ตอนที่ 88
บทที่ 462 ของดีก็ต้องแบ่งปัน
October 28, 2026
ไทเฮาเฉียนก็อยากจะยัดคนใส่เข้าไปในจวนหยุนชินอ๋องเพื่อเป็นหูเป็นตา แต่ว่าลองไปก็หลายครั้ง ไม่ต้องพูดถึงว่าคนก็ยัดเข้าไปไม่ได้ แต่ยังมีคนไม่น้อยที่ถูกเพิ่มเข้ามายังเรือนหอของตน
“ชายเฉินอายุก็ไม่น้อยแล้ว เรื่องของการมับุตรน่าจะต้องเร่งหน่อย ข้าอาศัยช่วงปลายปีหาชายารองให้ชายเฉินเสียสองคน ปีหน้าไม่แน่ว่าก็มีข่าวดีก็ได้” นางสนมรูปโฉมงดงามสามารถสั่งการให้ไปยังเรือนหอได้ คุณหนูที่ดูเป็นการเป็นงานก็ส่งไปยังสถานที่นั้นไม่ได้แน่นอน
แต่เพียงแค่คนที่จะไปเป็นชายารองนี้ยังต้องไตร่ตรองให้ดีๆ จวนจิ้งกั๋วกงให้เจ้าเด็กเจ้าเล่ห์นั่นไปเป็นคนของตระกูลเยว่ก็มากเพียงพอแล้ว ไม่ต้องส่งเสริมบารมีให้เขาอีกแล้ว
“องค์ไทเฮาช่างเป็นผู้ดีที่ลืมเรื่องต่างๆ ไปได้ง่ายเสียจริง ฝ่าบาทส่งท่านอ๋องของข้าไปเป็นทูตสันทวไมตรีที่ซีคัง อย่าว่าแต่ปลายปีเลย แม้แต่เริ่มฤดูใบไม้ผลิแล้วก็ไม่อาจกลับมาได้ทัน ไม่มีเวลาจะมาแต่งชายารองเข้ามาหรอกจริงๆ” น้ำเสียงของหมิงโร่เยือกเย็นไปหมด
ไทเฮาเฉียนคิดเพียงแค่ว่าต้องการจะยัดคนเข้าไปในจวนหยุนชินอ๋อง แต่ก็ลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทเลย
องค์หญิงแปดยังคงกัดหมิงโร่ไม่ปล่อยอยู่ดี เอ่ยปากขึ้นด้วยเจตนาที่ไม่ดี: “ต้นปีแม้ว่าเวลาจะค่อนข้างกระชั้นชิดอยู่บ้าง แต่ก็สามารถเลือกคนเอาไว้ก่อนได้ รอหยุนชิงอ๋องกลับมาจากซีคังแล้วค่อยแต่งเข้ามาก็ได้แล้ว แต่งชายารองไม่ได้เหมือนกับการรับนางสนมเข้ามา ต้องมีพิธีรีตอง ยังไงก็ต้องเตรียมการสองถึงสามเดือนเช่นกัน” จากนั้นก็ยังพูดด้วยคำพูดหนักหนาที่ทำร้ายจิตใจ “หงสาเจ้าต้องใจกว้างต่อหยุนชิงอ๋องให้มากๆ จะมาหวงก้างไว้มันไม่ได้หรอกนะ จะทำผิดกฎทั้งเจ็ดในการออกเรือนได้”
องค์หญิงแปดค่อยๆ หรี่ตาลง อย่างไรเสียนางเก้าเจ้านังหนูบ้านี่ก็ไม่ให้หยุนชิงอ๋องแต่งชายารองอยู่แล้ว ก็ต้องกลายเป็นว่ามีชื่อเสียงเสียหายในการหวงก้าง นางให้หยุนชิงอ๋องแต่งชายารองเข้ามา ในจวนนั้นก็ย่อมมีแต่แก่งแย่งไปมาอย่างน่ารำคาญใจในทุกวัน
หมิงโร่ยิ้มอย่างเย็นชา ชื่อเสียงคืออะไรหรือ? สามารถกินได้หรือสามารถดื่มได้ ข้าต้องใส่ใจไหม? เพื่อแสดงออกถึงความใจกว้างของนางก็เลยให้สามีแต่งเมียน้อย สมองน่าจะกลวงนะ!
“ท่านอ๋องของข้าดูแลตัวเองสะอาดสะอ้าน และไม่ชอบนางสนมหรือโสเภณีพวกนั้นเลย ตอนที่ข้าไม่ได้เข้าจวน หลังเรือนก็สะอาดสอ้านเช่นกัน ตอนนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น พระชายาผิงจะมาหาว่าข้าหวงก้างได้อย่างไรกัน?” บนหน้าของหมิงโร่ปรากฏรอยยิ้มที่ไร้เดียวสาอย่างไม่มีเลศนัยใดๆ แฝงอยู่เลย “สามารถมีสามีที่ดีขนาดนี้อย่างท่านอ๋องเป็นบุญของหงสาแล้ว พระชายาผิงเร่งรัดที่จะยัดคนเข้าไปในจวนเสด็จอาเช่นนี้ หรืออาจเป็นไปได้ว่าอิจฉาที่พวกเราสามีภรรยารักใคร่กลมเกลียวกัน?”
“เจ้า......” องค์หญิงแปดถูกตรอกหน้าหงายจนแม้แต่คำพูดเดียวก็พูดไม่ออก นางก็ไม่ได้อิจฉาหรอกนะที่หยุนชิงอ๋องมีฐานะสูงศักดิ์เปี่ยมด้วยอำนาจ อีกทั้งยังหล่อเหลาเอาการด้วย และที่สำคัญที่สุดก็คือ เอ็นดูนางเก้าเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น แม้แต่ไปเป็นทูตที่ซีคังยังต้องพานางไปด้วย......
แล้วหวนกลับมาคิดถึงตนเองอีก อยากจะรั้งพระสวามีให้อยู่ค้างอ้างแรมยังต้องเอาเงินออกมาตั้งมากมาย นางไม่อิจฉาก็แปลกแล้ว!
ตอนนี้อย่าว่าแต่องค์หญิงแปดเลย ทั้งคุณหนูและองค์หญิงแปดที่นั่งอยู่ตรงนั้นต่างอิจฉาตาร้อนกันไปหมด ใครบ้างไม่อยากได้รับการเอ็นดูจากพระสวามีโดยลำพังคนเดียวบ้าง เป็นบ้าหรือไม่ถึงจะอยากขุดหลุมในใจไว้ต่อสู้ที่เรือนหลังน่ะ
หมิงโร่ยิ้มออกมาอย่างละเมียดละไม แม้ว่าข้าจะไม่สนใจการเสียชื่อเสียงของหญิงสาวที่หวงก้างก็ตาม แต่พระสวามีของข้ารักเดียวใจเดียวเกินไป ยังไงก็ไม่ต้องถือมือข้าไปหวงก้างหรอก แล้วก็แอบยิ้มอยู่ในใจ: ข้าอยากเป็นหญิงหวงก้างบ้าง แต่เสียดายที่เงื่อนไขมันไม่อำนวยอะนะ
คำพูดพวกนี้ของหมิงโร่ได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ให้แก่องค์หญิงหนิงผิงว่า ‘การหวงก้าง’ เดิมทีแล้วก็ไม่ใช่ความผิดของผู้หญิง หากผู้ชายไม่เจ้าชู้เช่นนั้น ผู้หญิงยังไงก็ไม่จำเป็นจะต้องหวงก้าง
ดวงตาขององค์หญิงหนิงผิงมีแสงแวบขึ้นมา มองไปยังหมิงโร่ด้วยความรู้สึกเลื่อมใสยิ่งนัก
แววตานี้ค่อนข้างจะร้อนแรงไปนิด หมิงโร่ถูกมองจนทำตัวไม่ถูกแล้ว: “หยูหนิงกินอาหารสิ ห่านเจนี้ทำได้ไม่เลวนะ รสชาติดีมาก”
“อ่อ ได้ ข้าขอมองพี่สะใภ้เก้าอีกประเดี๋ยวแล้วค่อยทาน” องค์หญิงหนิงผิงเท้าคางมองมายังหมิงโร่ต่อ “พี่สะใภ้เก้า บนตัวของท่านราวกับว่ามีแสงเปล่งประกายออกมาก็ไม่ปาน”
“ข้าก็ไม่ใช่ตะเกียงไฟเสียหน่อย ทำไมจะต้องเปล่งแสง......” หมิงโร่ก็ไร้ซึ่งคำพูดเช่นกัน
“แน่นอนว่าไม่ใช่ตะเกียงไฟ เสด็จพี่เก้าเป็นไข่มุก” ราวกับว่าองค์หญิงหนิงผิงทึ่งไปกับการเปรียบเปรยของตนเล็กน้อย แล้วกล่าวด้วยเสียงเบาๆ กับหมิงโร่ว่า “พี่สะใภ้เก้าเป็นไข่มุกที่เสด็จพี่เก้าหวงแหนไว้ในมือ”
“อ่อ~” หมิงโร่ลากน้ำเสียงยาว จงใจกดเสียงให้ต่ำลง “ข้าจะบอกเขาให้นะ ก็จะบอกว่าหยูหนิงพูดว่า เขาเหมือนกับท่านพ่อของข้าไม่มีผิดเลย......”
“ฮะๆๆ พี่สะใภ้เก้าท่านอย่าบอกเสด็จพี่เก้าอย่างเด็ดขาด ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนี้......” องค์หญิงหนิงผิงรู้สึกว่าตนเองต้องจบสิ้นแน่ๆ
“ไม่ทานอาหารของเจ้าให้ดีๆ หากมองข้าเช่นนี้อีก อีกประเดี๋ยวข้าก็ไปบอกเขา” หมิงโร่ยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มที่ไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดี