ตอนที่ 167
บทที่ 541 หน้าไหว้หลังหลอก
October 28, 2026
เนื่องจากหลานคนโต โดยปกติแล้วฮูหยินเฒ่าเป่ยกงก็เลยรักและเอ็นดูบ้านใหญ่มากกว่าหน่อย แต่ไม่ว่าจะเป็นฝ่ามือหรือหลังมือต่างก็เป็นเลือดเนื้อทั้งนั้น แน่นอนว่าย่อมไม่ต้องการเห็นบ้านรองถูกส่งกลับไปยังบ้านเกิด แต่ครั้งนี้ลูกชายคนรองทำเกินไปจริงๆ อย่าว่าแต่นายท่านใหญ่ยังได้รับบาดเจ็บจากเรื่องนี้ แม้ว่าเขาจะมีแนวความคิดเช่นนี้ก็ให้อยู่ในนครหยุนหลิงต่อไปอีกไม่ได้แล้ว
ฮูหยินเฒ่าเป่ยกงกับนายท่านใหญ่เป่ยกงเป็นสามีภรรยากันมานานหลายปีขนาดนี้ ย่อมรู้ว่านายท่านใหญ่เป็นคนยังไงแน่นอน แล้วบวกกับลูกชายคนรองมีความกล้าหาญแต่ไร้ซึ่งไหวพริบ ถูกคนยุยงปลุกปั่นแล้วก็ทำเรื่องที่นอกกรอบออกมาอีก เกรงว่าแม่แต่ชีวิตก็จะเอาไม่รอด
ฮูหยินเฒ่าเป่ยกงฟังเสียงคำพูดที่สะอึกสะอื้นของฮูหยินรองเป่ยกงจบแล้วกล่าวด้วยเสียงเคร่งขรึมว่า: “แม้ว่าข้าจะแก่แล้ว แต่ก็ยังไม่เลอะเลือนนะ เจ้าก็อย่าพูดถึงตัวเองจนน่าสงสารเช่นนั้น อย่างสมองของเจ้ารองน่ะเหรอ เกรงว่าคงจะคิดไม่ออกว่าจะใช้ประโยชน์จากของสูงค่าเช่นนั้นไม่ได้หรอก......
พูดถึงเรื่องอภิเษกของซือซือ เจ้าก็อย่าถือตัวไม่เห็นใครอยู่ในสายตามากนัก ตระกูลขุนนางใหญ่ก็ย่อมภูมิฐานแน่นอน แต่ข้างในเป็นอย่างไรเจ้าก็น่าจะรู้ดี ตามลักษณะนิสัยของซือซือ เจ้าแน่ใจว่านางจะสามารถรับมือได้หรือ?
แม้ว่าเมืองตงอันจะไม่ได้โอ่อ่าเหมือนเช่นหยุนหลิง แต่กลับมีผู้คนที่ไม่เลวนัก ตามชื่อเสียงของตระกูลเป่ยกงแค่ตระกูลเดียวซึ่งอยู่ที่เมืองตงอัน พกสินส่วนตัวไปเยอะหน่อยในตอนที่แต่งไปก็น่าจะอยู่ได้สบายๆ เลย
“ท่านแม่ ซือซือโตมาในนครหยุนหลิงตั้งแต่เล็กๆ ให้นางแต่งไปถึงเมืองตงอันก็ย่อมไม่ชินแน่นอน......” ฮูหยินรองเป่ยกงก็คิดไม่ถึงว่าท่านยายจะใจร้ายถึงเพียงนี้ได้ ช่องว่างที่จะให้ดึงสถานการณ์กลับมาแม่แต่นิดก็ไม่มีเลย
เดิมทียังคิดอยู่ว่าเพียงแค่ซือซือมีการหมั้นหมายกับคนที่นครหยุนหลิง ต่อไปตอนที่เข้าพิธีอภิเษก ในฐานะที่นายท่านของตนก็เป็นท่านพ่อแม้ๆ ก็ย่อมจะต้องกลับมาเป็นประธานในพิธีแน่นอน ถึงตอนนั้นอารมณ์ของนายท่านใหญ่ก็คงจะเย็นลงไม่น้อยแล้วล่ะ แล้วค่อยให้นายท่านของข้าแสร้งทำเป็นป่วย ไม่แน่ก็ไม่ต้องไปเมืองตงอันแล้วก็เป็นได้
เพียงแค่คนอยู่ที่นครหยุนหลิง ทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นไปได้หมดนั่นแหละ แต่หากว่าพวกเขาทั้งครอบครัวต่างถูกไล่กลับไปยังเมืองเกิดที่บ้านนอก ยังจะหวังอะไรได้อีกเล่า?
ฮูหยินเฒ่าเป่ยกงก็สิ้นหวังกับการที่จะเห็นหลานสาวแต่งเข้าไปในตระกูลขุนนางใหญ่ เมื่อครู่ก็แค่คิดแทนหลานสาวอย่างหมดใจเช่นกัน
เห็นสะใภ้รองยืนหยัดเช่นนี้ ก็คร้านจะไปเป็นคนเลวเช่นกัน: “ในเมื่อเจ้าคิดเช่นนี้ ก็ให้ซือซืออยู่ที่นี่แหละ”
“ขอบคุณท่านยายมากที่รักเอ็นดูหลานสาว เห็นใจสะใภ้” ฮูหยินรองเป่ยกงได้คิดวางแผนอยู่ว่าจะพาลูกสาวกลับไปอยู่บ้านแม่ คิดไม่ถึงว่าในที่สุดท่านยายจะยอมปล่อยเสียที
“เรื่องอภิเษกของซือซือเจ้าก็ตัดสินใจเองละกัน ต่อไปไม่ต้องมาถามความเห็นของข้า” ฮูหยินเฒ่าเป่ยกงเห็นความหวังอันทะเยอทะยานในดวงตาของสะใภ้รอง ก็ไม่อยากจะไปยุ่งเรื่องของบ้านรองแล้ว
รับคำจริงๆ ด้วย คำพูดที่ว่าลูกไม้หล่นไกลต้น ลูกที่ตนลากมาจนโตขนาดนี้ สุดท้ายแล้วกลับโตมาในแบบที่ตนก็ไม่รู้จักเลย
ฮูหยินรองเป่ยกงหัวใจเต้นรัว จับความรู้สึกได้ว่าท่านยายโมโห ครั้งนี้จะต้องปล่อยบ้านรองของพวกเราไปอย่างเด็ดขาดแน่นอน แต่เมื่อลองนึกย้อนกลับไป เช่นนี้ก็ดีเช่นกัน เพื่อเลี่ยงว่าหากตนหาคนดีๆ ที่คู่ควรได้แล้วท่านยายก็ไม่เห็นด้วยอีก
“ข้าทราบแล้ว” ฮูหยินรองเป่ยกงก้มหน้าลงรับคำ
สองวันต่อมา นายท่านรองเป่ยกงพาลูกสนมหญิงและนางสนมบ้านสี่ออกเดินทางกลับบ้านเกิดที่ตงอัน ได้เพียงกล่าวกับคนภายนอกว่ากลับไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษที่บ้านเกิด ซ่อมบำรุงโถงบรรพชน
ในสายตาของคนที่รู้ดีก็ชัดเจนนักว่ามีการซ่อมบำรุงโถงบรรพชนที่ไหนกันที่จะลากเอาทั้งครอบครัวไปเช่นนี้ รถม้าหลายสิบคันที่มโหฬารเช่นนี้ก็บอกได้ว่าย้ายบ้านแล้ว
แม้ว่าฮูหยินรองเป่ยกงบอกกับนายท่านของตนว่าจะทำเรื่องหมั้นหมายให้ซือซืออย่างเร็วที่สุด การอภิเษกของลูกสาวยังต้องให้พ่อคนนี้อย่างเขาจัดการอยู่
แต่นายท่านรองยังถูกการเดินทางสู่เรือนจำน้ำทำให้ตกใจอยู่ พูดตามตรงในระยะเวลาแค่เพียงสั้นๆ เขายังไม่อยากกลับไปจริงๆ: “ครอกๆ เรื่องอภิเษกสมรสเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่การเล่นขายของ ฮูหยินน่าจะยังต้องเลือกสรรให้ดีๆ อย่าทำให้ชั่วชีวิตของซือซือต้องผิดพลาด”
ฮูหยินรองเป่ยกงไม่รู้ว่าในใจของนายท่านรองเป่ยกงคิดอะไรอยู่ ได้ยินคำพูดเช่นนี้ออกมาก็ซาบซึ้งเป็นอย่างมาก: “นายท่านวางใจได้ ข้าทราบดี”
อย่างน้อยวินาทีนี้ฉากในการบอกลงก็น่าจับใจอยู่บ้าง
นายท่านรองเป่ยกงกลับไปบ้านเกิดต้องซ่อมแซมโถงบูชาบรรพชน ดังนั้นแต่ละบ้านต่างก็ส่งคนไปด้วย มอบเงินและสิ่งของที่ต้องใช้ในการระหว่างทางไปด้วย
หมิงโร่กลับคิดไม่ถึงว่านายท่านใหญ่เป่ยกงจะเด็ดขาดเช่นนี้ ที่จะส่งคนไปยังบ้านนอกเลย