ตอนที่ 181
บทที่ 555 พิษเย็นปะทะพิษร้อน
October 28, 2026
หวงผู่เย่ตัดสินใจที่จะเหลือหน้าตาไว้ให้ตนบ้างก็เลยกดเสียงให้ต่ำลงว่า ‘อืม’ ไปหนึ่งคำ
ทหารคนสนิทยังรอให้นายน้อยสั่งการอยู่ ให้พวกเขาไปไล่ตามสืบคนที่ซุ่มโจมตี แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่านายน้อยของพวกเขาโดนซัดมาขนาดนี้ แม้แต่ร่องรอยที่มีประโยชน์แม้แต่นิดก็ไม่มีเลย รู้ว่าให้พวกเขาไปสืบก็สืบไม่ได้อะไร อย่างไรเสียเขาก็ทั้งไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคู่ต่อสู้เป็นใครมาจากไหนกัน และก็มองไม่ออกว่าวรยุทธ์มาจากสำนักไหนเช่นกัน
“นายน้อย ต้องให้ไปเชิญหมอเทวดาเซวมาดูอาการบาดเจ็บให้ท่านหรือไม่?” ทหารคนสนิทเห็นว่านายน้อยไม่ได้พูดถึงเรื่องที่จะจัดการคนที่ซุ่มโจมตี ก็เลยเข้าใจไปเองว่าอาจจะเป็นนายน้อยเองที่ได้สังหารคนที่มาซุ่มโจมตีนั้นให้สิ้นซากไปหมดแล้วก็ได้ ก็เลยค่อยๆ ให้ความสำคัญกับอาการบาดเจ็บของนายน้อยแทน
“ไม่ต้อง” บาดเจ็บภายในแค่นี้ ข้าแค่ขับเคลื่อนลมปราณวันละสองครั้ง รักษาตัวสิบกว่าวันก็ดีขึ้นแล้ว “เตรียมน้ำล้างเนื้อล้างตัว”
“พ่ะย่ะค่ะ” ทหารคนสนิทออกไปเพียงแค่ชั่วพริบตาก็ให้คนยกถังอาบน้ำเข้ามา
หวงผู่เย่ถอยฉากกั้นห้องไปซ้ายขวาแล้วก็ถอดเสื้อผ้าออก ก็เห็นรอยฝ่ามือสีเขียวคล้ำอยู่บริเวณหน้าอก กำหมัดแน่นแล้วสบถขึ้น: “สมควรตาย!”
หวงผู่เย่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้ง อารมณ์จึงมั่นคงขึ้นมาบ้างเล็กน้อย นั่งเข้าไปในถังอาบน้ำ แล้วค่อยๆ ผ่อนคลายลง
หวงผู่เย่หายใจออกมาด้วยลมหายใจที่ขุ่น เพิ่งจะหลับตาลง อยากจะดื่มด่ำสักหน่อย
จู่ๆ ไอความเย็นก็พุ่งขึ้นมาจากใต้เท้าแล้วคืบคลานขึ้นมาตลอดทาง แม้แต่น้ำที่อยู่ในถังอาบน้ำต่างก็เริ่มมีร่องรอยของการจับตัวเป็นน้ำแข็งแล้ว ไอความเย็นทะยานมาถึงบนศีรษะในที่สุด บนขนคิ้วของหวงผู่เย่ก็ก่อตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งหนึ่งชั้น
รูม่านตาของหวงผู่เย่ยิ่งหดแคบลงเรื่อยๆ นี่เขาโดนพิษเย็นงั้นหรือ? เป็นไปไม่ได้ ร่างกายของตนตั้งแต่เล็กก็ใช้โอสถและตัวยาที่ล้ำค่ายิ่งแต่ละชนิดขัดเกลามาอย่างต่อเนื่อง ฝึกจนร้อยพิษก็ไม่ระคายนานแล้ว
ดังนั้นทุกครั้งที่เขาสาดควันพิษนั้นก็เลยอยู่ใกล้คู่ต่อสู้ได้ ตนเองไม่กินยาถอนพิษ และก็ไม่ถูกพิษทำให้เป็นอะไรด้วย
แต่ทว่าสภาพที่ถูกพิษในร่างกายนั้นกลับเป็นแบบนั้นจริงๆ ตอนนี้หวงผู่เย่หนาวจนสีหน้าเป็นสีเขียวไปหมด ที่ไม่สั่นก็เพราะว่าร่างกายได้แข็งทื่อไปแล้ว อยากจะสั่นก็สั่นไม่ได้
หวงผู่เย่พยายามลองที่จะขับเคลื่อนกำลังภายในเพื่อดันพิษเอาไว้ แต่กำลังภายในแม้แต่นิดก็ขับเคลื่อนไม่ได้เลย พยายามบังคับอย่างมากก็เลยถุยกระอักเลือดออกมาอีก: “มานี่......หน่อย......”
ทหารคนสนิทเข้ามาเห็นสภาพของนายน้อยในตอนนี้ก็ตกใจจนเอ๋อไปเลย นายน้อยไม่เพียงแต่ถูกทำให้แข็งจนร่างกายเขียวม่วงไปหมด แม้แต่น้ำที่อยู่ในถังอาบน้ำก็แข็งขึ้นมาเช่นกัน......
“นาย......นายน้อย......” ทหารคนสนิทแนะนำออกมาด้วยเสียงสั่นเทา “เชิญหมอเทวดาเซวมาที่นี่เถอะพ่ะย่ะค่ะ?”
“เอาข้าออกมาจากในถังน้ำก่อน” เมื่อเทียบกับการมีชีวิตอยู่รอดแล้ว ราวกับว่าหน้าตานั้นก็ไม่ได้สำคัญเช่นนั้นแล้ว
“พ่ะย่ะค่ะ” ทหารคนสนิทยื่นมือไปพยุงนายน้อย รู้สึกว่าเหมือนกับว่ากำลังสัมผัสกับน้ำแข็งสลักก็ไม่ปานเลย ในถังน้ำก็รวมตัวกันกลายเป็นน้ำแข็งไปหนึ่งชั้นแล้ว หากนายน้อยเรียกเขาเข้ามาช้ากว่านี้อีกหน่อย เกรงว่าทั้งหมดก็จะแข็งไปหมดเลย
และตอนนี้เองร่างกายของหวงผู่เย่ก็แข็งจนขยับไม่ได้เลย ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เลย
ทหารคนสนิทสามารถทำได้เพียงควักเอานายน้อยออกมาจากในถังน้ำวางลงบนเตียง ใช้ผ้าห่มคลุมเอาไว้ แล้วรีบไปเชิญท่านหมอมา
ผ่านการพลัดถิ่นหลายต่อหลายครั้ง ในที่สุดหมอเทวดาเซวที่มาถึงจงโจวก็ไร้ซึ่งความร่าเริงเมื่อตอนอยู่ที่ตงเหิงในเมื่อก่อนไปนานแล้ว ไม่เพียงแต่ผมหงอกขาว แม้แต่หลังบ่าก็โก้งโค้งลงไปบ้างเล็กน้อย แม้ว่าอายุยังไม่ถึงห้าสิบ ดูไปแล้วหลับเหมือนเจ็ดสิบเลย
หมอเทวดาเซวและเซวหว่านหว่านถูกพิษกู่กามรมย์ ตอนเริ่มแรกเนื่องจากมีความเกี่ยวพันกับสายเลือด ในหัวก็เลยสับสนงงงวยคิดอะไรไม่ออกมาระยะเวลาหนึ่งนานมาก
ต่อมาจิตสำนึกก็ค่อยๆ กระจ่างขึ้น หมอเทวดาเซวก็เลยตัดสินใจพาหว่านหว่านไปใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่ที่ไม่มีใครรู้จักพวกเขา หมุนเวียนมายังจงโจวหลายรอบ ตลอดทางที่อยู่บนเรือหว่านหว่านพะอืดพะอมวิงเวียนมานานมาก ก็เลยตกใจขึ้นมาอีก สภาพจิตใจก็ยิ่งไม่ปกติขึ้นไปอีก ตอนนี้ก็บ้าๆ บอๆ ยิ่งขึ้นไปอีก
หมอเทวดาเซวมาถึงยังข้างเตียง ตรวจชีพจรอย่างละเอียด: “นี่ท่านชายถูกพิษเย็นเข้าไป ข้าจะฝังเข็มให้ท่านชายก่อน รอจนอาการบรรเทาลงแล้วค่อยปรุงยาถอนพิษให้ท่านชาย”
“เร็ว......เร็ว......หน่อย......หนึ่ง......” ตอนนี้ฟันของหวงผู่เย่กำลังขบกันสั่นไปหมด
“พ่ะย่ะค่ะ” หมอเทวดาเซวหยิบเอาเข็มทองออกมา ท่าทางฝังเข็มไปยังจุดชีพจรต่างๆ อย่างทะมัดทะแมง