ตอนที่ 1165
บทที่ 1165 ความเป็นกุลสตรีล่ะ
October 21, 2026
บทที่ 1165 ความเป็นกุลสตรีล่ะ
เมื่อคิดถึงตอนนี้ ใจของเสี่ยวเหยียนก็เต้นแรงขึ้นมา จนทำให้หล่อนตกใจจนอยากกระโดด
แต่ไม่นานนักก็ควบคุมอารมณ์ของตัวเองไว้ได้ ยกมือจับไปที่หัวใจ
“ต้องเข้มแข็งเข้าไว้ ไม่มีอะไรน่ากลัว”
จากนั้นหล่อนก็มองไปรอบๆ เลือกที่นั่งตรงโซฟาและนั่งลง
ไม่ใช่ว่าหล่อนไม่เคยมาที่ห้องทำงานนี้ เมื่อก่อนหล่อนมาส่งอาหารให้เขาทุกวัน เพียงแต่ช่วงนี้ไม่ได้มานานแล้วเท่านั้น
เวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่งไม่นานและไม่ช้า เสี่ยวเหยียนรอจนแทบจะหลับไป เดิมทีหล่อนคิดจะช็อปปิ้งเสื้อผ้าบนมือถือ แต่สุดท้ายดูไปดูมากลับไม่มีที่ถูกใจ ในหัวก็คิดแต่เรื่องที่ไม่เกี่ยวกับเสื้อผ้า
สุดท้ายหล่อนจึงเก็บมือถือลง และหลับตานอนลงบนโซฟา
จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าที่ชัดเจนดังมาจากนอกประตู เสี่ยวเหยียนจึงลืมตาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ไม่มีความงัวเงียหลงเหลืออยู่แล้ว หล่อนตื่นอย่างเต็มที่ จากนั้นจึงลุกขึ้นมานั่ง
หานชิงผลักประตูเข้ามา เห็นสาวน้อยนั่งอยู่บนโซฟา เงยหน้าหลังตรง เหมือนท่าทางของเด็กนักเรียนที่กำลังถูกครูใหญ่อบรมอยู่ นั่งด้วยท่าทีจริงจังเคร่งเครียด
แววตาสีดำมองผ่านแวบหนึ่ง จนหานชิงไม่ได้สังเกตเห็นรอยยิ้มที่แฝงอยู่
เมื่อได้ยินเสียง เสี่ยวเหยียนจึงหันไปมองหานชิง พยายามทำให้สีหน้าของตัวเองเป็นธรรมชาติที่สุด “ประชุมเสร็จแล้วเหรอ?”
“อื้ม”
หานชิงพยักหน้าเบาๆ เขาเดินเข้ามาห่างจากหล่อนไม่ไกล “อยู่รอผมตรงนี้ตลอด?”
เสี่ยวเหยียนตกใจตะลึง ฟังเขาพูดต่อ: “ตาล้าแล้วยัง? นอนสักพักหน่อยไหม?”
“…ไม่เป็นไรค่ะ”
สถานการณ์แบบนี้ ใครจะไปหลับลง???
เสี่ยวเหยียนรู้สึกว่าหานชิงไม่มีไหวพริบเอาซะเลย หล่อนส่ายหน้า: “ฉันไม่ง่วง”
“แน่ใจว่าไม่ง่วง?” หานชิงหรี่สายตามองหล่อน
ถูกเขาจับตามองแบบนี้ เสี่ยวเหยียนก็รู้สึกเกร็งมากขึ้น ส่ายหน้าด้วยความมั่นใจเด็ดขาด: “ไม่ง่วงจริงๆค่ะ”
“งั้นก็ดี ในเมื่อไม่ง่วง งั้นก็มาคุยเรื่องของพวกเราดีกว่า”
เมื่อพูดจบ ร่างสูงใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าหล่อนกลับเดินมานั่งข้างหล่อนอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะมีระยะห่างเล็กน้อย แต่เมื่อโซฟายุบลงไปและกลิ่นอายของชายหนุ่มอันทรงเสน่ห์เข้ามาใกล้หล่อน ใจของเสี่ยวเหยียนก็เต้นแรงขึ้นมาก จากนั้นจังหวะการเต้นของหัวใจก็เริ่มเต้นอย่างไม่เป็นจังหวะ จนแทบหลุดออกมาจากตัวของหล่อน
หล่อนกลัวมาก หลังจากที่ได้ยินเขาพูดเช่นนี้ นิ้วมือก็เริ่มสั่นขึ้นเล็กน้อย สายตาค่อยๆมองไปที่หานชิง
“เรื่อง...เรื่องของพวกเรา? เรื่อง...เรื่องอะไรเหรอ?”
หล่อนกลัวจนแทบทนไม่ไหว จากนั้นก็รออย่างใจจดใจจ่อ
ใครจะไปคาดคิดสายตาที่หานชิงมองหล่อน ส่องสว่างเป็นประกายมาก
“คุณไม่รู้?”
เสี่ยวเหยียน: “…”
หล่อนตกใจตะลึง มองหน้าหานชิงย้อนถามอย่างเหม่อลอย
“อยากรู้ว่าทำไมผมจูบคุณไหม?”
ราวกับทุกอย่างถูกหยุดไว้
ใจของเสี่ยวเหยียนแทบจะหยุดเต้นลงทันที นิ้วสั่นแรงมาก ดวงตาเบิกกว้าง คิดไม่ถึงว่าหานชิงจะถามออกมาตรงๆเช่นนี้
หลังจากที่ตกตะลึงไปสักพัก ใบหน้าอันขาวซีดของหล่อนก็เริ่มแดงขึ้น
“ถ้าอยากรู้ขนาดนี้ ทำไมไม่มาถามผมเองล่ะ”
“!!”
เสี่ยวเหยียนรู้ขึ้นมาทันทีว่า มู่จื่อบอกว่าตัวเองไม่ได้พูดอะไร แต่อันที่จริงพูดไปหมดแล้ว แง! คนโกหก!
ตอนนี้ล่ะ จู่ๆหานชิงก็ถามหล่อนมาตรงๆแบบนี้ หล่อน....ขายหน้าหมดแล้ว ก่อนหน้านี้ยังคิดจะแสร้งทำตัวเย็นชาใส่ ให้ดีที่สุดคือคุมสติให้เงียบเข้าไว้ แต่สุดท้ายมู่จื่อกับหักหลังกันแบบนี้ ทำให้หานชิงรู้ว่า หล่อนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก
ยากจังเลย ช่างยากจริงๆ!