ตอนที่ 89
บทที่ 463 ข้าจะปกป้องเจ้าเอง
October 28, 2026
ไทเฮาเฉียนเห็นหมิงโร่ดื่มชาไปแล้ว ยังมีอารมณ์ที่จะพูดคุยกับพระชายาชินอ๋องรุ่ยเจ๋ออีก มุมปากก็ปรากฏออกเป็นรอยยิ้มเยาะเย้ย ดูว่าเจ้ายังจะถือดีได้อีกนานแค่ไหน......
จวบจนความเจ็บปวดบางๆ เริ่มขึ้นจากตำแหน่งกระเพาะ ลามไปจนปวดไปทั้งกระเพาะและลำไส้ทั้งหมด รอยยิ้มของไทเฮาเฉียนนิ่งงันอยู่ที่มุมปาก หน้าตาค่อยๆ เปลี่ยนเป็นดุร้ายขึ้นมาทันที
“องค์ไทเฮา นี่ท่านเป็นอะไรไป?” แม่นมฝูที่ไปจวนอ๋องผิงเพิ่งจะกลับมารับรับใช้ พบว่าสีหน้าขององค์ไทเฮาดูแปลกไป
“ข้าปวดท้อง” ไทเฮาเฉียนทนความเจ็บปวดที่โหดร้ายไปยิ่งขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกว่าตนเองนั้นราวกับว่ากลับไปตอนที่คลอดบุตรในปีนั้นเลย
แม่นมฝูก็ถูกทำให้ตกใจเช่นกัน รีบให้ขันทีน้อยไปเรียกหมอหลวงมา นางในใหญ่ที่รับผิดชอบในการรินชาเมื่อครู่ก็ทำอะไรไม่ถูกเลย หรือไม่ใช่ว่าตนเองจะสลับกาผิดไป? ทำไมพระชายาหยุนชินอ๋องไม่เป็นอะไรแม้แต่นิดเลย แต่ไทเฮากลับต้องทุกข์ทนกับการปวดท้อง
คิดดูแล้วก็ไม่ถูกนัก ตอนที่ตนเทชาให้พระชายาหยุนชินอ๋องก็สับเปลี่ยนกาน้ำชาแล้ว หากตนเกิดสะเพร่าขึ้นมาจริงๆ ไม่เพียงแต่ไทเฮาดื่มชาแล้วจะปวดท้อง ชาของพระชายาชินอ๋องรุ่ยเจ๋อ องค์หญิงหนิงผิงและพระชายาจวิ้นอีกสองพระองค์ก็ต้องมีปัญหาไปด้วย ไม่มีเหตุผลที่ไทเฮาจะปวดท้องเพียงคนเดียว แต่คนอื่นๆ กลับไม่เป็นอะไรเลย
เพียงชั่วพริบตาเดียว เฉินย่วนโฉ่ก็มาถึงแล้ว และที่มาด้วยกันนั้นก็ยังมีฮ่องเต้ตานซู่ที่เป็นห่วงเสด็จแม่ องค์ชายทั้งหลายที่เป็นห่วงเสด็จย่า และซือห้าวเฉินที่เป็นห่วงภรรยา
เมื่อครู่ที่หลิงหลงหายไปอยู่พักหนึ่ง ซือห้าวเฉินก็นั่งไม่ติดแล้ว เขาทราบดีว่าต้องเป็นทางด้านของหมิงโร่แน่ๆ ที่เกิดเรื่องขึ้น หลิงหลงจึงต้องหายออกไป ดีที่หลังจากหลิงหลงกลับมา ดูแล้วไม่ได้มีความไม่สบายใจอะไร แต่ท่าทางขององค์หยุนชินอ๋องก็คือ ดวงตาจ้องเขม็งเหมือนกับทองแดงที่สะท้อนภาพได้ ปรากฏเป็นแสงอัจฉริยภาพแวบขึ้นมา หูก็กระดิกราวกับเส้นขอบฟ้า ฟังเสียงที่น่าสงสัยได้ทั้งหมด......
ทางด้านนี้ก็มีขันทีมารายงานบอกว่าไปเฮาจู่ๆ ก็ปวดท้องกะทันหัน ลูกหลานผู้กตัญญูทั้งหลายก็รีบข้ามมาดูอาการกันใหญ่ เขาคนนี้ก็เป็นลูกเปี้ยนหยีที่ต้องเรียกไทเฮาเฉียนว่าท่านแม่ ก็ตามไปที่ตำหนักหลังอย่างตามสถานการณ์
เฉินย่วนโฉ่ตรวจดูชีพจร อีกทั้งยังไต่ถามถึงอาการเล็กน้อย ก็ได้วินิจฉัยว่าไทเฮาเฉียนเกิดอะไรขึ้นกันแน่แล้ว อาการนี้ราวกับว่าเป็นโรถลำไส้บิด แต่โรคลำไส้บิดส่วนใหญ่จะเกิดในช่วงหน้าร้อน หรือทานของที่ดิบเย็นมันเลี่ยนเข้าไป นี่เป็นช่วงฤดูหนาวเหน็บเกิดโรคลำไส้บิดขึ้น ถือว่าพบเห็นได้น้อยมาก
แต่ทว่าเขาก็หยั่งรู้ลึกๆ ว่าในวังหลวงที่คร่าชีวิตคนไม่คลายกระดูกเช่นนี้ แล้วสามารถเล่นงานไทเฮาได้น่าจะไม่ใช่คนธรรมดาแน่ หากเขาพูดความจริงออกไป เกรงว่าจะเอาตัวไม่รอดได้ อีกอย่างยิ่งรู้เยอะก็ยิ่งตายเร็ว สู้แสร้งทำเป็นว่าตรวจไม่เจออะไรจะดีกว่า โดนคนคิดว่าฝีมือการแพทย์ไม่เอาไหนก็ดีกว่าเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยง
“เกรงว่าองค์ไทเฮาจะทานอาหารที่มันเลี่ยนเยอะเกินไป น้ำชาที่ดื่มก็เย็นไปหน่อย ทำให้นำมาซึ่งโรคลำไส้ได้” เฉินย่วนโฉ่ออกใบสั่งยาไปพลางแล้วก็กล่าวไปพลาง “ให้ไทเฮาย้ายไปในห้องที่อบอุ่นจะดีกว่า ดื่มยาลงไปก่อน แล้วค่อยเจาะเลือด น่าจะสามารถบรรเทาอาการได้เล็กน้อย”
ตอนนี้ไทเฮาเฉียนเจ็บปวดจนตาทั้งสองข้างจะถลึงออกมา ได้ยินคำพูดของเฉินย่วนโฉ่ ใจก็เย็นลงไปบ้างเกือบครึ่ง นางก็ไม่ได้แปลกใจที่เฉินย่วนโฉ่จะรักษานางตามโรคลำส์บิด ปัญหาก็คือนางทราบดีว่าการรักษาเช่นนี้ยังไงก็ไม่เห็นผล
“ฮ่องเต้......ข้าปวดรุนแรงมาก ไปหาหมอหลวงคนอื่นมา......มาดูอาการของข้า......” ตอนนี้ไทเฮาเฉียนปวดจนไม่ไหวแล้ว แบกภาพลวงตาไว้หวังว่าจะมีหมอหลวงที่สามารถรักษานางได้
“ส่งไทเฮากลับไปยังตำหนักบรรทมก่อน แล้วค่อยไปตามหมอหลวงที่เป็นเวรทั้งหมดของโรงหมอหลวงมาที่หอหย่งชุน เพื่อตรวจอาการให้ไทเฮา” ฮ่องเต้ตานซู่ก็ไม่ได้คลุมเครือ นับว่าเตรียมการได้อย่างดีเลย
ไทเฮาก็ถูกแบกกลับไปยังวังบรรทมอย่างรวดเร็ว ฮ่องเต้ตานซู่ก็นำพวกองค์ชายและพระชายาตามไปเช่นกัน เป็นถึงหนึ่งในลูกหลานที่กตัญญู ซือห้าวเฉินและหมิงโร่ก็เลยไม่อาจจะจากไปได้โดยง่าย
หมิงโร่มองไปรอบๆ แล้วกล่าวด้วยเสียงเบาๆ ว่า: “ที่นี่มีสถานที่ที่เป็นมุมอับหรือไม่ ข้าต้องเขียนจดหมายส่งออกไป”
ซือห้าวเฉินก็ไม่ได้ไต่ถามอะไรอีกเลย ได้เพียงพาหมิงโร่หลบเข้ามายังห้องเล็กของตำหนักรอง หมิงโร่หยิบดินสอที่ทำเองออกมา ขีดๆ เขียนๆ ตัวหนังสือที่ค่อนข้างเยอะลงไปหนึ่งแผ่น หลังจากเขียนเสร็จแล้วก็เอาจดหมายผนึกเข้าไปในกระบอกไม้ไผ่ เรียกชูซานให้ไปส่งจดหมาย
ซือห้าวเฉินจูงมือของหมิงโร่เดินออกมาจากห้องเล็ก สองคนนั่งอยู่บนเกี้ยว จากนั้นก็ไปทางหอหย่งชุน: “ยังไงพวกเขาก็จำเป็นต้องไปหาโรงยาพระหนึ่ง อย่างไรเสียไทเฮาก็รักชีวิตเสียยิ่งกว่าอะไร”
“แม้จะบอกว่าพิษนี้ไม่ถึงแก่ชีวิตก็ตาม ทนหน่อยก็ผ่านไปได้ แต่ดูท่าแล้วไทเฮาไม่เหมือนกับคนที่จะทนอะไรได้จริงๆ” หมิงโร่ส่ายหัว “แม้ว่าเมื่อก่อนจะดื้อรั้นเอาการ อยู่อย่างสูงศักดิ์สุขสบายมานานหลายปีเช่นนี้ แน่นอนว่าทนลำบากไม่ได้หรอก ข้าก็ต้องกันเอาไว้ก่อน อย่าทำให้ลูกศิษย์เก่าของข้าต้องตะลึงไป”