ตอนที่ 11
บทที่ 11 เพราะการที่ฉันรักคุณ คุณถึงทำร้ายฉัน รังแกฉันตามอำเภอใจอย่างไร้ยางอายอย่างนี้เหรอ
October 31, 2026
นาทีนี้ไม่อาจหยุดน้ำตาไม่ให้ไหลได้ ทำเอาคอเสื้อด้านหน้าเปียกชุ่มไปหมด ด้านนอกไร้เสียงใดๆ เธอไม่รู้ว่าหลี่จิงเซินได้ยินคำพูดที่เธอพูดออกไปเหล่านั้นหรือไม่ แต่ที่รู้แน่ชัดคือ เขาไม่ใส่ใจความเป็นความตายของเธอแม้แต่น้อย และเขาก็จะไม่เป็นห่วงเธอแน่นอน
เซินจือชูไร้เสียงในทันที เธอเช็ดน้ำตาอย่างลวกๆ ร่างกายไหลลงไปกับบานประตูและนั่งขดตัวอยู่ที่พื้น จากนั้นกัดหลังมือตัวเอง เพื่อไม่ให้ร้องไห้ออกมา
วัยสาวของเธอ ความรักของเธอ การแต่งงานของเธอ ทั้งหมดล้วนเริ่มที่หลี่จิงเซิน และจบที่เขา
หลี่จิงเซิน ฉันรักคุณมา 16 ปี ชีวิตของคนเราจะมี 16 ปีได้กี่ครั้งกัน ทำไมคุณถึงอาศัยความรักที่ฉันมีต่อคุณมารังแกฉันได้ขนาดนี้?
เซินจือชูครวญครางอย่างเสียใจ เธอยังไม่ได้กินข้าวเช้า ได้ดื่มแค่นมสดหนึ่งแก้ว พอหิวขึ้นมาแบบนี้จึงเกิดอาการเกร็งกระตุกในกระเพาะอาหารจนทรมาน
เซินจือชูอาศัยแรงที่เหลืออยู่วิ่งไปคลานไปยังห้องน้ำ เมื่อเปิดฝาชักโครกก็อาเจียนออกมา ซึ่งที่ออกมาล้วนเป็นน้ำย่อย ทำให้ลำคอแสบร้อนไปหมด
เมื่ออาเจียนเสร็จแล้ว กระเพาะอาหารยังคงกระตุกอยู่ เซินจือชูรู้ว่าเธอไม่อาจอาเจียนอีก ไม่อย่างนั้นก็คงจะได้อาเจียนเป็นเลือดแทน เธอเอามือปิดปากที่คร่ำครวญด้วยความทรมานไว้แน่นสนิท
เซินจือชูกลับมาถึงห้องและเปิดลิ้นชัก นำยาสองขวดออกมา สามวันหลังจากนี้คงต้องพึ่งสิ่งนี้เพื่อมีชีวิตรอดต่อไป ภายในห้องไม่มีน้ำบริสุทธิ์ เซินจือชูจึงได้แต่นำยาเม็ดไปยังที่ห้องน้ำแล้วดื่มพร้อมกับน้ำประปา
หลอดอาหารของเธอบางกว่าคนทั่วไป ยาเม็ดที่แห้งและฝืดติดอยู่ในลำคอ ค่อยๆละลายจนขมมาก เซินจือชูทำให้ตัวเองตกอยู่ในสภาพอเนจอนาถเป็นอย่างมาก ทั้งยังทนอาการคลื่นไส้ แล้วยังจะนำยา 4 เม็ดกลืนลงไปดื้อๆ
หลังกลืนยาลงไป เซินจือชูก็คลื่นไส้อย่างควบคุมไม่ได้ ยาที่เพิ่งลงไปดูเหมือนจะย้อนกลับขึ้นมาที่คอ เธอจึงใช้มือปิดปากไว้ รสชาติฝืดขมจึงแพร่กระจายในปากจนสลายหายไป
เซินจือชูนอนขดตัวอยู่บนเตียง กอดผ้าห่มไว้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ อากาศที่ร้อนอบอ้าวแต่เดิม ราวกับกลายมาเป็นอากาศช่วงเดือนสิบสองตามปฏิทินจันทรคติอย่างไรอย่างนั้น หนาวเย็นซะจนสามารถทำให้คนสูญเสียสติสัมปชัญญะได้เลย
รูม่านตาของเซินจือชูแลดูเลื่อนลอยไร้จุดหมาย ตามแสงที่ค่อยๆมืดลง เธอจึงเริ่มเหมือนเต่าที่หลบอยู่ใต้ผ้าห่มและที่นอน
เสียงฟ้าร้องภายนอกดังขึ้น สายฟ้าผ่าลงมา แสงสว่างนั้นจึงทะลุกระจกเข้ามาส่องสว่างทั่วห้องนอนแค่ชั่วพริบตา
ห้องนอนที่เธอตกแต่งได้อย่างอบอุ่นในเวลาปกติ ขณะนี้กลับน่าหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัดเช่นนี้ แสงและเงาสลับผสานกันที่กระจกหน้าต่าง แล้วสายฟ้าก็ผ่าลงมาพร้อมเสียงฟ้าร้อง “แกรก” เสียงดังขึ้นนี้ราวกับต้องการจะฉีกท้องฟ้าทั้งผืนให้แตกกระจาย
“กรี๊ด!” เซินจือชูกรีดร้องเสียงแหลมออกมา ในขณะที่ห่มผ้าห่ม ร่างกายกลับมีเหงื่อผุดออกมาเพราะความกลัว
ในคืนฝนฟ้าคะนองที่มืดจนยื่นมือออกมามองไม่เห็นนิ้วมือนั้น คนเมื่อตกอยู่ในอาการหวาดกลัวแล้วมักจะคิดไปต่างๆนานา คิดไปว่าเพดานผนังมีสัตว์ประหลาดปรากฏตัวออกมากลืนกินเธอทั้งตัว และก็คิดไปว่าข้างเตียงมีมือหนึ่งยืนเข้ามากระชากเธอ ดังนั้นเธอจึงไม่กล้าขยับตัวหรือเคลื่อนไหวใดๆ ได้แต่ออกแรงมากยิ่งขึ้นในการกอดห่อหุ้มไหล่ของตัวเอง
“หลี่…...หลี่จิงเซิน”
“หลี่จิงเซิน…..”
“หลี่จิงเซิน!” เธอตะโกนเรียกชื่อคนคนนั้น พร้อมตัวที่สั่นในตอนแรกจนเสียงแหบพร่าในตอนท้ายนี้ เหมือนกับจะกรีดคว้านคนคนนั้นออกมาจากหัวใจอย่างโหดร้าย
ห้องที่ว่างเปล่าไม่มีใครตอบรับคำพูดเธอ ได้ยินเพียงเสียงของฟ้าผ่ากึกก้องกัมปนาทจากด้านนอก
ราวกับเธอถูกคนทอดทิ้ง ไม่มีใครต้องการเธอ และจะไม่มีใครนึกถึงเธอได้
เซินจือชูเริ่มร่ำไห้ เธอแยกไม่ออกว่านี่คือน้ำตาที่สะท้อนมาจากทางสรีรวิทยาหรือน้ำตาทางอารมณ์ความรู้สึกของเธอกันแน่