ตอนที่ 112
บทที่ 486 ขอแค่ที่ซุกหัว
October 28, 2026
อย่าว่าแต่ฮูหยินสามเลย แม้แต่นายท่านสามก็มีสีหน้าตกใจ ตระกูลซูมีคุณธรรม ผู้ชายในตระกูลไม่แต่งเมียรอง แล้วจะแต่งกับคนที่ไม่รู้จักมักจี่แถมยังตั้งครรภ์ได้อย่างไร
พ่อบ้านยืนอยู่ข้าง ๆ รอคำสั่ง
หมิงโร่่จับต้นชนปลายไม่ถูกมองไปยังพ่อบ้าน: “นางบอกมั๊ยว่าตั้งครรภ์กับแม่ทัพท่านไหน?”
“คือ……” เมื่อสักครู่พ่อบ้านตะลึงกับข่าวนี้ พอตอนนี้มาคิดดูก็ใช่ ผู้ชายในจวนทั้งหมดอยู่ในค่ายทหารกัน ไม่ว่าเรียกคนไหน คนภายนอกต่างก็เรียกว่าแม่ทัพซู……
“เราไปดูสถานการณ์กันก่อนเถอะ” หมิงโร่่คิดว่าถ้ามีระบบการแพทย์อยู่กับตัว ขอแค่ตั้งครรภ์ 6 สัปดาห์ขึ้นไปตรวจเลือดก็พิสูจน์ DNA ได้แล้ว จะได้ไม่ถูกแบล็กเมล์
ฮูหยินซูสามก็ทำอะไรไม่ถูก เห็นหมิงโร่่แน่นิ่งเช่นนี้เหมือนหาต้นตอเจอจึงพยักหน้าเอ่ยว่า: “ได้”
คนทั้งกลุ่มเดินไปยังโถงรับรอง ระหว่างทางเจอกับซูโหยวเจ้าพี่สี่ที่เปลี่ยนชุดเดินมา: “ท่านพ่อท่านแม่ ผู้น้อง นี่พวกท่านจะไปไหนกัน?”
“ไปจัดการเรื่องบางอย่าง” ความคิดของฮูหยินซูสามช่างเรียบง่าย ไม่คิดว่าหญิงสาวจะปรักปรำทำลายเกียรติคนอื่นได้ หากเป็นเช่นนี้เด็กผู้ชายในตระกูลที่มีอยู่ไม่กี่คนก็น่าสงสัยสิ แล้วก็จ้องไปที่ซูโหยวแวบหนึ่ง “เจ้าก็ตามมาด้วย!”
“อ้อ” ซูโหยวประหลาดใจที่ถูกจ้อง ได้แต่เดินตามคนเหล่านี้ไป
ทุกคนนั่งลงที่หน้าห้องโถง พ่อบ้านซูนำหญิงสาวนางหนึ่งเข้ามา
เห็นหญิงสาวสวมชุดกระโปรงผ้าแพรสีลูกท้อ ทำผมทรงมวยแบ่งเกล้า บนมวยปักปิ่นสีทองด้ามหนึ่ง แล้วยังสวมต่างหูหยกสีแดงอีกด้วย ดูการแต่งตัวแล้วเหมือนสาวใช้ถือดีจากตระกูลมั่งคั่งใหญ่โตไม่ก็เป็นคุณหนูแห่งตระกูลมั่งคั่งเล็ก ๆ
ทว่า หลังจากหมิงโร่่เห็นรูปร่างหน้าตาคนผู้นี้แล้วกลับเขม่นปาก——นี่มันคนคุ้นเคยกันนี่นา!
ยังไงก็เป็นหญิงสาว,ฮูหยินสามซูจึงเอ่ยปาก: “เจ้าเป็นลูกสาวบ้านไหน แล้วตั้งครรภ์……กับใครกันแน่……”
“ข้าน้อยเป็นนางรำจวนเจ้าเมืองจ้าว เมื่อสองเดือนก่อน แม่ทัพใหญ่ซูมากินเลี้ยงที่จวน พอเมาสุราก็จะเอาตัวข้าน้อย……ข้าน้อยรู้ว่าฐานะตัวเองต่ำต้อยไม่กล้าอาจเอื้อม……แต่สองสามวันมานี้ร่างกายไม่ปกติท่านหมอตรวจพบว่าตั้งครรภ์……” เด็กสาวผู้นั้นก้มหน้าลงน้ำเสียงเหมือนถูกรังแก “ข้าน้อยคิดว่า ยังไงนี่ก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของแม่ทัพใหญ่ จึงควรเรียนให้แม่ทัพใหญ่ทราบดีกว่า
หากแม่ทัพใหญ่ต้องการเด็กคนนี้ ข้าน้อยยินดีเข้าเป็นบ่าวเป็นทาสในจวน หากแม่ทัพใหญ่ไม่ต้องเด็กคนนี้ โปรดประทานยาขับเลือดให้ข้าน้อย และข้าน้อยจะไม่แค้นเคืองเลย……”
หมิงโร่่อยากปรบมือให้นักเรียนฝีมือดีของสถาบันการแสดงแห่งนี้จริง ๆ ยัยดอกบัวขาวในรสชาเขียว (ทำตัวบริสุทธิ์ผุดผ่องแต่ร้ายกาจนัก)
ฮูหยินซูสามไม่รู้จะทำอย่างไรเลยจริง ๆ เรื่องในบ้านท่านลุงใหญ่จะไปเจ้ากี้เจ้าการไม่ได้ ได้แต่ส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปทางนายท่านซูสาม
นายท่านซูสามรู้ว่าพี่ใหญ่เป็นคนยังไง หากเอ่ยว่าหญิงสาวผู้นี้มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับพี่ใหญ่เขาไม่เชื่อเด็ดขาด แต่พอหญิงสาวบอกว่าหลังจากเมาสุราก็พูดยากแล้ว……
นายท่านซูสามส่ายหน้าไปทางฮูหยิน แสดงให้รู้ว่าตัวเองก็ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร
หมิงโร่่เคาะที่วางแขนเก้าอี้: “แม่นางท่านนี้มีนามว่าอะไรหรือ?”
“ข้าน้อยมีนามว่าจินฉานเอ๋อร์” หญิงสาวผู้นั้นก้มหน้าลง ทำตาละห้อย
“อ้อ~” คุณหนูจินท่านนี้ก็ไม่ได้ทำให้วงศ์ตระกูลเสื่อมเสีย “พ่อบ้านซู ในเมื่อแม่นางฉานเอ๋อร์แสดงความประสงค์ชัดเจนเช่นนี้ เช่นนั้นก็ต้มยาขับเลือดหนึ่งชามมาให้นางเสีย”