ตอนที่ 111
บทที่ 485 ตั้งครรภ์
October 28, 2026
ชายผู้นี้มีใบหน้าหมดจดงดงาม แม้ตอนนี้จะมีรอยแส้อัปลักษณ์บนใบหน้าก็ยังคงไม่อัปลักษณ์ ควบคู่กับดวงตาที่แข็งกร้าวและดุร้ายในเวลานี้ เหมือนสัตว์ร้ายตัวน้อยตัวหนึ่งที่ถูกขังอยู่ในกรง เตรียมตัวจู่โจมคนที่เข้าใกล้เขาทุกเมื่อ
“ข้าจะให้โอกาสเจ้าล้างแค้นสักครั้ง” หมิงโร่่หยิบขวดที่บรรจุหนอนพิษกู่ใบนั้นออกมา
หมิงโร่่อยากนำขวดใบนั้นวางลงตรงหน้าเฮ่อเซิง มือของซือห้าวเฉินที่โอบเอวนางเอาไว้ไม่กระดิก หมิงโร่่ก็ได้แต่ไม่ขยับ
ครั้งนี้หมิงโร่่อยากเดินสายเป็นเจ๊วายร้าย แต่นึกไม่ถึงว่าแฟนหนุ่มจะไม่ให้ความร่วมมือ เพื่ออำพรางความกระดากอายก็ได้แต่มอบขวดให้ชูซาน
“เจ้าแค่กลืนหนอนพิษกู่นี้ลงไปก็สามารถบงการลั่วหลิงได้” หมิงโร่่เอ่ยปากแผ่วเบา
อาศัยแสงจันทร์ที่เล็ดลอดหน้าต่างเข้ามา เฮ่อเซิงเห็นหนอนพิษกู่สีแดงสดในขวดอย่างชัดเจน——เขาเคยเห็นกู่ชีวีขององค์หญิงลั่วหลิง เป็นไหมทองทองสีหยกไม่ใหญ่เท่าตัวนี้
เฮ่อเซิงไม่กลัวว่าคนที่อยู่ ๆ ปรากฏตัวต่อหน้าเขาจะหลอกเขา เพราะเขาก็ไม่มีอะไรต้องให้กังวลจริง ๆ
เขากุมขวดหนอนพิษกู่ไว้ในมือแน่น: “ท่านต้องการอะไร?”
“ข้าต้องการ……” หมิงโร่่คิดสักพักน้ำเสียงแผ่วเบารวดเร็ว “ให้นางไม่เป็นสุข……”
เฮ่อเซิงมุมปากเผยรอยยิ้มเปิดจุกปิดขวด กลืนหนอนกู่พิษที่อยู่ข้างในลงไป——ถ้าเพียงแค่นี้เขาทำได้แน่นอน
หมิงโร่่ส่งสายตาให้ซือห้าวเฉิน ซือห้าวเฉินรีบพานางออกไปอย่างรวดเร็ว แม้ความเร็วจะเร็วแค่ไหน หมิงโร่่ก็ได้ยินเสียงครวญครางกลืนกินที่เจ็บปวด
หนอนพิษกู่นี้เขาไม่ได้เป็นผู้กลั่นด้วยตัวเอง หากคิดจะเป็นเจ้านายของหนอนพิษกู่ ต้องใช้เลือดจากหัวใจหนึ่งหยดมาหล่อเลี้ยง
การมาครั้งนี้ของหมิงโร่่ทำให้แปลกใจว่าองค์หญิงลั่วหลิงเลี้ยงกระทาชายบำเรอไว้กี่คนกันแน่จึงถามชูซาน
ชูซานส่ายหน้า: “กระทาชายบำเรอน่าจะมีประมาณ……สิบกว่าคนกระมัง……”
ชูซานชี้ไปที่เค้าโครงตำหนักองค์หญิง: “ห้องบรรทมขององค์หญิงลั่วหลิงอยู่ตรงกลาง ผู้ที่อยู่เรือนรอบ ๆ เหล่านี้ล้วนได้รับความโปรดปราน ผู้ที่ถูกเกลียดชังทอดทิ้งก็อยู่เรือนทาสทำงานล้างถังปฏิกูลตัดฟืนเป็นต้น”
หมิงโร่่พบว่าเวรยามที่ตำหนักองค์หญิงไม่แน่นหนาเท่าไหร่ เอานิ้วจิ้มไปที่เอวของแฟนหนุ่ม: “เราไปดูกันดีกว่าว่าองค์หญิงลั่วหลิงทำอะไรอยู่”
“นี่ยามสามแล้วนางก็ต้องหลับสิ” ซือห้าวเฉินไม่อยากสนใจคนที่ไม่สำคัญเกี่ยวข้องกับตัวเอง
“เจ้าไม่เคยได้ยินเสียงมโหรีเหรอ?” องค์หญิงลั่วหลิงเลี้ยงกระทาชายบำเรอมากมายเช่นนี้ไว้คงไม่ได้แค่วางโชว์?
ซือห้าวเฉินพาหมิงโร่่ออกจากตำหนักองค์หญิง แล้วยังสลัดชูซานไปให้ไกล ๆ กัดฟันเอ่ยว่า: “ดู’ มโหรี’ น่าเบื่อจะตาย สู้นวลน้องสัมผัสจริงด้วยตัวเองไม่ดีกว่าหรือ?”
“ไม่ต้อง ๆ……เหอะ ๆ……” หมิงโร่่ตัวแข็งทื่อขึ้นมา ภาษิตโบราณว่าไว้ไม่เคยโกหก——ความขี้สงสัยนี่ทำให้แมวตายได้จริง ๆ
วันที่สอง ซือห้าวเฉินพาราชทูตไปจากกรุงฮวาเมืองไสย เร่งเดินทางไปยังชายแดน
ฝ่ายพิธีการกับชาวศาลหงหลู่ ต่างนึกว่าหยุนชินอ๋องกับพระชายาจะรีบไปรวมญาติฉลองปีใหม่กับจวนกั๋วกงจึงไม่กล้าพูดอะไรมาก
เรือปราการอยู่ชายแดนใกล้ชายฝั่ง ซูโหยวผู้พี่สี่รออยู่นานแล้ว เขาให้องครักษ์คนสนิทส่งขุนนางฝ่ายพิธีการกับชาวศาลหงหลู่ไปที่โรงเตี๊ยมก่อนแล้วจึงพาหมิงโร่่กับซือห้าวเฉินกลับจวนแม่ทัพ
“ผู้พี่สี่รู้ได้อย่างไรว่าพวกข้าจะมาถึงวันนี้?” พอหมิงโร่่ถึงชายฝั่งเห็นผู้พี่สี่ก็รู้สึกแปลกใจ
“ได้ข่าวว่าพวกเจ้าออกจากกรุงฮวาเมืองไสยแล้วก็คาดการณ์เอาว่าน่าจะถึงในวันสองวัน ท่านแม่ก็ให้ข้ามาวนเวียนที่ท่าเรือ” ซูโหยวยิ้มพลางกล่าว “นึกไม่ถึงว่าข้าเพิ่งจะมาถึงเช้านี้กลางวันพวกเจ้าก็มาถึงกันแล้ว”
“ท่านป้าสามก็มาที่ชายแดนด้วยหรือ?” หมิงโร่่รู้สึกว่าประเพณีตระกูลซูเฝ้าชายแดนกับสวามีนี้ดีทีเดียว จะได้ไม่ต้องห่วงอีกฝ่ายเมื่อทั้งสองแห่งแยกัน
“ท่านแม่บอกว่า ไม่มีผู้หญิงปรนนิบัติในบ้านไม่พ้นสองเดือนก็จะเละเทะ” ซูโหยวเห็นรถม้ากับม้าที่พวกเขาพามาใช้งานได้จึงไม่ได้จัดเตรียมอีก “พวกเราไปที่บ้านก่อน พวกเจ้าจะได้พักผ่อนดี ๆ”
“ได้ เช่นนั้นเชิญผู้พี่นำทางเถอะ” หมิงโร่่กล่าวด้วยรอยยิ้ม