ตอนที่ 179
บทที่ 553 คนที่มีหัวคิด
October 28, 2026
“ไม่เลวเลยทีเดียว” ซือห้าวเฉินพลิกดูภาพค่ายกลที่เป่ยกงหลางเยว่วาด พูดได้เลยว่าเป่ยกงหลางเยว่ค่อนข้างมีพรสวรรค์ทางด้านค่ายกลมากเลย เพียงแค่ศึกษาตำราไม่กี่เล่มก็สามารถมีการออกแบบได้ถึงเพียงนี้แล้ว ช่างหาได้ยากยิ่งจริงๆ “ข้าจะส่งตำรามาให้อีกหลายเล่มหน่อย”
“ขอบคุณมาก” เป่ยกงหลางเยว่พยักหน้าอย่างเรียบเฉย
หมิงโร่เกาคางไปมา เป่ยกงหลางเยว่เผชิญหน้ากับคนที่แตกต่างกัน ก็จะใช้ท่าทีการแสดงออกที่แตกต่างกัน สามารถอธิบายได้ว่าเขามีความรู้สึกที่เฉียบไวต่อโลกภายนอกแล้ว ดูไปแล้วก็คงจะหายดีอย่างแน่ชัดแล้ว
“พวกเราไปกันเถอะ” หลังจากกลับไปยังต้องไปแฝงตัวอยู่ในตลาดอีกครู่หนึ่งถึงจะได้
“ได้” หมิงโร่บอกลากับเป่ยกงหลางเยว่ แล้วก็ออกไปด้วยกันกับซือห้าวเฉิน
เป่ยกงหลางเยว่อยู่ที่ใต้ระเบียงยืนมองดูแม่นางธิดาเทพที่จากออกไปอยู่ตรงนั้นนานมาก แม่นางผู้นี้เหมือนกันแสงส่องสว่างดวงหนึ่งที่คอยนำทางตนจากโลกที่เหงาหงอยเศร้าสร้อยมายังโลกที่อิสระมีชีวิตชีวา
หมิงโร่และซือห้าวเฉินกลับมาถึงนครหยุนหลิงก็เป็นเวลาโพล้เพล้แล้ว บนทางเดินมีไฟถนนสว่างขึ้น ดูไปแล้วมีความอบอุ่นจากแสงไฟนับหมื่นครอบครัวกว่าตอนกลางวันหลายเท่าเลย
ทั้งสองคนค่อยๆ เดินไปบนถนนคนเดินตลาดกลางคืน หมิงโร่เห็นแผงลอยเล็กๆ แผงหนึ่งมีพัดไม้จันทน์ที่งดงามประณีตวางอยู่จำนวนหนึ่ง ก็เลยหยุดเลือกดู แผงลอยขายพัดนั้นตั้งอยู่ด้านหน้าโรงเตี๊ยมเล็กๆ แห่งหนึ่ง สภาพแวดล้อมค่อนข้างจอแจ
พ่อค้าที่ขายพัดกล่าวแนะนำกับหมิงโร่: “คุณหนูท่านนี้สายตาดีจริงๆ เล่มนี้เป็นภาพที่แกะลวดลายเต็มสดๆ ร้อนๆ เลย เพียงแค่หนึ่งเหรียญเงินเท่านั้น”
หมิงโร่กำลังจะตอบกลับ ก็ได้ยินเสียงแว่วดังออกมาจากในหน้าต่างของโรงเตี๊ยม
“เสี่ยวเอ้อ นารีแดงสองไห หมูตุ๋นครึ่งจิน ถั่วลิสงหนึ่งจาน”
“ได้เลย ท่านรอสักครู่”
“พี่จู้จื่อเริ่มเอาเหล้าสองไหแล้ว นี่ไปรวยที่ไหนมา?”
“วันนี้รวยแล้วจริงๆ สำหรับว่าที่ไหน......ไม่อาจบอกเจ้าได้......”
“พี่จู้จื่อเป็นคนมีสัจจะอยู่แล้ว มีหนทางในการหาเงิน ทำไมไม่ดึงน้องเล็กอย่างข้าไปด้วยล่ะ?”
“ข้าจะบอกให้นะ......” แม้ว่าคนผู้นั้นจะกดเสียงจนเบามาก แต่หมิงโร่ก็ยังเงี่ยหูฟังได้ความที่เขาพูดว่า “ไปขายข่าวที่หอขุยซิง แต่ละข่าวราคาไม่เกี่ยง วันนี้ข้าได้มาจำนวนนี้......”
หมิงโร่เลือกพัดขึ้นมาสองเล่ม ยากที่จะไม่ต่อรองราคา แล้วก็จ่ายเหรียญเงินไปสองเหรียญ จากนั้นก็มาอยู่ด้วยกันกับซือห้าวเฉิน เดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมเล็กนั่น
เสี่ยวเอ้อใช้ผ้าที่พาดอยู่บนบ่าเช็ดโต๊ะอยู่ครู่หนึ่ง: “ลูกคาที่เคารพ ท่านรับอะไรดีครับ?”
“นารีแดงหนึ่งไห เจ้าดูให้หน่อยว่าจะเอาอะไรสักสองอย่างมาเป็นแกล้มกับเหล้า” ซือห้าวเฉินสั่งแบบขอไปที
“ได้เลย” เสี่ยวเอ้อเห็นว่าสองท่านนี้แต่งกายไม่ธรรมดา ก็เลยเสริ์ฟเมนูที่เป็นเนื้อสัตว์ทั้งสองจาน “ไก่ตากแห้งและปลาข้างเหลืองทอดกรอบมาแล้ว”
หมิงโร่และซือห้าวเฉินเดิมทีก็ไม่ได้จะมากินของอะไรอยู่แล้ว ต่างก็พากันทำหูผึ่ง ฟังเรื่องที่เกี่ยวกับของหอขุยซิงทางด้านนั้น
ฟังไปนานมาก หมิงโร่พบว่าหอขุยซิงเป็นสถานที่ซื้อขายข่าวกรอง ที่เด็ดกว่านั้นก็คือนอกจากมันจะมีหน้าร้านที่แน่นอนแล้ว ในเมืองยังมีแผงลอยไม่น้อยเลย ไม่มีใครก็ตามแค่รู้สึกว่ามีข่าวคราวที่มีมูลค่าเท่านั้นก็สามารถทำการค้าขายได้ คนของหอขุยซิงก็จะจ่ายเงินตามเนื้อหาของข่าวนั้นโดยราคาก็จะแตกต่างกันไป
จวบจนกระทั่งคนผู้นั้นไม่กล่าวถึงหอขุยซิงอีก ซือห้าวเฉินก็วางเหรียญเงินไว้บนโต๊ะหนึ่งเหรียญ แล้วก็พาหมิงโร่ออกไป
พอออกจากโรงเตี๊ยมเล็ก ฉืออู่ควบรถม้ามาทันพอดี