ตอนที่ 182
บทที่ 556 โดนร้องเรียนเข้าให้แล้ว
October 28, 2026
“แจ้งตำแหน่งของเรือนให้เห้อเหลียนเจว๋ทราบ ให้เขาไปสืบดูว่าเป็นกิจการที่อยู่ภายใต้ชื่อของผู้ใดกัน” ซือห้าวเฉินสั่งการด้วยเสียงเคร่งขรึม
“ขอรับ” องครักษ์ลับรับคำสั่งแล้วออกไป
“หากบอกว่าท่านชายชิวเย่มีใจฝักใฝ่ในราชบัลลังก์......เป็นไปได้หรือไม่ว่าเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังในการบงการพรรคผีร้าย?” ก่อนที่ยังไม่ได้มาจงโจวนั้น พวกเขารู้แต่เพียงว่าพรรคผีร้ายมีความสัมพันธ์กับตระกูลขุนนางแห่งจงโจวเท่านั้นเอง
และอีกอย่างก็กำหนดเป้าหมายไว้ที่ตระกูลเป่ยกง แตทว่าอยู่ที่ตระกูลเป่ยกงมาหลายเดือนนี้ก็สืบไม่ได้ร่องรอยอะไรเลยที่เกี่ยวพันกับพรรคผีร้าย
“ตอนนี้ยังปักใจเชื่อไม่ได้อย่างแน่นอน อย่างไรเสียตระกูลเป่ยกงก็มีความอยากจะครอบครองผืนแผ่นดินนี้เช่นกัน” เดิมทีซือห้าวเฉินคิดว่าจงโจวค่อนข้างง่าย ควบคุมตระกูลขุนนางสี่ตระกูลใหญ่ให้ได้เท่านั้น จวบจนสืบรู้ว่ามีการดำรงอยู่ของวังจื่อเวยอยู่ จึงพบว่าไกลจากในความคิดที่ว่าง่ายไปเยอะเลย
“อืม” หมิงโร่ถอดถอนใจออกมา การเดินทางมาจงโจวในครั้งนี้ แม้ว่าจะสืบหาเรื่องบางอย่างได้แจ่มแจ้ง แต่ก็กลับโผล่เรื่องอีกมากมายยิ่งออกมาเช่นกัน
“อย่ากังวลไป ค่อยๆ จัดการ” สติปัญญาของซือห้าวเฉินกลับดีมาก “เดี๋ยวก็แจ่มแจ้งขึ้นเอง”
“เอ๊ะ? บทละครของเราสองคนดูเหมือนว่าจะสลับกันนะ ควรจะเป็นข้าที่ปลอบเจ้าถึงจะใช่สิ” หมิงโร่ทำหน้าทะเล้นมาทางซือห้าวเฉิน
“สามารถปลอบประโลมเจ้าได้ก็ดี” ซือห้าวเฉินลูบหัวของหมิงโร่
“ก็ได้ ควรจะไปรายงานตัวได้แล้ว” หมิงโร่ลุกขึ้นแล้วจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย
ซือห้าวเฉินยกมือขึ้นทัดผมที่ล่วงอยู่ข้างแก้มของหมิงโร่ไว้ข้างหลังใบหูของนาง จากนั้นก็จูงภรรยาเดินไปยังเรือนหลัก
ทั้งสองคนเพิ่งจะเดินออกมาจากเรือนชิงชิว ก็เห็นพ่อบ้านจูวิ่งปนกลิ้งด้วยขาที่สั้นเล็กอย่างล้มลุกคลุกคลานมาทางพวกเขาด้านนี้: “ท่าน......ท่านชายใหญ่......ท่านยังอยู่ในจวนหรือ?”
หมิงโร่เลิกคิ้วอันงดงามขึ้น: “นี่เช้าตรู่อยู่เลย ยังไม่ได้ไปรายงานตัวกับท่านย่า ทำไมพระสวามีจะต้องออกไปด้วยเล่า?”
“นี่......” พ่อบ้านจูเคยชินกับลมซัดหางเสือ รู้ดีว่าต่อไปตระกูลเป่ยกงควรจะเป็นท่านชายใหญ่ที่เป็นผู้นำ ดังนั้นอะไรที่ควรคาบข่าวมาบอกก็ต้องคาบมาบอก “ท่านชายสามไปรายงานกับนายท่านใหญ่ตั้งแต่เช้าตรู่เลยว่าท่านชายใหญ่ไปเที่ยวหญิงโสเภณีไม่กลับมาทั้งคืน
นายท่านใหญ่ให้ข้าน้อยมาที่เรือนชิงชิว......มาดูว่าท่านชายใหญ่อยู่ที่เรือนหรือไม่......”
“ไปเถอะ พวกเราก็กำลังจะไปรายงานตัวกับท่านปู่ท่านย่าพอดี” ซือห้าวเฉินหรี่ตาลง ดูๆ ไปแล้วฝ่ามือที่ซัดไปครั้งก่อนหน้านั้นน่าจะเบามือไปหน่อย กระอักเลือดออกมาแล้วยังไม่พักฟื้นอยู่บนเตียงอย่างสงบอีก
และตอนนี้ เป่ยกงเจ๋อหนานกำลังฟ้องนายท่านใหญ่และฮูหยินเฒ่าเป่ยกงอยู่เลย บอกว่าเมื่อวานเห็นท่านชายใหญ่เป่ยกงอยู่ที่ตรอกซิ่งฮวา รถม้าที่เขานั่งจอดอยู่ด้านนอกลานเรือนเพียวเซียงมาทั้งคืน......ที่จริงแล้ว เป่ยกงเจ๋อหนานก็รู้จักรถม้าของเป่ยกงหลางเยว่และข้ารับใช้ที่เป็นพลขับเป็นอย่างดี
แต่นี่ก็ไม่กระทบกระเทือนการที่เป่ยกงหลางเยว่จะเดินเล่นที่ฮวาโหลวเลย ยังบอกว่ามีปากมีตา ราวกับว่าเห็นกับตาตนเองอย่างนั้น
นายท่านใหญ่เป่ยกงระมัดระวังในการปกครองตระกูลอย่างเคร่งครัด ไม่อนุญาตให้หลานไปเที่ยวหญิงโสเภณี จะแต่งนางสนมก็แต่งได้เพียงนางสนมชั้นดีเท่านั้น ห้ามพาผู้หญิงที่ไร้หัวนอนปลายเท้ากลับมาในตระกูลเป่ยกงเด็ดขาด
ตอนที่ซือห้าวเฉินเดินเข้ามาในโถงบุหงา เป่ยกงเจ๋อหนานกำลังพูดอย่างเมามัน: “น้องสามเห็นกับตาตนเองว่ารถม้าของข้าจอดอยู่ที่ทาเข้าลานเรือนเพียวเซียงทั้งคืนหรือ?”
พอเป่ยกงเจ๋อหนานเห็นเป่ยกงหลางเยว่ก็แปลกใจเล็กน้อย เขาให้ข้ารับใช้เฝ้าอยู่ที่หน้าประตู พอเห็นเป่ยกงหลางเยว่กลับเข้าจวนมาก็ให้มารายงานเขา ตอนนี้ข้ารับใช้ไม่ได้เข้ามารายงาน แต่เป่ยกงหลางเยว่กลับเข้ามาก่อน
เพียงแต่ว่าในตอนนี้ก็ไม่ได้สนใจว่าทางข้ารับใช้ด้านนั้นสถานการณ์เป็นอย่างไรแล้ว เป่ยกงเจ๋อหนานกล่าวขึ้นด้วยคำพูดโดยชอบธรรมว่า: “แน่นอน”
“อ่อ” ซือห้าวเฉินตอบรับขึ้นมาหนึ่งคำ “ถ้าเช่นนี้แล้วน้องสามก็ไม่ได้กลับมาตลอดทั้งคืนเช่นกันน่ะสิ ดูท่าทางกระฉับกระเฉงเช่นนี้ ก็ไม่เหมือนกับว่าไม่ได้นอนมาทั้งคืน เพื่อเฝ้าสังเกตรถม้าของข้างั้นหรือ คงค้างอ้างแรมอดตาหลับขับตานอนด้วยความฝืนใจสินะ? งั้นก็ลำบากน้องสามแล้วจริงๆล่ะ......”
เป่ยกงเจ๋อหนานอ้าปากค้างไปเลย และก็พูดอธิบายอะไรไม่ออกอีกเลย เขาจับเป่ยกงหลางเยว่ให้อยู่หมัดได้แน่นหนาด้วยท่าทางลำพองใจได้เพียงพริบตาเดียวเอง ก็ดึงตัวเองเข้าไปอยู่ในนั้นด้วยแล้ว