ตอนที่ 12
บทที่ 12 รุ่นก่อนๆปลูกต้นไม้ไว้ คนรุ่นหลังได้ใช้ร่มเงา
October 31, 2026
ห้องที่กว้างใหญ่ได้เงียบลงอย่างกะทันหัน เงียบซะจนเซี่ยหมิงเยว่ได้ยินเสียงพ่นควันบุหรี่ของหลี่จิงเซิน ซึ่งควันที่มากและกระจายตัวนั้นออกมาจากนิ้วเรียวของเขา
น้อยนักที่เซี่ยหมิงเยว่จะได้เห็นหลี่จิงเซินสูบบุหรี่ หรือพูดให้แน่ชัดกว่านี้ก็คือ หลี่จิงเซินไม่ค่อยสูบบุหรี่ต่อหน้าเธอ เพราะว่าต้องดูแลเธอที่ “ร่างกายไม่แข็งแรง”
เซี่ยหมิงเยว่เริ่มรู้สึกจิตใจไม่สงบในทันที เดิมทีวันนี้เธอดีใจมาก เพราะว่าเมื่อวานเธอบังเอิญเห็นข้อความในโทรศัพท์ของหลี่จิงเซิน
เซินจือชูต้องการหย่าร้างหลี่จิงเซิน
หลี่จิงเซินไปพบเซินจือชูในเช้านี้ เธอก็รู้ดี ตอนแรกเซี่ยหมิงเยว่คิดว่าเขาอยากไปหย่าขาดใจจะขาด แต่ท่าทางที่เคร่งเครียดหดหู่ของเขาในขณะนี้ ดูเหมือนไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดไว้นั้นเลย
“จิงเซิน กินข้าวค่ะ” เซี่ยหมิงเยว่ฝืดดึงสติให้มีชีวิตชีวาขึ้น บอกกับตัวเองนัยๆว่าไม่ต้องกลัว หลี่จิงเซินรักเธอมานานหลายปีขนาดนี้ ไม่ใช่ผู้หญิงที่ถือตัวและอวดดีอย่างเซินจือชูจะสามารถแย่งไปได้
หลี่จิงเซินดึงสติกลับมาแล้วดับบุหรี่ที่อยู่ในมือ จากนั้นเดินไปหน้าโต๊ะทานข้าวที่มีอาหารที่เซี่ยหมิงเยว่ทำไว้
เวลาสั้นๆก็ทำอาหารสามอย่างและซุปหนึ่งอย่างที่มีทั้งเนื้อและผักครบสารอาหาร หน้าตาอาหารดูดี แต่ฝีมือยังด้อยกว่าเซินจือชูนัก
ทำไมไปคิดถึงผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว…..หลี่จิงเซินกัดฟันกรามเพื่อที่จะเอาภาพสลัดออกไปจากสมอง
เซี่ยหมิงเยว่นั่งอยู่ตรงข้าม กำลังกุมถ้วยเล็กกินข้าวอยู่ พร้อมช้อนตามองเขาที่อยู่ตรงข้ามบ่อยๆ หลายครั้งที่เธอขยับปากอยากจะพูดอะไรออกมา แต่สุดท้ายก็ยังไม่สามารถพูดออกมาได้
ในใจเธอเริ่มกังวลและกลัว กลัวว่าถ้าถามออกไป ผลลัพธ์จะต่างจากที่เธอคาดหวังไปมาก เพราะเธอกลัวผิดหวัง
เซี่ยหมิงเยว่เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มีความกล้าอันน้อยนิด แต่ความทะเยอทะยานในชีวิตใช้มันไปกับหลี่จิงเซินทั้งหมดแล้ว เธออยากทำให้หลี่จิงเซินขอเธอแต่งงาน
วันนี้หลี่จิงเซินจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ขนาดกินข้าวยังสติล่องลอยไปเป็นระยะระยะ เซี่ยหมิงเยว่พบว่าเป็นหลายครั้ง สุดท้ายก็อดไม่ไหว จึงวางถ้วยชามในมือลง “จิงเซิน วันนี้ที่คุณกลับไปพูดคุยกับเซินจือชู เป็นอย่างไรบ้างคะ?”
คนที่หน้าตาสวยสดงดงาม ขนาดสองมือยังสวย ขณะที่จับตะเกียบอยู่ และการเคลื่อนไหวขณะทานอาหารก็สง่างาม เมื่อได้ยินคำถามเซี่ยหมิงเยว่ หลี่จิงเซินก็ชะงักไปเล็กน้อย “อะไรคือเป็นยังไง?”
เซี่ยหมิงเยว่กัดริมฝีปากล่างเบาๆ แล้วพูดอึกอัก “ก็เรื่องหย่าคุณกับเซินจือชูในวันนี้…..”
เธอเพิ่งพูดจบ ก็รู้สึกถึงแววตาเย็นชาจากชายตรงหน้า จึงราวกับร่างกายถูกสาดด้วยน้ำเย็นหนึ่งถัง เซี่ยหมิงเยว่จึงอดสั่นขึ้นมาไม่ได้ ในแววตาก็มีความขลาดกลัวด้วย
เหมือนจะรับรู้ได้ถึงความกลัวของเธอ หลี่จิงเซินจึงเก็บแววตานั้นกลับมา และตอบว่า “ไม่หย่าแล้ว”
เป็นเพราะเซินจือชูไม่หย่าหรือหลี่จิงเซินกันแน่ที่ไม่ยอมหย่า? เซี่ยหมิงเยว่เต็มใจเชื่อว่าให้เป็นอย่างแรก
“จิงเซิน คุณกับเซินจือชูถึงจะเป็นสามีภรรยาที่แท้จริง ส่วนฉัน อย่างมากก็เป็นได้แต่ชู้รัก ก่อนหน้านี้ฉันเกลียดพวกมือที่สามมาก แต่คิดไม่ถึงว่าจะมีวันที่ฉันกลายเป็นคนที่ฉันเกลียดที่สุด ฉันรู้สึกว่าตัวเองโคตรเลวร้าย ที่แย่งสามีคนอื่นมาไม่พอ แล้วยังเอาเลือดของคนอื่นมาด้วย”
หลี่จิงเซินไม่ชอบคนที่ชอบพูดถึงเรื่องรันทดคับแค้นใจของตน แต่สำหรับเซี่ยหมิงเยว่นั้น เขามีความรู้สึกละอาย พอเผชิญหน้ากับเธอก็อดทนมากขึ้นสักหน่อย
“ผมกับเซินจือชูเซ็นสัญญาร่วมกัน เลือดก็เป็นเพราะเธอยินยอมให้เอง คุณไม่ต้องรู้สึกผิดต่อเธอหรอก”
เซี่ยหมิงเยว่เอ่ยถามด้วยสีหน้าหดหู่ “จิงเซิน ถ้าสุขภาพของฉันหายดี และไม่จำเป็นต้องเอาเลือดจากเซินจือชูแล้ว คุณจะหย่ากับเธอมั้ย? และยังคำพูดที่คุณพูดว่าจะขอฉันแต่งงานในตอนแรกนั้น ตอนนี้ยังเชื่อถือได้อยู่มั้ย?”
พอเผชิญกับคำถามเหล่านี้ทำเอาหลี่จิงเซินตอบไม่ได้เลยแม้แต่ข้อเดียว หรือพูดได้ว่าเขาไม่รู้ว่าตอบยังไง อารมณ์ที่เพิ่งเก็บเข้าไปก็พุ่งขึ้นอย่างไม่รู้สาเหตุอีกครั้ง
เซี่ยหมิงเยว่อยู่กับเขามาหลายปีขนาดนี้ มองแวบเดียวก็รู้ทันทีว่าในใจของหลี่จิงเซินคิดอย่างไรอยู่ เธอจึงปกปิดสายตาผิดหวังไว้ แต่กลับพูดคำพูดปลอบโยนตนเองออกมา
“จิงเซิน ฉันแค่ไม่อยากให้คุณต้องทำเรื่องที่คุณไม่ยินยอมจนถูกบังคับเพราะฉันเลย…..”
หลี่จิงเซินยืนขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อตัดบทเธอ “ผมกลับไปทำโอทีที่บริษัทนะ สองสามวันจากนี้ก็ไม่มาหาคุณที่นี่แล้ว”