ตอนที่ 119
บทที่ 493 ไม่มีทางเข้ามาผิด
October 28, 2026
“มีความสามารถพวกเราก็มาประลองกันอย่างจริงจังสักครั้ง อาศัยอำนาจของนายท่านนับเป็นความสามารถอะไรกัน !” หลีอินมองออกอยู่นานแล้ว นังเลวนี่ฝีเท้าหนักหน่วง ไม่รู้จักศิลปะการต่อสู่แน่
ถึงอย่างไรนางก็โดนไล่ออกจาสำนักแล้ว สุดท้ายของทำให้นางเลวนี่พิการ ก็ไม่เสียหายอะไรนัก
“ปกติเจ้าเองก็มิใช่อาศัยอำนาจผู้อาวุโสใหญ่เที่ยวรังแกผู้อื่นหรือ ? อนุญาตเฉพาะขุนนางเท่านั้นที่จุดไฟได้ แต่ห้ามมิให้ประชาชนจุดตะเกียงหรือ ?”การยั่วยุที่ย่ำแย่เช่นนี้ ไม่สะทกสะท้านเส้นประสาทที่เข้มแข็งของหมิงโร่แม่แต่น้อย “ยิ่งกว่านั้น มีอำนาจให้พึ่งพาก็มิใช่ความสามารถ...”
หมิงโร่ยิ้มเยาะหลีอิน ลากเสียงเล็กขึ้นอย่างกวนตีน : “ศิษย์พี่ พี่หญิงผู้นั้นต้องการประลองกับข้า ข้าไม่มีศิลปะการต่อสู้ กลัวจังเลย~”
จวินเช่อได้ยินศิษย์น้องเรียกหา ในพริบตาก็มาอยู่ข้างกายหมิงโร่ ปกป้องให้นางอยู่ข้างหลัง : “ศิษย์น้องข้ามิได้ศิลปะการต่อสู้ หากต้องการประลองฝีมือมาลงมือกับข้านี่ !”
หมิงโร่ยังยื่นหัวเล็ก ๆ ออกมาจากหลังศิษย์พี่ ทำหน้าตลกใส่หลีอิน : “ถ้าหากเจ้าสู้ศิษย์พี่ข้าไม่ได้ ก็ตามศิษย์พี่เจ้ามาได้ เดี๋ยวจะมาบอกว่าข้าให้อิทธิพลด้านสายสัมพันธ์รังแกเจ้า”
หลีอินรู้สึกเลือดลมพุ่งพลาน ในคอเต็มไปด้วยความหวานคาว
นังเลวนี่น่าโมโหชะมัด
นางไม่เพียงแต่โดนยึดป้ายเอวตำหนักหยุนจง ยังโดนตักเตือนไม่ให้แสดงตนว่าเป็นตำหนักหยุนจงอีก
นางโดนไล่ออกจากสำนักคนเดียว จะไปหาศิษย์พี่ที่ไหนมาออกหน้าแทนนางได้
ถอยหลังหมื่นก้าว ถึงแม้ว่าศิษย์พี่จะเต็มใจช่วยนาง ก็มิสามารถสู้ศิษย์พี่เช่อได้
ตอนนี้หลีอินก็แยกไม่ออก แท้จริงแล้วตนเองทั้งเกลียดชังเอือมระอาหรืออิจฉาริษยานางเลวนี่—
ตนเองเข้าสำนักมาอายุ 7 ขวบ เป็นศิษย์ที่โดนใช้งานอย่างหนักมาสามปี แต่เข้าสำนักนอกขยันหมั่นเพียรเรียนวิชา จนกลายเป็นลูกศิษย์สำนักในในที่สุดก็ได้แต่งตั้งให้เข้าสำนักผู้อาวุโสใหญ่ และถูกรับเข้าเป็นศิษย์
ทีละขั้นทีละขั้น ฝึกฝนอย่างหนักเป็นเวลาสิบกว่าปี
นังเลวนี่มีสิทธิ์อะไรปรากฏออกมา นายท่านก็รับเข้าเป็นศิษย์ทันที และยังจัดพิธีไหว้ครูอย่างยิ่งใหญ่
ตนเองมิได้สร้างผลงานแม้แต่น้อย ก็ถูกจารึกชื่อไว้ในสมุดทองคำ
จวินเช่อมองดูคนข้างหน้าที่จิตล่องลอยไกลออกไป : “เจ้าจะสู้หรือไม่ ?”
หลีอินมองไปยังชายรูปร่างที่สง่างามตรงหน้า แต่กลับมองว่าตนเองเป็นศัตรู ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าที่เคย ‘หวังไร้สาระ’ ช่างน่าตลกยิ่งนัก ตนเองนอกจากรู้จักใบหน้ารูปโฉมดุจเทพเซียนของจวินเช่อ ก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลย
อย่างน้อย นางไม่รู้เลยแม้แต่น้อย ทุกคนต่างคิดว่าคนผู้นี้ ศิษย์พี่เช่อผู้ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทางโลก นึกไม่ถึงเลยว่าจะถือหางคนคนหนึ่งเช่นนี้
“ข้าผิดเอง” ประกายแสงนัยน์ตาทั้งหมดของหลีอินค่อย ๆ ดับลง นางประเมินตนเองสูงไป และประเมินอีกฝ่ายต่ำไป
หลีอินสาวเท้าก้าวไปข้างหน้ายาว ๆ ภาพนั้นเงียบเหงาและห่อเหี่ยว
จวินเช่อมองดูหลีอินจากไป ครั้งแล้วก็หันกลับมาหาหมิงโร่ : “นางไม่ได้รังแกเจ้าใช่ไหม ?”
“ไม่ ถึงแม้ข้าไม่ได้ศิลปะการต่อสู้ แต่ก็มีวิธีป้องกันตัวเอง” หมิงโร่ยิ้มให้จวินเช่ออย่างรู้สึกผิดเล็กน้อย “เรียกศิษยพี่มา ก็เพราะอยากยั่วโมโหนาง”
ศิษย์น้องที่เป็นเช่นนี้ดูไปก็น่ารักเสียเหลือเกิน จวินเช่อยกมือขึ้นมาลูบหัวของหมิงโร่ : “อือ ศิษย์พี่คุ้มครองเจ้า”
“แหะ ๆ” หมิงโร่หยิบแอปเปิลผลใหญ่จาก ‘แขนเสื้อ’ ยื่นให้ศิษย์พี่ “ลูกพี่ นี่เป็นค่าคุ้มครองข้า อย่าได้เกรงใจ”
“ดี ข้ารับไว้” จวินเช่อรับแอปเปิลมา
“ฟู่ว” หมิงโร่หัวเราะการแสดงออกอย่างสุภาพของจวินเช่อ
“พูดอะไรน่ะ มีความสุขเช่นนี้” ซือห้าวเฉินจูงมือของหมิงโร่
“เอ๊ะ ? เจ้าไม่ได้เล่นหมากรุกกับอาจารย์หรือ ?” หมิงโร่สงสัยเล็กน้อย ถ้าหากเจอกับอีกฝ่าย อย่างน้อยหนึ่งกระดานซือห้าวเฉินเล่นประมาณหนึ่งถึงสองชั่วโมง
“เสร็จแล้ว” ซือห้าวเฉินเหลือบมองลูกศิษย์ที่งานยุ่งอยู่ในนายา “มิเช่นนั้น ไปตรวจภูเขา ?”