ตอนที่ 14
บทที่ 14 ตระกูลเซินจบแล้ว เซินจือชูคุกเข่า
October 31, 2026
เซินจือชูเหมือนเจอสายฟ้าโจมตี ทั้งร่างสั่นระริก ในลำคอเหมือนมีหนามทิ่มแทงอยู่ กลืนเข้าไปไม่ได้คายออกมาก็ไม่ได้ ค้างอยู่ตรงนั้นจนเลือดไหลซิบ
บนศาล ด้านบนที่นั่งสำหรับฟังความ ทั้งแถบเต็มไปด้วยผู้คน ญาติที่เมื่อก่อนไม่ลงรอยกันล้วนมากันในวันนี้ทั้งหมด บนสีหน้าของพวกเขามีความรู้สึกหลากหลาย เซินจือชูกวาดตามองอย่างเร็ว มองเห็นเพียงความเย้ยหยัน
หลังจากเซินซิวหลี่ที่นั่งอยู่ด้านหน้าเห็นเซินจือชูเข้ามา สายตามีความโกรธแค้นดุร้าย เขายันพื้นลุกขึ้นยืน พุ่งไปยกมือขึ้นจะตบหน้าเซินจือชู
ฝ่ามือนี้ไม่ออมแรงแม้แต่น้อย เซินจือชูหน้าหันข้าง หูขวาดังตูมกึกก้อง สติรับรู้ไม่รู้ว่าบินไปที่ไหนแล้ว
“เซินจือชู สี่วันนี้ไปอยู่ไหนมา? ตอนนี้ทำไมยังมีหน้ามาที่นี่อีก! เป็นเธอที่ทำร้ายพ่อเธอ! เธอทำให้แม่ฉันตายไม่พอ ยังจะทำให้พ่อฉันตายด้วย!”
เสียงที่ได้ยินถนัดหูดึงดูดสายตาของทุกคนที่อยู่ที่นี่ สายตาสักกี่สิบคู่ล้วนจ้องมองเซินจือชู ทำให้เธอไม่มีที่หลบซ่อน
เซินจือชูรู้สึกว่าสายตาที่มองเธอเหล่านั้นกำลังเปลี่ยนเป็นมีดที่จะเฉือนเนื้อและหักกระดูกของเธอเป็นๆ
เซินซิวหลี่กรอบตาแดงก่ำ คำรามเสียงดังด้วยใบหน้าดุร้ายว่า “เธอมันคนน่ารังเกียจ สินค้าชดเชย ตัวซวย! ตอนแรกแม่ไม่ควรคลอดเธอออกมาเลย แม้ว่าคลอดออกมาแล้วฉันก็ควรให้พ่อจับเธอกดน้ำให้ตายซะ! เซินจือชูเป็นเธอที่แย่งทุกอย่างของฉันไป!”
(สินค้าชดเชย เป็นคำเปรียบเทียบเรียกลูกสาว เจือความดูถูก เนื่องจากลูกสาวโตขึ้นต้องแต่งงานเข้าบ้านสามี และบ้านเจ้าสาวยังต้องเสียเงินค่าเครื่องใช้สำหรับแต่งงานด้วย)
คำพูดแต่ละประโยคที่เพิ่มความร้ายกาจขึ้นพูดใส่เซินจือชู เซินจือชูสมองว่างโหวง สองตาสูญเสียจุดโฟกัส ความวุ่นวายทั้งหมด สุดท้ายตกอยู่บนใบหน้าดุร้ายนั่นของเซินซิวหลี่
ดวงตาเห็นมือของอีกฝ่ายจะตบลงมาอีกครั้ง หลี่จิงเซินดึงเอวของเซินจือชูมาด้านหลังเพื่อหลบออก “ตบจนพังแล้วคุณชดใช้ให้มั้ย?”
บนใบหน้าของหลี่จิงเซินมีรอยยิ้ม เดิมทีคือสีหน้าอ่อนโยน ปรากฏออกมาบนหน้าเขาก็ดูมืดครึ้มมาก
เซินซิวหลี่เป็นคนที่กลัวคนแข็งแกร่งกว่า กล้าทุบตีเซินจือชูกลับไม่กล้าหาเรื่องหลี่จิงเซิน
เขาจ้องมองเซินจือชูอย่างชิงชัง ราวกับตรงหน้าสายตาไม่ใช่น้องสาวแท้ๆของเขา แต่เป็นศัตรูของเขา
หลี่จิงเซินลากเซินจือชูที่อกสั่นขวัญหายไปนั่งแถวด้านหน้าสุด ที่ตรงนี้ได้ฟังได้เห็นชัดเจน เซินจือชูกำสองมือแน่น เล็บจิกเข้าไปในเนื้อ เจ็บไปถึงหัวใจ เธอรู้ว่านี่เป็นเพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น
ผู้พิพากษาทยอยมานั่งตามตำแหน่ง เซินฉางหนานถูกจับกุมพาเข้ามา มองเห็นเซินจือชู ดวงตาเขาพลันมีความหวังวาบเข้ามา ตะโกนออกไปอย่างไม่สนใจสิ่งใด “จือชู ลูกสาวของพ่อ ลูกจะต้องช่วยพ่อนะ พ่อไม่ได้ทำผิดอะไรเลย พ่อถูกคนหลอกแล้ว...”
ผู้พิพากษาเคาะค้อนประธานอย่างหนักหน่วง “เงียบ!”
ที่แห่งนี้พลันเงียบกริบ ได้ยินเพียงเสียงพลิกกระดาษบนโต๊ะของผู้พิพากษา
หลังจากนี้เกิดเรื่องอะไรขึ้น พูดอะไรบ้าง เซินจือชูก็ไม่รู้อะไรแล้ว เหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง เธอจ้องมองเซินฉางหนานอย่างเหม่อลอย
นี่คือพ่อของเธอ?
ใช่ไหม?
แต่ทำไมเธอรู้สึกแปลกหน้ามาก?
เซินฉางหนานก้มหน้า ผมตัดเป็นทรงสกินเฮดแล้วแต่เซินจือชูยังคงมองเห็นผมสีขาวที่ปะปนอยู่ด้านใน ริ้วรอยเองก็ลึกขึ้น เวลานี้เซินจือชูถึงรู้สึกได้จริงๆว่านี่คือพ่อที่อยู่กับเธอมายี่สิบสี่ปีนั้นแก่แล้วจริงๆ
ผลการตัดสินออกมา เซินฉางหนานร้องไห้อย่างหนักอยู่บนศาล เซินจือชูดึงแขนเสื้อของหลี่จิงเซินถามอย่างเหม่อลอยว่า “ผลการตัดสินคืออะไร?”
“คุณไม่ได้ยินเหรอ?” หลี่จิงเซินพลันเข้าใกล้หูของเซินจือชู ป้องใบหูของเธอแล้วพูดว่า “พ่อคุณจบแล้ว คร่าชีวิตคนไม่ใช่แค่ชดใช้เงินยังต้องรับลูกปืนชดใช้ด้วยชีวิต”
ไม่นะ... ไม่มีทางเป็นคำตัดสินแบบนี้ เธอไม่เชื่อหลี่จิงเซิน แต่พ่อเธอร้องไห้ทำไม?
“ทำไม?” แต่งงานกับหลี่จิงเซินมาสี่ปี สิ่งที่เธอคิดมามากที่สุดก็คือทำไม ทำไมไม่รักเธอ? ทำไมไม่กลับบ้านกินข้าวที่เธอทำ? ทำไมจำเธอไม่ได้แล้ว?
“จะมีทำไมเยอะอะไรขนาดนั้นล่ะ” แผ่นหลังหลี่จิงเซินพิงอยู่บนเก้าอี้ มุมปากยิ้มร้าย เหมือนดูหนังดีๆจบไปเรื่องหนึ่ง จิตใจรู้สึกพึงพอใจมาก
“เรื่องของพ่อนี้ เป็นแผนที่คุณวางไว้ใช่ไหม?”
ยังนับว่าฉลาด ไม่รู้เรื่องก็ผ่านการคาดเดาเล็กน้อยก็สามารถเดาได้ถึงจุดสำคัญ
หลี่จิงเซินหัวเราะเสียดสี “สัญญาที่เขาเซ็นเป็นผมที่บังคับให้เขาเซ็น? ลงทุนไปสามล้านเป็นผมให้เขาลงทุน? พ่อของคุณไม่ใช่ไม่ทำผิดอะไรเลย ผิดก็คือเจ็ดคนนั่นที่ตายไป เขาชีวิตเดียวชดใช้เจ็ดชีวิต เขาได้กำไรอยู่นะ”
“พูดๆแล้ว สามล้านนั่นถ้าไม่ใช่คุณโอนให้เขา เขาก็คงจะไม่รีบไปเซ็นสัญญา”
“คิดมาคิดไป ก็เป็นคุณที่ทำร้ายพ่อของตัวเอง พี่ชายคุณพูดไม่ผิด”
น้ำเสียงของเขาราวกับมีความหนาวยะเยือก เข้าไปในหูของเธอ ทำให้อวัยวะภายในของเธอแข็งจนพังแล้ว ดวงตาของเซินจือชูยิ่งแดงขึ้น คล้ายจะหลั่งเลือดออกมา
สองมือวางอยู่บนเข่ากำเข้าหากันแน่น แต่ก็ยังเย็นเยียบขนาดนี้ ทั้งร่างกำลังสั่นสะท้าน
หลี่จิงเซินเหมือนไม่เห็นความเจ็บปวดของเธอ คว้าไหล่ของเธอเข้ามาในอ้อมกอดอย่างอบอุ่น ลูบรอยฝ่ามือบนใบหน้าของเธอพร้อมพูดว่า “เซินจือชู คุณขอร้องผมได้ ผมมีหลักฐานอยู่นิดหน่อย แม้ว่าไม่มีประโยชน์อะไร แต่ก็สามารถให้พ่อของคุณอยู่ในคุกใช้ครึ่งชีวิตที่เหลือได้ ไม่ถึงกับให้ตายในหนึ่งอาทิตย์หลังจากนี้ อยากจะใคร่ครวญสักหน่อยไหม?”
เขากำลังบีบเธอ