ตอนที่ 114
บทที่ 488 ภารกิจประชันไหวพริบดอกบัวขาว
October 28, 2026
“แบบนี้จะจัดการก็ยิ่งง่าย” ซือห้าวเฉินก็รู้สึกว่านี่เป็นข่าวดี อันที่จริง ถ้าแม่ทัพใหญ่ซูหลงกลจินพิงเหมยเข้าจริง ๆ เด็กคนนี้จะเป็นมลทินขนาดใหญ่ในชีวิตการทหารของเขาเลย
“ให้ท่านลุงสามจัดคนส่งนางไปพระนครโดยเร็วที่สุดเถอะ” เรื่องนี้จำเป็นต้องให้ท่านลุงใหญ่รู้และจะทำให้คนอื่นแตกตื่นด้วย
“อืม” ซือห้าวเฉินพยักหน้า “และต้องตรวจสอบเจ้าเมืองคนนั้นให้ถี่ถ้วน ที่นี่เป็นเขตชายแดนจะให้เกิดเรื่องผิดพลาดใด ๆ ไม่ได้”
“อ้อ เช่นนั้นข้าจะบอกท่านลุงสามหน่อย” หมิงโร่่พยักหน้า
“เรื่องนี้ข้าจะบอกเขาด้วยตัวเอง และจะส่งองครักษ์ลับกุมตัวจินพิงเหมยส่งไป”
ในเมื่ออีกฝ่ายคิดจะให้จินพิงเหมยเป็นสายเข้ามาในจวนแม่ทัพเกรงว่ายังมีลูกไม้ตามมาอีก
“ข้าจะเขียนจดหมายฉบับหนึ่งให้ท่านตา เจ้าให้องครักษ์ลับนำไปด้วย” หมิงโร่่รู้สึกว่าท่านตากับบรรดาท่านลุงล้วนเป็นคนซื่อ ๆ ตรงไปตรงมา พอที่จะต้านน้ำตาของยัยบัวขาวได้ ถึงเวลาอย่าได้ถูกลุกเข้าล่ะ
“บางที……เขียนให้ท่านยายจะได้ผลกว่า” ซือห้าวเฉินอ้าปากขำ
“อ้อ ใช่” ท่านยายใหญ่สุดในบ้าน ภารกิจประชันไหวพริบยัยดอกบัวขาวที่ยากเช่นนี้ มอบให้ผู้เฒ่าอย่างนางเข้าท่ากว่า
หมิงโร่่เดินไปที่หน้าโต๊ะหนังสือ หยดน้ำลงในแท่นฝนหมึก หยิบแท่งหมึกที่อยู่ข้าง ๆ ขึ้นมา ค่อย ๆ ฝน
หมิงโร่่ขี้เกียจคิดบรรดาสำนวนสุภาพ สรุปเรื่องที่จินพิงเหมย ‘กรรโชก’ ท่านลุงใหญ่ให้ชัดเจนกระชับ
เน้นเรื่องที่นางอาจจะเป็นสายที่ซีคังส่งมา ต้องเฝ้าดูอย่างเข้มงวด สังเกตว่านางคลุกคลีใกล้ชิดกับใคร ถ้าหากจับสายลับที่ฝังตัวอยู่ในพระนครได้ก็จะยิ่งดี……
หมิงโร่่อ่านทวนจดหมายที่เขียนเสร็จอีกรอบ เมื่อไม่มีอะไรตกหล่น รอน้ำหมึกแห้งแล้วก็นำจดหมายใส่ซองปิดผนึกด้วยตราประทับ
ซือห้าวเฉินรับจดหมายที่หมิงโร่่เขียนเสร็จมาก็ไปหานายท่านซูสาม
หมิงโร่่เองก็ขี้เกียจออกไปจึงเดินเตร็ดเตร่อยู่ในสวน จนถึงหน้าแปรงดอกไม้ที่จัดเป็นสวนหิน เห็นพืชอวบน้ำมากมายก็รู้สึกถึงความน่ารัก
“นายหญิง ท่านดูอะไรอยู่หรือ?” อะยวนย่อเข่าลงข้างกายหมิงโร่่
“ดอกไม้ใบหญ้าเหล่านี้ดูแล้วน่าสนใจทีเดีย” หมิงโร่สัมผัสใบที่เนื้อหนาอวบอิ่ม
“ภูเขาด้านหลังตำหนักแม่หมอมีพื้นที่ผืนหนึ่งเกิดพืชชนิดนี้ขึ้นมากมาย มีหลากหลายพันธุ์มากกว่าที่นี่” อะยวนเหมือนเข้าสู่ความทรงจำ “มีชนิดหนึ่งเรียกว่าไป๋ผีเยว่เจี้ย เหมือนเทียนไข สามารถใช้ขี้ไต้จุดไฟได้โดยตรง”
นางไม่เคยลืมเลือน วันที่ตำหนักแม่หมอถูกหมอมนต์ดำครอบครอง เนินเขาลูกนั้นถูกเผาเป็นทะเลเพลิง ส่องสีแดงทั่วท้องฟ้าที่มืดมิด……
ฮูหยินซูสามกับนายท่านซูสามอยากเลี้ยงต้อนรับหยุนชินอ๋องสองสามีภรรยา ดังนั้นจึงเตรียมมื้อค่ำอย่างอุดมสมบูรณ์ พอรู้ว่าพวกเขาไม่สามารถอยู่ฉลองข้ามปีในจวนได้จึงทำอาหารประจำปีของชายแดนสองสามอย่างขึ้นเป็นพิเศษ
“โร่เอ๋อร์ ลองชิมไก่ตุ๋นหม้ดินกับขาหมูรมควันนี่ดูสิ เป็นอาหารจานเด็ดของพ่อครัวประจำจวนเลย” ฮูหยินซูสามแนะนำหมิงโร่่
“ได้ ข้าจะชิมทั้งหมด” หมิงโร่่ชิมหม้อตุ๋นดู น้ำแกงสดชื่นเนื้อนุ่มบำรุงร่างกายอย่างดี
อาหารจานนี้ไม่เลว ‘หม้อดิน’ ที่ใช้ทำอาหารก็พิเศษ หมิงโร่่ตัดสินใจว่าประเดี๋ยวจะถามพ่อครัวดูหน่อย ถ้าทำไม่ยากนางก็จะซื้อหม้อดินไปทำดู
หลังรับประทานมื้อค่ำเสร็จ สาวใช้ก็ไปยกน้ำชาที่ขาดไม่ได้ในงานเลี้ยงออกมา ฮูหยินซูสามได้ยินหมิงโร่่บอกว่าสนใจการทำไก่ตุ๋นหม้อดิน จึงเรียกพ่อครัวมาบอกวิธีการทำ
หมิงโร่่ฟังดูแล้วก็ไม่ยาก ก็คือน้ำแกงชามหนึ่งที่นึ่งออกมา จึงตัดสินใจว่าพรุ่งนี้ตอนซื้อของสำหรับปีใหม่ต้องซื้อหม้อดินแบบเดียวกันนี้เสียหน่อย
ในคืนนั้น จินพิงเหมยก็ถูกส่งตัวขึ้นเรือบรรทุกสินค้าไปยังพระนครในชั่วข้ามคืน
ตอนแรก ทหารที่คุมตัวนางเห็นนางเป็นหญิงสาวก็ไม่อยากทำให้ลำบาก จึงขังนางไว้ในห้องนอน
นึกไม่ถึงว่านางจะสมคบกับคนงานเรือจนเกือบจะส่งข่าวออกไป