ตอนที่ 183
บทที่ 557 กฎเกณฑ์ที่พิษกำเริบ
October 28, 2026
“นี่ก็ไม่ต้องเป็นกังวลเลย” นายท่านใหญ่เป่ยกงดูหนักแน่นมาก “พวกเรามีคำมั่นสัญญากับหอขุยซิงอยู่ว่าหอขุยซิงไม่รับซื้อขายข้อมูลของตระกูลเป่ยกง”
แสงสลัวแสงหนึ่งแวบขึ้นมาในดวงตาของซือห้าวเฉิน หรือว่านายท่านใหญ่เป่ยกงจะสนิทกับหอขุยซิง: “หอขุยซิงดูแลโดยใครกัน น่าเชื่อถือหรือไม่?”
“ผู้ที่ดูแลหอขุยซิงนั้นลึกลับมาก ตามที่ได้ฟังต่อๆ มาเป็นตระกูลที่ตัดขาดจากโลกภายนอกตระกูลหนึ่ง ยังมีความเกี่ยวพันกับราชวงศ์อีกด้วย” นายท่านใหญ่เป่ยกงกล่าวด้วยเสียงเคร่งขรึม
“ไม่ใช่บอกว่าราชวงศ์ก่อนหน้าถูกกองทัพกบฏยึดอำนาจ ไม่หลงเหลือผู้รอดชีวิตแม้แต่คนเดียวงั้นเหรอ?” ซือห้าวเฉินกล่าว
“น่าจะไม่ใช่เลือดเนื้อของราชวงศ์โดยตรง อาจจะเป็นรุ่นแม่ที่มีความสัมพันธ์กับราชวงศ์น่ะ” ในความเป็นจริงแล้วนายท่านใหญ่เป่ยกงอิจฉาต่อการที่หอขุยซิงมีความสัมพันธ์กับราชวงศ์ในจุดนี้เป็นอย่างมาก อย่างไรเสีย ชื่อที่ขึ้นตรงถึงจะเป็นไปตามคำพูดได้
“แม้ว่าจะมีคำมั่นสัญญากัน พวกเขาก็สามารถสืบหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตระกูลเป่ยกงได้เช่นกัน เพียงแค่ไม่ขายออกไป พวกเราก็จะค้นพบได้ยาก” ซือห้าวเฉินครุ่นคิดอย่างรอบคอบ “อีกอย่างพวกเราอยู่ในที่แจ้ง พวกเขาอยู่ในที่ลับ พวกเราไม่สามารถรู้การเคลื่อนไหวของหอขุยซิงได้อยู่แล้ว หากเกิดมีการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นก็จะถูกจัดการได้ง่ายดาย”
“อืม” นายท่านใหญ่เป่ยกงพอใจกับหลายคนโตที่มีทัศนวิสัยที่กว้างไกลเช่นนี้เป็นอย่างมาก “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะส่งมอบสายสืบและกองกำลังลับให้เจ้าดูแลส่วนหนึ่ง ธุระมากมายที่ไม่ต้องไปจัดการด้วยตัวเอง แค่สั่งการให้พวกเขาไปจัดการก็พอแล้ว”
“ขอรับ!” นายท่านใหญ่เป่ยกงเริ่มให้เขามาดูแลกิจการสำคัญของตระกูลเป่ยกงแล้ว พวกนี้ต้องจดเอาไว้ หลังจากที่พวกเขาจากไปแล้วเป่ยกงหลางเยว่มารับไม้ต่อจะได้ไม่ผิดพลาด
หลังจากซือห้าวเฉินออกไปจากห้องหนังสือเล็ก ได้รับเอาป้ายบัญชาการสายลับมาหนึ่งชิ้น ป้ายหยกของสายลับและควันส่งสัญญาณที่ใช้เรียกหาพวกเขาอีกจำนวนหนึ่งมา
หลังจากกลับมาถึงเรือนชิงชิว ซือห้าวเฉินใช้ควันส่งสัญญาณสีน้ำเงินเรียกสายลับมา ให้พวกเขาไปสืบหอขุยซิง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่ก็ตามเพียงแค่มีความเกี่ยวข้องกัน เขาก็อยากรู้ทั้งหมด
สายลับรับคำสั่งแล้วออกไป ซือห้าวเฉินมองตามเงาของพวกเขาออกไปแล้วครุ่นคิดอย่างหนัก ตามการวางเกมและอำนาจที่อยู่ในมือของนายท่านใหญ่เป่ยกง เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่รู้อะไรเลยเรื่องหอขุยซิง แต่กลับไปได้บอกเขาโดยตรง ได้เพียงส่งคนมาให้ไปสืบหาเอง ช่างมีจิตใจทีอยากจะปลูกฝังเป่ยกงหลางเยว่จริงๆ
ท่านชายใหญ่เป่ยกงไปเดินเล่นฮวาโหลวเรื่องนี้ ไม่ได้ทำความเสียหายอะไรให้แก่เป่ยกงหลางเยว่ กลับจบลงด้วยการที่เป่ยกงเจ๋อหนานถูกลงโทษ แต่ละบ้านต่างก็รู้สึกว่านายท่านใหญ่เป่ยกงค่อนข้างที่จะเข้าข้างเป่ยกงหลางเยว่ ช่วยหนุนหลังบ้านใหญ่ให้เป็นที่ประจักษ์
นอกจากบ้านรองแล้วที่กำลังจัดเตรียมพิธีสมรสของเป่ยกงซือซืออย่างยุ่งเหยิงวุ่นวาย คนอื่นๆ ก็ทำตัวเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาได้รู้เวล่ำเวลา เรือนในทั้งหมดต่างก็สมัครสมานสามัคคีกลมเกลียวกัน
หวงผู่เย่ใกล้จะถูกพิษที่กำเริบขึ้นมาอย่างกะทันหันทรมานจนจะบ้าอยู่แล้ว เดิมทีเขาคิดว่ากินยาถอนพิษร้อนและพิษเย็นเข้าไปแล้วก็ไม่เป็นอะไรแล้ว เพราะว่าไม่ว่าจะตรวจชีพจรหรือว่าตรวจเลือดก็ตามต่างก็ไม่พบอาการที่ถูกพิษเลย
แต่ทว่าในระยะเวลายี่สิบวันมานี้ เขาก็อาการพิษกำเริบมาแล้วห้าครั้ง อีกอย่างแต่ละครั้งที่พิษกำเริบต่างก็ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวอะไรเลย เขาก็นับว่าได้เรียนรู้บ้างในเส้นทางของพิษ อย่าว่าแต่แน่ชัดเรื่องพิษมาเป็นพิษอะไรเลย แม้แต่การกำเริบของพิษมีความเชื่อมโยงกับเวลาหรือว่ามีสาเหตุมาจากอะไรบ้างก็ไตร่ตรองไม่ปรุโปร่งเลย
อีกทั้งยังผ่านประสบการณ์ครั้งยิ่งใหญ่จากพิษเย็นและพิษร้อนมาครั้งหนึ่งแล้ว หวงผู่เย่โดนทรมานเกือบเอาชีวิตไปทิ้งครึ่งหนึ่ง แล้วก็ฟุบตัวรักษาตัวอยู่บนเตียง
“ช่วงนี้ยังไม่มีคนพิเศษไปสืบดูหอขุยซิงเหรอ?” หวงผู่เย่ได้วางค่ายกลไว้ที่หอขุยซิงเรียบร้อยแล้ว เพียงแค่รอคอยให้คนประหลาดวรยุทธ์ผิดเพี้ยนนั้นเข้ามาติดกับเร็วหน่อยเท่านั้น เพื่อจะได้จับเขาเพื่อเอายาถินพิษมาได้ง่าย
“ไม่มีพ่ะย่ะค่ะ” ทหารคนสนิทตอบ “ก็ยังคงเป็นคนของตระกูลขุนนางใหญ่แต่ละตระกูลที่มาแสวงหาข้อมูลข่าวกรองจากหอขุยซิง”
“คุ้มกันให้แน่นหนากว่าเดิม ไม่มีจับใครได้ก็ตามให้ไว้ชีวิตเอาไว้ก่อน” หวงผู่เย่นวดศีรษะที่บวมของตนอยู่ครู่หนึ่ง
หมอเทวดาเซวยกยาบำรุงเข้ามาหนึ่งถ้วย: “ท่านชาย ดื่มยาเถอะ”