ตอนที่ 149
บทที่ 523 ขโมยเข้ามาในเรือน
October 28, 2026
เมื่อชิวสุ่ยได้ยินว่าสินสอดของฮูหยินน้อยหายไป ก็รีบเรียกตัวชิงเฟิงซึ่งเป็น “องครักษ์ประจำเรือน” เข้ามา
เมื่อชิงเฟิงรู้ว่ามีของในเรือนหายไป ก็แสดงสีหน้าตกใจ : “ฮูหยินน้อย ข้าน้อยขอรับรองว่า ไม่มีคนนอกเข้ามาในเรือนของเราอย่างแน่นอนขอรับ”
“เรื่องนี้ข้าจะจัดการเอง พวกเจ้าอย่าเพิ่งกระโตะกระตาก จะได้ไม่เป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น” หมิงโร่ใช้ปลายนิ้วแตะไปที่ปีกของหลิงหลง ให้มันไปโรยผงเกล็ดที่ใช้สำหรับติดตามร่องรอยในคลัง
ถึงแม้สินสอดเหล่านั้นจะได้มาเปล่า ๆ แต่เมื่อตกอยู่ในมือของตนเองแล้ว ก็ย่อมถือว่าเป็นของของตนเอง
ถึงแม้หมิงโร่ไม่รู้สึกเสียดาย แต่ก็ไม่ยอมให้คนอื่นเอาไปโดยไม่บอกกล่าวเด็ดขาด
“ในเมื่อตอนนี้ของหายไปแล้ว ก็เท่ากับว่ามีบางอย่างผิดปกติ” ชิงเฟิงรู้สึกผิดอย่างยิ่ง ที่ตนเองไม่ได้เฝ้าเรือนให้ดี “ไปซื้อตัวองครักษ์เฝ้าเรือนมาเพิ่มอีกสักสองสามคน เพื่อทำหน้าที่ดูแลคลังโดยเฉพาะ ฮูหยินน้อยคิดเห็นว่าอย่างไรบ้าง ?”
หมิงโร่รู้สึกไม่พอใจกับการที่มีสิ่งของหายไปจากเรือนอย่างยิ่ง : “เจ้าจงเตรียมคนไว้ให้พร้อมก่อน แต่ตอนนี้ยังไม่ต้องพาตัวมา ทุกอย่างให้เป็นไปตามปกติก่อนจะดีที่สุด”
ถึงแม้ชิงเฟิงจะเข้าใจความหมายของฮูหยินน้อย แต่เขากลัวว่าสิ่งของจะถูกขโมยไปอีกครั้ง โดยไม่อาจจับขโมยได้ : “แต่ว่า......”
“เจ้าจงเฝ้าเรือนต่อไปให้ดี ที่คลังข้าจะเป็นคนจัดการเอง” หมิงโร่เล่นกำไลปีกเพลิงที่สวมอยู่บนข้อมือโดยไม่รู้ตัว
“ขอรับ” ชิงเฟิงรับคำสั่ง
ซิ่วจวีก็หยิบเครื่องประดับศีรษะไข่มุกออกมาจากคลังหนึ่งคู่ แล้วปิดคลังอีกครั้ง
ซิ่วจวีเสียบดอกไม้ไข่มุกลงไปบนปิ่นปักผมของฮูหยินน้อย พลางพูดว่า : “ก่อนที่จะย้ายสินสอดมาที่คลัง ข้าน้อยตรวจสอบดูอย่างละเอียดแล้ว ด้านในไม่มีกลไกหรือเส้นทางลับ ประตูและกุญแจของคลังล้วนอยู่ในสภาพดี ขโมยคนนี้เข้ามาได้อย่างไรกัน ?”
“รอให้จับตัวได้เสียก่อนก็จะรู้เอง” มีหลิงหลงผู้น่ารักอยู่ ก็แค่ขโมยผู้นั้นกล้าลงมืออีกครั้ง ย่อมไม่มีทางหนีรอดแน่นอน
ซิ่วจวีกับชิวสุ่ยเห็นฮูหยินน้อยมีท่าทีสงบเช่นนี้ ก็รู้สึกโล่งใจขึ้นไม่น้อย และรีบแต่งหน้าทำผมให้กับฮูหยินน้อยอย่างคล่องแคล่ว
เมื่อครู่ซือห้าวเฉินนิ่งเงียบมาโดยตลอด จนกระทั่งชิวสุ่ยกับซิ่วจวีออกไปแล้ว จึงได้เดินมายืนข้างหมิงโร่ : “โจรผู้นี้มาได้จังหวะจริง ๆ จับได้แล้วจงพยายามทำให้เป็นเรื่องใหญ่เสีย”
หมิงโร่กระพริบดวงตาดำขลับปริบ ๆ แล้วยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ : “ท่านคิดจะทำอะไร ?”
“วางกำลังคนของเราเอาไว้ในเรือน” ซือห้าวเฉินช่วยหมิงโร่จัดไข่มุกที่ห้องลงมาตรงหน้าผากให้เรียบร้อย “การ “ซื้อกำลังคน” อย่างกะทันหัน จะทำให้คนอื่น ๆ ในตระกูลเป่ยกงรู้สึกสงสัยได้ ดังนั้นหากเกิดการขโมยขึ้นในลานย่อมถือเป็นเหตุผลที่ดี”
“ได้ ข้ารู้แล้ว” หมิงโร่คิดว่าคงต้องกำชับกับหลิงหลงเสียหน่อย ว่าอย่าตื่นเต้นจนปล่อยพิษให้คนตาย พวกเขายังต้องใช้เหตุผลนี้โน้มน้าวใจคนอีก
วันนี้มีงานเลี้ยงในจวน ญาติมิตรที่สนิทต่างก็เดินทางมาล่วงหน้า ซือห้าวเฉินและหมิงโร่แต่งกายอย่างเหมาะสม เพื่อไปช่วยต้อนรับแขกที่เรือนใหญ่
หมิงโร่กลัวเพียงว่าจะพบหน้ากับฮูหยินใหญ่เฮ่อเหลียน และไม่รู้ว่าเห้อเหลียนเจว๋จัดการทุกอย่างไว้เรียบร้อยหรือไม่ อีกเดี๋ยวไม่ถูกเปิดโปงย่อมเป็นการดี
ข้อเท็จจริงได้พิสูจน์แล้วว่า หมิงโร่นั้นกังวลจนเกินเหตุ ฮูหยินใหญ่เฮ่อเหลียนไม่ได้เดินทางมา วันนี้คนที่เดินทางมาจากตระกูลเฮ่อเหลียนก็คือเห้อเหลียนเจว๋
เห้อเหลียนเจว๋เข้ามาคารวะฮูหยินเฒ่าเป่ยกงก่อน ตอนนี้ซือห้าวเฉินเป็นน้องเขยของเห้อเหลียนเจว๋ ดังนั้นย่อมต้องให้ซือห้าวเฉินเป็นคนมาต้อนรับเขา
ซือห้าวเฉินพาเห้อเหลียนเจว๋ไปดื่มชาที่ด้านหน้า
ฮูหยินเฒ่าเป่ยกงเห็นหมิงโร่นั่งอยู่ตรงนั้นอย่างเอฟัง จึงหันไปยิ้มแล้วพูดับนางว่า : “วันนี้มีหญิงสาวเดินทางมาที่จวนไม่น้อย เจ้าไปสังสรรกับพวกนางเถอะ ไม่ต้องอยู่เป็นเพื่อนข้าหรอกนะ”
อันที่จริงหมิงโร่อยากอยู่ข้างกายนายหญิงเฒ่ามากกว่า เป็นสาวงามที่นั่งอยู่อย่างเงียบ ๆ
อย่างไรก็ดี เมื่อฮูหยินเฒ่าเป่ยกงพุดออกมาเช่นนี้ เป่ยกงซือซือซึ่งเป็นลูกสาวของฮูหยินรองเป่ยกง