ตอนที่ 118
บทที่ 492 อย่าใส่ใจมากนัก
October 28, 2026
ในเวลานี้ คนเกือบทั้งหมด มองมายังสายตาที่เหน็บแนมของหมิงโร่ ซึ่งมากเกินไปเล็กน้อย ในพวกเขา ก็มิขาดลูกหลานครอบครัวขุนนาง แต่ก็ไม่มีใครออกบ้านมาอย่างหรูหราฟุ่มเฟือยเช่นนี้
ริมฝีปากของจวินเช่อเผยรอยยิ้มบาง : “ศิษย์น้องข้าเป็นองค์หญิงเก้าหนานหรง แต่งงานเป็นพระชายาเอกหยุนชินอ๋องตงเหิง ออกบ้านมีธง และก็ตีฆ้องเปิดทางเป็นเรื่องปกติ”
หลีอินฟังคำของจวินเช่อ นางโง่ไปแล้ว ผู้หญิงคนนี้ นึกไม่ถึงว่าที่พูดเป็นเรื่องจริง...
จวินเช่อยังไม่คิดจะปล่อยหลีอินไป คำพูดเขาเฉียบแหลม : “ศิษย์น้องของข้าออกบ้านต้องมีธงหรือไม่ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเจ้า ?”
หมิงโร่มองออกว่าศิษย์พี่ต้องการทวงที่ของตนเองคืน ตนเองจะหวาดกลัวไม่ได้ : “เรื่องราวก็เป็นเช่นนี้พี่หญิงคนนี้บอกว่าหากเห็นนางให้หลบทางให้ห่างจากนางหนึ่งจั้ง ข้าเองก็มาครั้งแรกไม่รู้กฎของนาง จึงเสนอให้นางออกบ้านจัดแสดงธง เตือนคนเดินถนน มิฉะนั้นพวกเราก็หลบทางให้ไม่ทัน มิใช่หรือ ?
นางยังถามข้าอีกว่าวันปกติก็จัดแสดงธงหรือ ? ข้าบอกนางว่าจำเป็น นางก็จะตามหานายท่านตัดสินแล้ว...”
หลีอินทั้งโกรธและอับอาย นังนี่พูดตามพื้นฐานความเป็นจริง ทว่าฟังอย่างไรก็ไม่เข้าหู
นายท่านหัวเราะเสียงเย็น : “ข้าเดินไปมาในตำหนักก็มิได้ให้ลูกศิษย์หลีกทางให้หนึ่งจั้ง การวางมาดของเจ้าที่ใหญ่เหลือเกิน
ในเมื่อ อาจารย์ของเจ้าชี้แนะตำราให้เจ้าไม่ไหว จะต้องให้เจ้าไปขอคำชี้แนะจากทุกสารทิศ ตำหนักหยุนจงก็ยังวางมาดของเจ้าไม่ลง ก็รีบออกไปเสียเถอะ
ข้าทนมองคนที่กำแหงไม่เป็นโล้เป็นพายเช่นนี้ไม่ได้”
หลีอินเป็นลูกสาวเมียน้อยในตระกูล เพียงเพราะนางได้เข้าตำหนักหยุนจง ท่านน้าของนางและน้องร่วมพ่อจึงถูกพ่อให้ความสำคัญ
อายุนางเช่นนี้โดนไล่ออกจากสำนัก หลังจากกลับไป ไม่รู้ว่าแต่ละวันจะลำบากเพียงใด
ลูกตาหลีอินกลอกไปมา รีบคุกเข่าขอให้ยกโทษทันที : “หลีอินผิดไปแล้ว ครั้งหน้าจะระมัดระวังคำพูดและการกระทำ โปรดนายท่านอย่าได้ไล่ข้าให้ออกจากตำหนักหยุนจงเลย...”
“เจ้ากำลังซักถามข้า ?” กล้าที่คิดร้ายกับลูกศิษย์สองคนของเขา ต่อหน้าต่อตาตอนที่เขาเลอะเลือนแล้ว “รีบเองตัวนางออกไปจากตำหนักหยุนจง ยึดป้ายคาดเอว วันหลังไม่ได้รับอนุญาตให้วางมาดเป็นลูกศิษย์ตำหนักหยุนจง !”
“ขอรับ” ผู้อาวุโสสามที่ดูแลโถงบัญญัติ และผู้อาวุโสใหญ่เดิมทีไม่ได้จัดการอย่างหนัก ทันใดนั้นให้ลูกศิษย์ในสำนัก นำหลีอินออกไป จักต้องให้คนพาลงจากเขาก่อนกลางวัน
“แยกย้ายได้” นายท่านโบกมือ พาลูกศิษย์สองคนและศิษย์เขยใช้การไม่ได้กลับไปยังยอดเขาหลิงหยุน
ตอนเช้ามีเซ่นไหว้ อาหารกลางวันที่เตรียมต่างเป็นมังสวิรัติเจ
หมิงโร่พบว่า พ่อครัวคนนี้ทำอาหารมังสวิรัติดีเยี่ยม โดยเฉพาะสามารถนำเห็ดต่าง ๆ นานาของเตียนหนาน ผัดได้อย่างอร่อย
หลังจากทานอาหารกลางวัน นายท่านเลือกให้ซือห้าวเฉินเล่นหมากรุกเป็นเพื่อน
หมิงโร่เดินเล่นในลานเรือนเพื่อย่อยอาหาร เอียงหัวมองไปยังจวินเช่อ : “น้อง เจ๋อหรานมิได้กลับมาพร้อมศิษย์พี่หรือ ? เหตุใดไม่เห็นเขาเลย ?”
“เขาไปตีนภูเขา พร้อมกับลูกศิษย์ของเขาเรียนการเพาะปลูกนายา” จวินเช่อตอบ
“ข้าอยากไปดูนายา” เมื่อได้ยินนายา หมิงโร่ก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที
“ไปกัน ข้าพาศิษย์น้อยไป” จวินเช่ออมยิ้มมุมปาก อาบอยู่ในแสงแดด ราวกับเทวดาผู้ยิ่งใหญ่ที่อ่อนโยน
หมิงโร่เดินตามศิษย์พี่ได้สองก้าว ทันใดนั้นก็หันกลับไปมองสองคนที่กำลังเล่นหมากรุกใต้ต้นไม้ : “วันนี้ขึ้นปีใหม่ อย่าต่อยตีกันเลย”
ซือห้าวเฉินพยักหน้าช้า ๆ : “อืม”
“ศิษย์ไม่ต้องเป็นห่วง พวกเราแค่เล่นหมากรุก” นายท่านยิ้มอย่างเมตตายิ่ง
เมื่อเห็นศิษย์ใหญ่พาศิษย์เล็กเดินไปไกล นายท่านยืนมือออกไปตรวจชีพจรข้อมือซือห้าวเฉิน
ทั้งสองคนยังคงนั่งอยู่หน้าโต๊ะหิน กลับตอบโต้กันอย่างดุเดือดขึ้น
ทั้งสองตบโต๊ะหินพร้อมกัน ในพริบตาบนกระดานหมากรุกกระเด็นขึ้นมา กระทบกับฝ่ายตรงข้าม
ซือห้าวเฉินใช้แขนเสื้อปัด ตัวหมากต่างล่วงหล่นลงไปในตะกร้า นายท่านรวมตัวหมากเข้าไว้ในมือ