ตอนที่ 172
บทที่ 546 แปลกจนน่าตกใจ
October 28, 2026
“ขอรับ” หนานฟางรับคำสั่งแล้วออกไป
“รอเดี๋ยวก่อน” ซือห้าวเฉินเห็นกับตาตัวเองว่าหลิงหลงเพิ่มเติมอะไรบางอย่างเข้าไปในค่ายกลหลงฝีเท้า หากหนานฟางไปเช่นนี้ เดาว่าก็จะต้องติดอยู่ข้างในแน่นอน
“มีอะไรหรือ?” นายท่านใหญ่เป่ยกงยังคิดว่าหลายชายคนโตไม่อยากจะออกตัว อย่างไรเสียความสัมพันธ์ของตระกูลเป่ยกงและตระกูลชุนยวี่ก็ไม่ได้ลงลอยกัน แต่ทว่าหากอยากจะเป็นหัวหน้าตระกูลหนึ่งแล้วละก็ จะใช้อารมณ์ในการจัดการเรื่องต่างๆ ไม่ได้ หลายครั้งมากที่จำเป็นต้องชั่งตวงประโยชน์ที่จะได้มาให้ดีแล้วค่อยหาทางออกที่ได้ประโยชน์มากที่สุด
“ในค่ายกลหลงฝีเท้านั้นเกรงว่าจะมีไอพิษอยู่ พกยาถอนพิษไปด้วย ก็เพื่อกันไว้ดีกว่าแก้” ซือห้าวเฉินตอบออกมาด้วยสีหน้าที่สงบนิ่ง
“ฮึ?” นายท่านใหญ่เป่ยกงค่อยๆ เลิกคิ้วขึ้น มองมายังพ่อบ้านจู ได้บอกหรือไม่ว่าค่ายกลลึกลับนั้นอยู่ตรงไหน?”
“เห็นบอกว่าอยู่ทางเชิงเขาฉีโถวด้านนั้น” พ่อบ้านจูรีบตอบ
“เป็นอย่างที่คิดไว้......” นายท่านใหญ่เป่ยกงเริ่มเข้าใจคร่าวๆ แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น “หนานฟาง เจ้าไปเอายาถอนไอพิษกับหลางเยว่แล้วค่อยไป”
“ขอรับ” หนานฟางกลับไปรับยาที่เรืองชิงชิวกับท่านชายใหญ่
นายท่านใหญ่เป่ยกงมองดูเงาของหลานคนโตที่เดินออกไป แค่วางค่ายกลหลงฝีเท้าแบบไม่ได้คิดอะไร ก็ทำให้คนเกือบร้อยของตระกูลชุนยวี่หลงเข้าไปติดกับได้ ช่างเก่งกาจกว่าคนที่เป็นพ่อเสียอีก
ซือห้าวเฉินกลับไปเอายาถอนพิษจากภรรยา หมิงโร่สื่อสารกับหลิงหลงอยู่ครู่หนึ่ง หลิงหลงก็ไม่ได้ลงมือหนักอะไร เพียงแค่สาดผงเกล็ดเห็นภาพหลอนไปก็เท่านั้น มีผลเหมือนกับการกินเห็ดพิษแล้วเห็นภาพหลอน
หลังจากถามถึงจำนวนคนเสร็จ หมิงโร่ก็บรรจุยาเม็ดสิบกว่าเม็ดมอบให้หนานฟางไป: “ก่อนเข้าไปในค่ายกลลึกลับให้กินเข้าไปทันที”
แม้ว่าหนานฟางจะนำคนไปสิบคน แต่ยาถอนพิษนี้มันกลับเหมือนดั่งน้ำไฟแพ้ไฟก็ว่าได้: “ตามที่ได้ยินมาในค่ายกลลึกลับมีคนนับร้อยถูกกักอยู่ในนั้น”
“เพียงแค่ออกจากค่ายลึกลับนั้นได้ ผ่านไปเพียงไม่นานก็สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ หากต้องการจะฟื้นตัวเร็วหน่อย ก็เอาน้ำเย็นราดตัวเล็กน้อยก็ได้แล้ว” หมิงโร่ก็กำชับอีก เพียงแต่จะต้องออกมาให้ไกลจากค่ายลึกลับถึงจะได้ ถ้าราดน้ำเย็นในค่ายลึกลับนั้นไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย”
“ข้าน้อยเข้าใจแล้วขอรับ”
ฮูหยินรองชุนยวี่รออยู่ที่ห้องพระโรงเป็นระยะเวลานานมากแล้วก็ไม่เห็นมีคนออกมา ยังคิดว่าตระกูลเป่ยกงจะไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยเสียแล้ว
ก่อนที่จะมานั้นนายท่านของตนก็บอกไว้แล้วว่าโดยปกติแล้วไม่ได้มีน้ำใจอะไรต่อกันอยู่แล้ว จู่ๆ ก็มาขอความช่วยเหลือถึงบ้าน เกรงว่าจะไม่มีผลลัพธ์อะไร
แต่ผู้ที่หายไปเป็นลูกสาวแท้ๆ นางเป็นถึงท่านแม่ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรแม้ว่าจะมีความหวังเล็กน้อย ก็ต้องลองดู
จวบจนหนานฟางพาคนออกมาถามว่าจะออกเดินทางเมื่อไหร่ ฮูหยินรองชุนยวี่จึงถอนหายใจอย่างโล่งใจออกมาได้ ให้พวกของหนานฟางตามองครักษ์ของตระกูลชุนยวี่ไปแล้วออกเดินทางทันที
มาถึงเชิงเขาฉีโถวก็ผ่านช่วงเที่ยงคืนไปแล้ว คบเพลิงถูกจุดไฟขึ้นในหุบเขา ทุกคนต่างก็เดินไปตามคบเพลิงนั้น
พวกของหนานฟางกินยาถอนพิษแล้วเข้าไปในค่ายลึกลับ พวกเขาเป็นองครักษ์ของนายท่านใหญ่เป่ยกง ค่ายลึกลับโดยปกติทั่วไปแล้วไม่เป็นอุปสรรคอะไรต่อพวกเขาอยู่แล้ว
ค่ายหลงฝีเท้านี้แม้ว่าจะธรรมดา แต่กลับมีเทคนิคที่ล้ำเลิศ แม้ว่าพวกเขาจะเป็นคนวงในก็ตามยังไม่มีความรู้สึกเลยว่าเข้ามาในค่ายลึกลับแล้ว
เดินเข้าไปในป่าเขาระยะหนึ่งก็เห็นองครักษ์จำนวนไม่น้อยที่เข้ามาช่วยก่อนหน้านี้ นั่นก็เรียกได้ว่าเป็นฝูงมารที่วุ่นวายไปหมด
บ้างก็กวัดแกว่งฟันดาบรอบต้นไม้ ในใจก็บ่นพึมพำว่าเจ้าอย่าหนีนะ บ้างก็กอดก้อนหินใหญ่วิ่งตะโกนหาแม่ ยังร้องไห้อย่างน่าอนาถอีก แต่ที่น่าตกใจมากที่สุดก็คือมีหลายคนที่นั่งยองอยู่ด้วยกันหัวเราะราวกับคนบ้าเหอะๆๆ อยู่ท่ามกลางแสงไฟส่องสว่างนั้น เห็นแล้วช่างน่าตกใจเป็นที่สุด
หนานฟางรีบเดินไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว พวกเขาเป็นคนที่รับภาระมาจากฮูหยินรองชุนยวี่ให้สืบหาตัวของคุณหนูชุนยวี่ คนพวกนี้รอหาคุณหนูชุนยวี่ให้เจอก่อนแล้วค่อยพาออกไปตามกำลัง
หลายคนแยกย้ายกันออกตามหา มีองครักษ์นายหนึ่งส่งสัญญาณมา หนานฟางรีบพาคนไล่ตามไปทันที
องครักษ์ชี้ไปยังผู้ที่ผมเผ้ารกรุงรังคุกเข่าโขลกหัวอยู่บนพื้นด้านหน้า แล้วก็พูดอย่างเชื่องช้าว่า: “สีเขียวเข้มประพรมเสื้อคลุมสีทอง......ลำตัว......อวบเล็กน้อย? ที่พูดอยู่ใช่อันนี้หรือเปล่า?”