ตอนที่ 13
บทที่ 13 หลี่จิงเซิน ไม่มีคุณก็ไม่ใช่ว่าฉันจะอยู่ไม่ได้
October 31, 2026
เซินจือชูในเวลานี้เอาเรี่ยวแรงทั้งร่างไปทำการสู้รบกับความเจ็บป่วย เธอไม่รู้ว่าด้านนอกพลิกหน้ามือเป็นหลังมือนานแล้ว
เซินกรุ้ปเจอวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุด ราคาหุ้นตก การหายไปของเซินจือชูทำให้ทั้งบริษัทกระวนกระวาย
ช่วงนี้เซินฉางหนานเองก็หัวทิ่ม โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เขาลงทุนช่วงนี้กลายเป็นเหมืองถ่านหิน ภูเขาถ่านหินถล่มลงมา ล้มทับคนงานสามสิบสองคนเป็นๆ มีสิบคนบาดเจ็บเล็กน้อย สิบห้าคนบาดเจ็บสาหัส และอีกเจ็ดคนเสียชีวิต
การขุดเหมืองผิดกฎหมายบวกกับเกี่ยวโยงไปถึงชีวิตคน เซินฉางหนานไม่ถูกลูกยิงปรหารก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ในกรงขัง
แม้แลกทั้งเซินกรุ้ปไปช่วยเขาก็ช่วยกลับมาไม่ได้ เซินจือชูที่ถูกขังมาสามวัน ลูกสาวที่จากเป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลเซินกลายมาเป็นอาชญากรเพียงข้ามคืน ในอินเทอร์เน็ตคนก่นด่ากันให้ว่อน
เหตุการณ์แพร่กระจายไปจนทุกคนรู้ภายในระยะเวลาหนึ่งวันสั้นๆ หลี่จิงเซินเห็นว่าเรื่องราวใหญ่โตพอประมาณแล้ว เตรียมไปรับเซินจือชูดูละครสนุกๆนี้สักตอน
เวลาที่ศาลตัดสินเซินฉางหนานคือตอนสิบโมงเช้า เขาต้องการพาเซินจือชูไปเห็นพ่อของเธอถูกตัดสินโทษประหารกับตา เขาคิดว่า ตอนนั้นสีหน้าของเซินจือชูจะต้องน่าตื่นตามากแน่
เดิมทีบอกว่าขังเซินจือชูไว้สามวัน สุดท้ายวันที่สี่ตอนเจ็ดโมงเช้าถึงไปรับเธอมา
หลี่จิงเซินอารมณ์ไม่เลว ขับรถไปพลางมุมปากแต้มยิ้มบางๆอย่างมีความสุขไปพลาง
หลี่จิงเซินกลับมาถึงวิลล่าเดินตรงไปยังห้องนอน ทั้งวิลล่าเงียบไร้เสียง ทำให้คนรู้สึกไม่ได้ว่าในบ้านยังมีคนอื่นอยู่อีก
เสียงกุญแจในมือดังกรุ๊งกริ๊ง หลี่จิงเซินก้มหน้าเดินเบาใจ เลือกหยิบดูทีละดอก สุดท้ายพบกุญแจห้องนอนอยู่หลังสุดของพวงกุญแจ
เขาเสียบกุญแจลงไปอย่างแม่นยำแล้วหมุนทวนเข็มนาฬิกาสองรอบ ได้ยินเพียงเสียงแกร๊กเสียงหนึ่ง ประตูเปิดออกมาแล้ว หลี่จิงเซินบิดลูกบิดลงช้าๆค่อยๆผลักประตูเข้าไป
ในห้องนอนมืดมาก ม่านหน้าต่างขวางหน้าต่างทั้งหมดไว้ ขวางแสงแดดไว้ด้านนอกอย่างแน่นหนา หลี่จิงเซินมองไปรอบด้าน สุดท้ายมองเห็นเซินจือชูที่คุดคู้อยู่บนมุมหนึ่งของเตียง
เขาเปิดไฟ แค่เสียงเบาๆก็ทำให้ผู้หญิงที่อยู่บนเตียงสั่นระริกครู่หนึ่ง หลี่จิงเซินขมวดคิ้วแน่น
เซินจือชูกำลังทำอะไร? เขาเข้ามาแล้วทำไมยังไม่มีการตอบสนอง?
“เซินจือชู” หลี่จิงเซินเดินไปเลิกผ้าห่มออก เซินจือชูที่ถูกขังเกือบสี่วัน ใบหน้าซีดขาว ริมฝีปากเขียวคล้ำ ทั้งคนเหมือนกับของที่แตกไปได้ง่ายๆ ราวกับกระทบนิดเดียวก็จะแหลกสลาย
หลี่จิงเซินไม่เคยเห็นเซินจือชูที่เปราะบางขนาดนี้มาก่อน หัวใจบีบแน่นขึ้นมาอย่างไม่รู้ที่มา ค่อนข้างเจ็บ
“ลุกขึ้นมา แกล้งทำเป็นตายอะไร!” เมื่อนิ้วชี้สัมผัสที่แขนของเธอ ถึงได้พบว่าร่างกายของเธอเย็นเหมือนน้ำแข็ง
ในใจหลี่จิงเซินว่างโหวง ก้มตัวอุ้มเซินจือชูที่ผอมจนเนื้อแนบกระดูกขึ้นมา น้ำหนักนี่เบากว่าเมื่อสามวันก่อนมาก ที่แท้ ไม่กินข้าวสามวันก็ผอมได้มากถึงขนาดนี้เชียว
ความรู้สึกที่อุ้มอยู่ในอ้อมแขนก็เหมือนกำลังอุ้มเด็กน้อยคนหนึ่ง ทั้งร่างเหลือเพียงกระดูก แล้วก็ทิ่มแทงนิดหน่อย
แสงด้านนอกแสบตาอยู่บ้าง ขนตาของเซินจือชูเปิดขึ้นอย่างสั่นระริก กรอบตางามสองข้างนั้น ด้านในกระจัดกระจายเสียจนไม่สามารถรวบรวมเงาความรู้สึกคนได้ ว่างเปล่าไร้ซึ่งความโกรธ
ในที่สุดเธอก็ประคองตัวเองรอดมาได้แล้ว
เซินจือชูค่อยๆเงยหน้ามองคางของหลี่จิงเซิน ริมฝีปากบาง จมูก ดวงตาของเขา ค่อยๆกวาดสายตามองไปทีละน้อย
น้ำตาที่กลั้นไว้สามวันไหลออกมา หลี่จิงเซินรู้สึกได้ จึงก้มหน้าลงเห็น เซินจือชูร้องไห้จนดวงตาพร่าเลือนมองมาทางเขาตรงๆ
เซินจือชูมักจะมองเขาตาไม่กะพริบอยู่บ่อยๆ ด้านในคือความรู้สึกลึกซึ้งที่ลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง เมื่อก่อนหลี่จิงเซินรู้สึกว่าค่อนข้างน่ารำคาญใจ แต่ดวงตาทั้งคู่ของเซินจือชูในวันนี้สูญเสียแสงประกาย มีแต่ความมืดหม่น ไม่ว่าเขาจะหายังไงก็หาความรู้ลึกลึกซึ้งนั่นไม่เจอ
ในใจหลี่จิงเซินสะอึก เหมือนถูกค้อนทุบหนักๆ เจ็บปวดอย่างที่สุด
เซินจือชูขาดน้ำอย่างสาหัส ความทรมานเพิ่มขึ้นพร้อมความเจ็บป่วยนำพามาให้เธอ ทั้งคนจึงเหมือนดอกไม้ที่เหี่ยวเฉา พูดก็ยังไม่มีแรง เธอเกร็งลำคอพูดออกมาสองคำอย่างยากลำบาก “ไปไหน?”
หลี่จิงเซินอุ้มเธอมาถึงลานจอดรถแล้ว “ไปโรงพยาบาล”
“ฉันไม่ไปโรงพยาบาล” เธอไม่ชอบเข้าโรงพยาบาลตั้งแต่เด็ก สำหรับเธอโรงพยาบาลก็คือการเริ่มต้นของเรื่องเศร้า แม่ของเธอก็เสียชีวิตอยู่ในนั้น และความเจ็บป่วยของเธอ ไปตรวจที่โรงพยาบาลจะต้องปิดบังหลี่จิงเซินไม่อยู่แน่ๆ
หลี่จิงเซินเหลือบมองเธออย่างเย็นชา “ไม่ไปโรงพยาบาลคุณอยากตายเหรอ?”
เดิมทีฉันก็ใกล้ตายอยู่แล้วนี่นา เซินจือชูไออีกไม่กี่ครั้งก็สะเทือนไปยังกระเพาะ เธอกดเอาไว้อย่างเอาเป็นเอาตาย พูดด้วยดวงตาที่สั่นสะท้านอย่างเห็นได้ชัดว่า “พวกเรา... ไปสำนักงานกิจการพลเรือนเพื่อหย่ากันเถอะ”
“คุณยังคิดหย่ากับผมอีก?”
สีหน้าของหลี่จิงเซินในเวลานี้เยือกเย็นราวกับฤดูหนาว สายตากวาดลงบนใบหน้าของเซินจือชู เหมือนมีมีดนับไม่ถ้วนซ่อนอยู่ในนั้น
เซินจือชูไม่สามารถหลบเลี่ยงได้ เธอกลืนน้ำลาย หลังจากลำคอชุ่มชื้นเล็กน้อยแล้ว พูดอย่างไหลรื่นด้วยเสียงแหบๆว่า “ไม่งั้นล่ะ? ฉันก็ไม่ใช่ว่าไม่มีคุณแล้วไม่ไหว ไม่มีคุณแล้วอยู่ไม่ได้ หลี่จิงเซิน คุณดูคุณขังฉันไว้สี่วันแล้ว ฉันเองก็ไม่ใช่ว่ายังดีอยู่ดังเดิมเหรอ?”
หลี่จิงเซินเม้มริมฝีปากบางแน่น เดิมทีเขายืนอยู่ข้างประตูหลังรถ หลังจากฟังคำพูดนี้ของเซินจือชูแล้ว ขายาวก้าวข้ามมาถึงด้านข้างคนขับ อุ้มเซินจือชูไว้มือเดียว อีกมือเปิดประตูใส่คนเข้าไป
“ในเมื่อยังดีอยู่ งั้นก็ตามผมไปอีกที่นึง” เดิมทีเขาจะพาเธอไปโรงพยาบาล แต่ดูท่าคงไม่จำเป็นแล้ว จิตใจเธอสดชื่นดีมาก!
การกระทำของเขาหยาบคาบ ไม่สนใจความรู้สึกของเซินจือชู บอกว่าวางลงไม่สู้บอกว่าโยนลงซะมากกว่า หัวของเซินจือชูกระแทกกับพวงมาลัยรถยนต์ ศีรษะดังวิ้งๆๆ
หลี่จิงเซินอ้อมด้านหน้ารถมานั่งบนที่นั่งคนขับ ปิดประตูเสียงดังจนรถสั่นไปทั้งคัน
เซินจือชูขดตัวเป็นก้อนกลมเล็กๆอยู่บนเก้าอี้ เหมือนเธอเจ็บปวดตรงไหนสักแห่ง ใบหน้าซีดขาวมากสีหน้าเหยเกเล็กน้อย
หลี่จิงเซินชะโงกตัวไป และไม่สนว่าเธอนั่งตรงหรือไม่ ดึงเข็มขัดรัดเธอไว้อยู่บนนั้น หลังจากนั้นก็เหยียบคันเร่งขับออกไป