ตอนที่ 115
บทที่ 489 ใจป้ำเหมือนเดิม
October 28, 2026
รถม้าออกจากตำบล เดินทางประมาณครึ่งชั่วยามก็เข้าสู่ ‘ยอดเขา’ แห่งตำหนักหยุนจง
หมิงโร่่มีบางอย่างที่คาดไม่ถึง นางจำได้ว่าคราวก่อนตอนลงเขาผ่านป่าเขาวงกต ต้องเดินอยู่สามถึงสี่ชั่วยาม
จวินเช่อมองออกว่าหมิงโร่่สงสัยจึงคลายความสงสัยให้นาง: “นอกหุบเขาตั้งค่ายกลเอาไว้ เข้าออกต้องใช้เส้นทางต่างกัน”
“อ้อ” หมิงโร่่พยักหน้า “ถ้าไม่มีคนนำทาง ข้าต้องหลงทางแน่”
หลิงหลงกระพือปีกเล็กน้อย:ท่านแม่วางใจ ลูกเดินครั้งเดียวก็จำทางได้
หมิงโร่่รู้สึกพึงพอใจ เด็กน้อยที่ตัวเองเลี้ยงดูมา เป็นเจ้าหนูน่ารักที่ช่างเข้าอกเข้าใจคนอื่น
เว่ยโป๋ยังคงสนุกไม่รู้เหนื่อยกับการเกาชายเสื้อของศิษย์พี่ เกาจนซ้ายขวาตะเข็บหลุด ดูแล้วเป็นแฟชั่น
จวินเช่อเห็นศิษย์น้องมองดูชายเสื้อของเขา พอเขามองตามถึงเพิ่งรู้ว่าเว่ยโป๋ทำ
จึงหิ้วเจ้าตัวน้อยขึ้นมา: “ข้าว่าเจ้า ต้องตัดเล็บหน่อยแล้วล่ะ”
หมิงโร่่ไม่ใจดีหยิบกรรไกรออกมาจาก ‘ชายเสื้อ’ ยื่นให้ศิษย์พี่
“จึ ๆๆ……” จิ้งจอกเงินน้อยทำขนพองอีกแล้ว ขนกลมพองในเสี้ยววินาที
“อยู่ไม่นิ่งระวังจะตัดกรงเล็บของเจ้าทิ้ง” จวินเช่อจับกรงเล็บของเว่ยโป๋ ไม่นานก็ตัดเล็บออกหมด
หมิงโร่่ลูบขนที่กลมพอง เว่ยโป๋ด่าว่าหมิงโร่่ที่มอบเครื่องมือลงทัณฑ์: “จึ ๆ……จึ ๆ……”
“ตัดเล็บแล้วแถมกอดด้วย เว่ยโป๋ต้องขอบคุณข้าแน่นอน” น้ำเสียงของหมิงโร่่ดูแน่ใจมาก
“เหอะ หึ ๆ” ซือห้าวเฉินขำภรรยา ขนพองเป็นก้อนกลมขนาดนั้น แม่หนู่มองเป็น ‘ขอบคุณ’ ได้ยังไง?
พอเว่ยโป๋ฟังคำพูดของหมิงโร่่ ขนก็เรียบลงไปเยอะ เล็บมีค่า การกอดยิ่งมีค่ามากกว่า!
รถม้าเร่งเดินทางจนมาถึงครึ่งทางของยอดเขาหลิงหยุนจึงหยุดลง นายท่านที่ปกติไม่สนใจแต่งเนื้อแต่งตัว กลับเปลี่ยนชุดที่ลูกศิษย์ตัดใหม่ให้เขา รัดผมด้วยรัดเกล้าบัวขาวหยก ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ไหญ่ที่แขวนคำอวยพรสีแดงเต็มต้น ยิ้มแฉ่งเห็นแต่ฟันไม่เห็นลูกตา
“อาจารย์” หมิงโร่่ลงจากรถม้าก็วิ่งตรงมาหาอาจารย์ “ข้ากลับมาแล้ว”
“ดี ๆ” นายท่านเห็นศิษย์น้อยของตัวเองก็อารมณ์ดี
เว่ยโป๋กระโดดลงจากรถม้าทั้งที่ยังไม่หยุดนิ่ง ฟ้องอยู่ข้างขานายท่านไม่หยุด ว่าศิษย์ทั้งสองของเขา ทรมานจิ้งจอกอย่างไร้มนุษยธรรม
จากนั้นก็ยื่นกรงเล็บน้อย ๆ ให้นายท่านดูว่ามันไม่มีเล็บไว้เกาแล้ว
น่าเสียดายที่ ตอนนี้ในสายตาของนายท่านมีเพียงศิษย์น้อย อยู่ ๆ ก็ไม่สนใจมัน
พอเห็นว่าฟ้องแล้วไม่เป็นผล จิ้งจอกน้อยก็ทำขนพองอีก
หมิงโร่่หิ้วมันขึ้นมาส่งให้อาจารย์: “อาจารย์ ดูท่าทางเว่ยโป๋คิดถึงท่านมากเลยนะ”
“อะไรหรือเว่ยโป๋?” นายท่านมองดูสัตว์เลี้ยงแสนรักของตัวเอง จึงตอบสนองสิ่งที่ศิษย์พูดถึงคือซวงเจี้ยง “เปลี่ยนเป็นชื่อนี้ได้ดี ดูอย่างนี้แล้วยิ่งเหมือนผ้าพันคอผืนหนึ่ง”
จิ้งจอกเงินน้อยแทบไม่กล้าเชื่อหูของตัวเองว่าตัวเองไม่เป็นที่โปรดปรานแล้วหรือ?
ต่อไปนายท่านจะร่วมกับศิษย์สองคนนี้โจมตีข้าเหรอ?
เว่ยโป๋รู้สึกว่าเป็นจิ้งจอกไม่ง่าย หัวและหางลู่ลง เป็นคอของข้าเว่ยโป๋ไม่ผิด
“โร่เอ๋อร์ไปพักผ่อนเสียหน่อยก่อน อาจารย์จะไปดูว่าชิงเหว่ยแขวนโคมไฟเสร็จหรือยัง” นายท่านอยู่มานานหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่ฉลองปีใหม่ สิ่งเหล่านี้ที่เตรียมการก็ฟังมาจากอานซินกับอานเซินบอกมา
“นายท่านโปรดวางใจ ข้าจะพาศิษย์พี่หมิงโร่่ไปพักที่เรือนซีถง” อานซินควบรถม้าตรงไปที่เรือนซีถง