให้องครักษ์มังกรไปสืบดู......
“จางจินเลี่ยง เจ้าไปเชิญคนมาให้ได้อย่างดีๆ เลย......” ฮ่องเต้ตานซู่นวดขมับไปมา ไม่ว่าจะเป็นราชครูหรือตำหนักหยุนจง เขาก็ไม่อยากจะล่วงเกินเลย
“ข้าน้อยรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”
จางจินเลี่ยงรับรู้ได้โดยสัญชาตญาณว่าธุระเรื่องนี้ต้องจัดการไม่ง่ายแน่ หากใช้ไม้แข็งก็ย่อมไม่ได้อย่างแน่นอน เกิดยั่วให้คนกลัดกลุ้มขึ้นมา ฝ่าบาทก็คงจะไม่เข้าข้างเขาอยู่แล้ว แต่หากเชิญคนมาไม่ได้ล่ะก็ เขาก็ยากที่จะหลบการถูกลงทัณฑ์ได้ อีกประเดี๋ยวก็ทำได้เพียงแค่ขอร้องอย่างเอาเป็นเอาตาย ก็เพียงแค่หวังว่าผู้ที่เป็นหมอจะมีจิตใจเมตตา หมอหมิงผู้นั้นก็ตามเขาเข้าวังมาเถอะ
พอถึงโรงยาพระหนึ่ง จางจินเลี่ยงกล่าวว่าจะหาหมอหมิงเพื่อตรวจดูอาการ
เสิ่นซงบอกกับเขาด้วยรอยยิ้มว่า: “อาจารย์ของข้าไปหลบหนาวทางใต้แล้ว เดินทางไปก็หลายวันแล้ว รอฤดูใบไม้ผลิมาแล้วถึงจะกลับมาน่ะ”