ตอนที่ 171
บทที่ 545 มีการหมั้นหมายไว้หรือยัง
October 28, 2026
องครักษ์ของตระกูลชุนยวี่เห็นชุนยวี่อ้ายเข้าไปในป่าก็ตามเข้าไป แต่เดินไปๆ จู่ๆ ก็ตามไม่ทันแล้ว ไม่เห็นเลยว่าคุณหนูไปทางด้านไหน จึงรีบเรียกให้คนเข้ามาหาในป่า
จวินเช่อควบม้าวิ่งมาจนถึงทางหลัก เห็นซือห้าวเฉินก็วิ่งนำอยู่ด้านหน้าแล้ว โชคดีที่ม้าของชูอีและฉืออู่วิ่งไม่ค่อยเร็ว ลากให้ความเร็วของซือห้าวเฉินลดลง มิเช่นนั้นแล้วตนเองเกรงว่าแม้แต่เงาของเขาก็ไม่เห็น
จวินเช่อควบม้าตามขึ้นไปแล้วถามด้วยรอยยิ้มว่า: “แม้ว่าคุณหนูผู้นั้นจะไม่รู้จักมารยาทเสียอย่างไรก็เถอะ เจ้าก็ไม่จำเป็นจะค้องกักขังนางไว้ในค่ายกลหรือเปล่า สมองอย่างนางเช่นนั้นกลัวว่าเดินไปทั้งคืนก็ยังหาทางออกไม่เจอ......”
“ท่านสุ่ยคงไม่รู้สินะว่านั่นคือคุณหนูของตระกูลชุนยวี่ เคยทำเรื่องไว้กับรถม้าของฮูหยิน เลื่อยล้อรถขาดไปเลย หากไม่เพราะข้าน้อยผิดสังเกตก็จะต้องทำให้ฮูหยินได้รับบาดเจ็บอย่างเลี่ยงมิได้เป็นแน่” แค่พริบตาเดียวฉืออู่ก็จำได้ นั่นคือผู้หญิงแข็งแกร่งที่สามารถกลืนกัญชาลงไปครึ่งดอกได้ในคำเดียว และรีบเปิดสมุดจดเล่มเล็กออกมาทันทีแล้วค้นหาประวัติด้านมืดของนางออกมา เพิ่มเพิ่มพูนความเกลียดชังต่อนางให้เต็มพิกัดไปอีก
การกระทำเช่นนี้จองฉืออู่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ได้ยินว่านางฟักแฟงนั้นเคยลงมือกับศิษย์น้องมาก่อนด้วย จวินเช่อรู้สึกเสียใจภายหลังในบัดดล เมื่อครู่น่าจะเพิ่มความยากในค่ายกลหลงฝีเท้าเข้าไปอีกถึงจะถูก
ทั้งสีคนกลับมาถึงนครหยุนหลิง ฟ้าก็มืดลงแล้ว ซือห้าวเฉินเปลี่ยนรถม้ากลับไปยังตระกูลเป่ยกง ข้ารับใช้ที่เฝ้าประตูอยู่เห็นท่านชายใหญ่กลับมาแล้วก็รีบเข้าไปรายงานทันที: “ท่านชายใหญ่กลับมาแล้ว......”
พอซือห้าวเฉินเข้ามาในเรือนชิงชิวแล้ว หมิงโร่เห็นพระสวามีที่เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปหมด จึงรีบรับสั่งคนให้ไปเตรียมถังอาบน้ำทันที
ซือห้าวเฉินเอาภรรยาเข้ามาโอบไว้ในอ้อมอก: “คิดถึงข้าแล้วล่ะสิ?”
“อืม” หมิงโร่แอบเปิดระบบการแพทย์ขึ้น เพื่อตรวจร่างกายให้ซือห้าวเฉิน ไม่ได้ตรวจเจออะไรที่ผิดปกติจึงผ่อนลมหายใจออกมาได้ “การเดินทางครั้งนี้ราบรื่นดีไหม?”
“อืม ราบรื่นมาก” ซือห้าวเฉินพยักหน้า เอาตราหยกและกล่องภัณฑ์เฉียนคุนส่งมอบให้ภรรยาไป “เก็บให้ดี”
“อ่อ” หมิงโร่เปิดกล่องที่ใส่ตราหยกออก แล้วหยิบตราหยกออกมา “ที่แท้ตราหยกหน้าต่างเป็นเช่นนี้เองเหรอ......”
“ไม่เช่นนั้นล่ะ?” ซือห้าวเฉินเอาสันหลังนิ้วลูบดั้งจมูกของหมิงโร่
“ดูไปแล้วก็ใหญ่กว่าตราประทับธรรมดานิดหน่อย ก็ไม่มีอะไรพิเศษแล้ว” หมิงโร่เอาตราหยกที่หนักอึ้งวางกลับเข้าไปในกล่อง แล้วโยนเข้าไปในยุ้งฉางที่อยู่ในห้วงกาลเวลา
“เดิมทีก็เป็นแค่ตราประทับอันหนึ่ง ก็แค่ถูกคนให้ความสำคัญว่าพิเศษก็เท่านั้นเอง” ซือห้าวเฉินจูบลงบนหน้าผากของหมิงโร่หนึ่งที “รอได้ยันต์เสือมาก่อน พวกเราก็จะกลับบ้านกัน”
“อืม” หมิงโร่ยื่นมือออกไปโอบเอวที่ผอมและตึงของพระสวามีไว้แน่น หัวเล็กๆ เอนพิงไปยังหน้าอกของซือห้าวเฉิน
ชิวสุ่ยมารายงานอยู่ด้านนอกห้อง: “ฮูหยินน้อย ถังอาบน้ำเตรียมการเรียบร้อยแล้วเพคะ”
หมิงโร่ดันซือห้าวเฉินให้เดินไปทางห้องอาบน้ำ: “รีบไปล้างเนื้อตัวเปลี่ยนชุด จากนั้นก็ไปคารวะรายงานตัวที่เรือนหลัก หลังจากเจ้าจากไป นายท่านใหญ่และท่านยายต่างเป็นกังวลกันมาก เช้านี้สีหน้าของคนแก่ทั้งสองคนดูไม่ดีเท่าหลายวันก่อนเลย......”
“อืม” ซือห้าวเฉินรับคำแล้วเดินเข้าไปในห้องอาบน้ำ
หมิงโร่ก็ไปในครัวอีก กำชับท่านยายที่ทำอาหารว่าให้เพิ่มเนื้อวัวผัดหนึ่งจานในมื้อเย็น
หมิงโร่นึกถึงว่าสองวันนี้ซือห้าวเฉินคงจะไม่ได้กินถูกอาหารที่ร้อนเสียเท่าไร ตักซุปไก่ไปหนึ่งถ้วย รอจนอาบน้ำเสร็จแล้ว จึงให้ดื่มซุปไก่ก่อนแล้วค่อยไปคารวะรายงานตัวที่เรือนหลัก
หมิงโร่เพิ่งจะออกมาจากห้องครัวเล็ก ก็เห็นซื่อสีประคองท่านยายเป่ยกงเดินมา ด้านหลังยังมีแม่นมเหว้ยตามมาด้วย
“ท่านย่า ท่านมาแล้วหรือ” หมิงโร่รีบเชิญฮูหยินเฒ่าเข้ามานั่งกลางโถง อีกทั้งยังสั่งให้ซิ่วจวีไปชงชามาด้วย
“ข้าได้ยินว่าหลางเยว่กลับมาแล้ว” ฮูหยินเฒ่าเป่ยกงมองไปรอบๆ ไม่เห็นหลานคนโตตัวเป็นๆ เลย ในใจก็เลยยังวิตกกังวลอยู่บ้าง
“คุณพี่ไม่เป็นอะไรเพคะ ก็แค่ดูๆ ไปแล้วเหนื่อยหมดเรี่ยวแรงเล็กน้อย” หมิงโร่จูงมือให้ฮูหยินเฒ่าเป่ยกงนั่งลง “เมื่อครู่ยังบอกว่าหลังจากอาบน้ำเสร็จก็จะไปคารวะรายงานตัวกับท่านปู่และท่านย่าเลย”