ตอนที่ 113
บทที่ 487 จินฉานเอ๋อร์เป็นใคร
October 28, 2026
อะยวนเข้าใกล้จินฉานเอ๋อร์ทีละก้าว ๆ พูดด้วยรอยยิ้มว่า: “แม่นางไม่ต้องกลัว บ่าวจะเบามือ ไม่เจ็บแม้แต่นิดเดียว”
มีเสียงดังหึ่ง ๆ ขึ้นในหัวจินฉานเอ๋อร์ รอยยิ้มแฉ่งของอะยวนในสายตาของนางกลับวังเวง คนผู้นี้เคยเป็นสาวใช้ข้างกายนาง ภายหลัง……ถูกท่านพ่อฆ่าปิดปากไปแล้วนี่
ดังนั้น ตอนนี้นางเป็นคนหรือเป็นผีกันแน่!
ฉุนยี่ใช้มือข้างหนึ่งกดลงที่ไหล่จินฉานเอ๋อร์ อะยวนเจาะเลือดด้วยความคล่องแคล่วส่งให้นายหญิง
หมิงโร่่ใส่ตัวอย่างเลือดลงไปในกระเป๋าการแพทย์ เก็บเข้า ‘แขนเสื้อ’ : “พ่อบ้านซู พาแม่นางฉานเอ๋อร์ไปพักผ่อน”
“ทราบ” พ่อบ้านซูเห็นฮูหยินสามพยักหน้า ก็ให้คนพาตัวจินฉานเอ๋อร์ไป
แล้วหมิงโร่่ก็เอาอุปกรณ์เข็มออกมาอีก 1 ด้าม บอกกับนายท่านซูสามว่า: “ท่านลุงสาม ตอนนี้ท่านลุงใหญ่ไม่อยู่ ข้าอยากเก็บเลือดของท่านไปเทียบหน่อย ดูว่าเด็กในท้องของหญิงผู้นั้นเกี่ยวพันกับท่านลุงใหญ่จริงหรือไม่”
แม้นายท่านซูสามไม่รู้ว่านี่เป็นวิธีวินิจฉัยยังไง แต่เขารู้ว่าฝีมือการแพทย์ของหลานสาวตัวเองเหนือชั้น แค่ทำตามที่นางบอกก็พอ
ได้เห็นแล้วว่าเมื่อครู่สาวใช้เก็บเลือดอย่างไรก็พับแขนเสื้อขึ้นยื่นแขนไปข้างหน้าหมิงโร่่: “เจ้าเจาะได้เลย”
หมิงโร่่ใช้สายรัดห้ามเลือดที่แขนของนายท่านซูสาม เขาเป็นคนฝึกยุทธหลอดเลือดจึงมีความยืดหยุ่น การเจาะเลือดจึงไม่ยากเลย
จากนั้นก็นำเลือดของนายท่านซูสามเก็บเข้าระบบการแพทย์ เริ่มขั้นตอนพิสูจน์ DNA สองชั่วโมงให้หลังก็รู้ผลแล้ว
“โร่เอ๋อร์ เราจะส่งตัวจินฉานเอ๋อร์ไปที่พระนครจริงหรือ?” ฮูหยินซูสามดูเหมือนไม่เข้าใจ
ในเมื่อโร่เอ๋อร์มีทางวินิจฉัยว่าเด็กในท้องของจินฉานเอ๋อร์ใช่ของท่านลุงใหญ่หรือไม่ เหมือนว่าไม่จำเป็นต้องส่งนางไปที่พระนครแล้วสิ——
ถ้าเด็กไม่ใช่ของท่านลุงใหญ่ก็ไล่เขาไป ถ้าเด็กเป็นของท่านลุงใหญ่ก็ส่งข่าวถามท่านลุงใหญ่ว่าจะจัดการอย่างไรก็แล้วกัน
ที่จินฉานเอ๋อร์พูดไม่ผิด ระยะทางจากชายแดนไปยังพระนครไกลมาก อีกทั้งนางก็ตั้งครรภ์อยู่จะเร่งเดินทางไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาหนึ่งเดือน สู้ส่งข่าวทางจดหมายไปมาสะดวกกว่า
“ป้าสามคงไม่ทราบสินะว่าจินฉานเอ๋อร์เป็นใคร?” หมิงโร่่เหลียวมองมายังฮูหยินซูสาม
“ไม่ใช่นางรำในจวนไท่โซ่ว(เจ้าเมือง)หรือ?” ฮูหยินซูสามถูกหมิงโร่่ถามจนสับสน
“ตอนนี้นางคงเป็นางรำในจวนเจ้าเมืองจริง ๆ เมื่อก่อนเป็นคุณหนูใหญ่ของราชเลขากรมคลัง——จินพิงเหมย” หมิงโร่่ยักหัวไหล่
นายท่านซูสามตกใจมาก: “โร่เอ๋อร์หมายถึงราชเลขาจินที่ฉ้อราษฎร์บังหลวงแล้วไม่ถูกลงทัณฑ์ผู้นั้นหรือ?”
“ถูกต้อง” หมิงโร่่พยักหน้า
“อ๊ะ……คดีของราชเลขาจินข้าก็เคยได้ยิน” ฮูหยินซูสามกุมหน้าอก “ได้ข่าวว่าเด็กชายในบ้านที่อายุมากกว่า 8 ขวบถูกปล่อยหมด ส่วนหญิงสาวทั้งหมดให้ส่งตัวไปเป็นทาส!
หมายความว่า นางเป็นบุตรสาวของขุนนางต้องโทษสิ ถ้าในท้องใช่จริง……เรื่องนี้จะทำอย่างไรดี?”
นายท่านซูสามปาดเหงื่อที่หน้าผากแทนพี่ใหญ่ เรื่องนี้ถ้าเขาทำจริงต้องถูกนายท่านตีจนขาหักแน่!
“บุตรสาวของขุนนางต้องโทษเป็นแค่เรื่องรอง เมื่อก่อนบังเอิญข้าเห็นนางกับอ๋องหยวนแห่งซีคังไปมาหาสู่กัน……” หมิงโร่่ส่งสายตาที่ท่านลุงสาม ‘เข้าใจ’ เองได้
นายท่านซูสามประจำชายแดนอยู่หลายปี มีความรู้สึกไวต่อความปลอดภัยที่ชายแดนมาก อยู่ ๆอารมร์ก็จริงจังมากขึ้น พอคิดถึงเรื่องเมื่อก่อนประกอบเข้าด้วยกัน เห็นชัด ๆ ว่าหญิงสาวผู้นั้นคิดจะเข้าสู่จวนแม่ทัพ……อยู่ ๆ ร่างกายก็หนาวสะท้านด้วยความหวาดกลัวขึ้นมา
“ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม คนผู้นี้จะอยู่ในจวนแม่ทัพไม่ได้ ข้าจะกลับเข้าห้องไปวินิจฉัยหน่อยว่าเด็กคนนั้นเกี่ยวข้องกับท่านลุงใหญ่หรือไม่แล้วค่อยปรึกษาหารือกับท่านอ๋อง” หมิงโร่่คิดสักครู่แล้วเอ่ยต่อ “ท่านลุงสามส่งคนไปเฝ้าดูนางเอาไว้อย่าให้นางส่งข่าวไปข้างนอก”