ตอนที่ 144
บทที่ 518 รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี
October 28, 2026
ฮูหยินใหญ่เป่ยกงรู้สึกปวดหัวเล็กน้อย แม่นมชุ่ยช่างไม่เข้าใจอะไรเอาเสียเลย
เมื่อเห็นท่านชายใหญ่ยังคงกุมมือของผู้หญิงคนนี้เอาไว้แน่น ต่อให้เป็นความผิดของนางจริง ตอนนี้นายหญิงเฒ่าก็ไม่มีทางสืบสาวราวเรื่อง
แต่ทว่าตอนนี้ จะจัดการกับแม่นมชุ่ยอย่างไรดี ?
นางไม่เชื่ออย่างเด็ดขาดว่า แม่นมชุ่ยจะทำให้ลูกชายของตนต้องตกใจจนเป็นเช่นนี้ จึงไม่ต้องการลงโทษสถานหนัก
แต่หากลงโทษสถานเบา แต่ไหนแต่ไรมาก็เห็นได้ชัดว่านางไม่สนใจลูกชายนัก นี่จะยิ่งทำให้นายหญิงเฒ่ารู้สึกไม่พอใจมากขึ้น
ฮูหยินใหญ่เป่ยกงครุ่นคิดอยู่สักพักแล้วพูดว่า : “แม่นมชุ่ยประพฤติตนไม่เหมาะสม ให้หักเงินเดือนครึ่งปี ตอนนี้ให้ไปคุกเข่าด้านนอกลาน เมื่อไรที่ท่านชายใหญ่สร่างไข้ เมื่อนั้นก็ค่อยลุกขึ้น !”
นายหญิงเฒ่าเป่ยกงยิ่งแสดงสีหน้าไม่พอใจ ชีวิตของหลานชายสุดที่รักของนาง มีค่าแค่เงินเดือนครึ่งปีของทาสชั่วงั้นหรือ !
เมื่อฮูหยินรองเป่ยกงเห็นสีหน้าไม่สบอารมณ์ของแม่สามี ก็รีบเอ่ยปากขึ้นว่า : “ท่านพี่มักใจกว้างกับบ่าวไพร่เสมอ ทำให้ทาสชั่วพวกนี้ฉวยโอกาสจากความใจดีของผู้เป็นนาย ทำเรื่องที่ไม่เคารพกฎเกณฑ์”
ฮูหยินใหญ่เฮ่อเหลียนไม่ต้องการลงโทษแม่นมชุ่ยสถานหนัก จึงต้องถูกฮูหยินรองเฮ่อเหลียนกระแนะกระแหน
ฮูหยินเฒ่าเฮ่อเหลียนคิดจะเอ่ยปากพูดต่อ ก็ได้ยินเสียงของพ่อบ้านจูดังมาจากด้านนอก : “หมอซุนมาแล้วขอรับ”
ฮูหยินใหญ่เฮ่อเหลียนรีบส่งสายตาให้แม่นมชุ่ย ให้นางออกไปคุกเข่าด้านนอก อย่าทำให้นายหญิงเฒ่าขุ่นเคืองใจอีก
แม่นมชุ่ยเป็นคนฉลาด จึงรีบออกไปหาพื้นที่ด้านนอกที่มีร่มเงาปกคลุม จากนั้นจึงคุกเข่าลง และแอบหวังในใจว่า หมอซุนจะรักษาโรคนี้ได้
หากต้องทนคุกเข่าทั้งวัน ขาที่ชราภาพทั้งสองข้างของนางคงต้องพิการอย่างแน่นอน
หมอซุนเป็นหมอที่ดีที่สุดของนครหยุนหลิง บรรพบุรุษเป็นหมอหลวงในราชวงศ์ก่อน
ต้องขอบคุณรากฐานทางการศึกษาของตระกูล ไม่ว่าจะเป็นทักษะทางการแพทย์หรือการไต่ตรองความคิดของผู้มีอำนาจ ล้วนมีความสามารถทั้งสองด้าน
ขณะมาก็ได้รับฟังสถานการณ์คร่าว ๆ จากคนรับใช้แล้ว ถึงแม้ตอนจับชีพจรจะรู้สึกตกใจกับจังหวะชีพจรของท่านชายใหญ่เป่ยกง แต่การรักษาโรค หากไม่อาจตรวจรู้สาเหตุของโรคได้ในทันที ก็ให้รักษาตามอาการไปก่อนย่อมเป็นเรื่องถูกต้อง
หมอซุนเขียนใบสั่งยาลดไข้ แล้วสั่งให้คนไปต้มยามา จากนั้นก็ไตร่ตรองสูตรยายืดอายุขัยชั่วคราวของจางเวิน
อย่างไรเสียตระกูลเป่ยกงก็ไม่ขาดแคลนเงินทอง สามารถสรรหาสมุนไพรล้ำค่าอย่างโสมหิมะ เห็ดหลินจือสีม่วง และหญ้าวิญญาณออกมา ซึ่งสามารถยื้อชีวิตของท่านชายใหญ่เอาไว้ได้ จากนั้นจึงค่อย ๆ หาวิธีการรักษา
“หมอซุน อาการป่วยของหลานชายข้าน่าเป็นห่วงหรือไม่ ?” ฮูหยินเฒ่าเป่ยกงเห็นหมอซุนเขียนใบสั่งยาเสร็จ จึงเอ่ยปากถามขึ้น
“ขอบอกตามตรง อาการป่วยของท่านชายนั้นร้ายแรงมาก ข้าน้อยจึงทำได้เพียงพยายามอย่างสุดความสามารถ” หมอซุนกล่าว
เมื่อฮูหยินเฒ่าได้ฟังคำพูดของหมอซุนก็รู้สึกหดหู่ แต่อย่างน้อยยังสามารถรักษาได้ ไม่ถึงขั้นต้องเตรียมทำใจก็นับว่าเป็นเรื่องดีแล้ว : “รบกวนหมอซุนช่วยดูแลเป็นพิเศษด้วย
ซื่อสี เจ้าจงพาคนไปทำความสะอาดหอชุ่นซินให้หมอซุนพัก”
“เจ้าค่ะ” ซื่อสีพาสาวใช้สองคนไปทำความสะอาดหอชุ่นซิน ซึ่งอยู่ใกล้กับเรือนชิงชิวมากที่สุด
แม่นมชุ่ยนั่งคุกเข่าอยู่นอกลานตั้งแต่ฟ้าสว่างจนกระทั่งฟ้ามืด เห็นหมอซุนกับบรรดาเจ้านายและคนรับใช้จากเรือนต่าง ๆ เดินเข้าออกไม่หยุด ข่าวที่ได้รับมามีเพียงว่า—ท่านชายใหญ่ยังคงไข้ขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง
แม่นมชุ่ยเองก็รู้ดีว่า การที่นายหญิงลงโทษนางด้วยการให้นั่งคุกเข่า นับเป็นการลงโทษสถานเบาแล้ว เพราะหากดูจากท่าทีโมโหของนายหญิงในตอนนั้น เกรงว่านางควรจะถูกโบยแล้วขับไล่ออกจากจวนเสียด้วยซ้ำ
แต่ไม่ว่าจะเป็นแม่นมชุ่ยหรือฮูหยินใหญ่เป่ยกง ก็ต่างคิดไม่ถึงเลยว่า “ท่านชายใหญ่เป่ยกง” ครั้งนี้จะไข้ขึ้นติดต่อกันเป็นเวลาถึงห้าวัน
ถึงแม้ฮูหยินใหญ่เป่ยกงจะส่งคนไปแอบส่งข้าวส่งน้ำ แต่แม่นมชุ่ยไม่ใช่กองทหารกล้า ซ้ำยังมีอายุมาก เมื่อถึงวันที่สี่ ก็คุกเข่าจนหมดสติไป จึงถูกฮูหยินใหญ่เป่ยกงส่งตัวไปที่สวน
ทุกครั้งที่หมอซุนมาตรวจดูอาการ “ท่านชายใหญ่” จะตัวร้อนราวกับเตาไฟ
ตอนที่หมอซุนให้เด็กร้านยานำเสื้อผ้ากลับไปซักทำความสะอาด ก็จะแอบส่งจดหมายให้ฮูหยินของตนเองหนึ่งฉบับ
ให้นางรีบเก็บเงินทองของมีค่า แล้วพาลูกหลานรีบเดินทางกลับไปยังบ้านเดิมก่อน ทันทีที่เขาออกจากตระกูลเป่ยกง ก็จะรีบตามพวกเขาไปทันที