ตอนที่ 2049
บทที่ 2049 ห้ามฆ่าเธอ(1)
October 21, 2026
แทบทุกคนต่างล้วนได้เห็นฉากนี้แล้ว ประมุขประเทศตันเซิ่ง เจ้าสำนักหลีซี ตลอดจนเหล่าบรรดายอดฝีมือ ทั้งหมดรีบเร่งวิ่งออกมาแล้วอย่างรวดเร็ว
หลายวันมานี้ทุกคนต่างอารมณ์ตึงเครียดตลอดมา ส่งผลเมื่อได้เห็นท้องฟ้าเป็นสีดำเต็มไปหมด ก็มีคนหันหลังกลับเตรียมหลบหนีทันใด และตะโกนขึ้นอย่างตื่นตระหนกว่า “ผู้ฝึกชั่วร้ายบุกเข้ามาแล้ว!”
“จงหุบปากเสีย!”
เจ้าสำนักหลีซีตวาดเสียงดังลั่นใส่คนที่ตะโกนขึ้นมาอย่างกระต่ายตื่นตูม
พลังระลอกนี้ดูเช่นใดก็หาใช่ผู้ฝึกชั่วร้ายรุดมาโจมตีไม่
ถึงอย่างไรประมุขประเทศตันเซิ่งก็มากประสบการณ์รอบรู้กว้างขวางกว่าอยู่บ้าง เขาหยีตามองไปยังทิศทางไกลพูดขึ้นว่า “หาใช่ผู้ฝึกชั่วร้ายไม่ แต่เป็นคนที่ต่อสู้พัวพันยากลำบากยิ่งกว่าผู้ฝึกชั่วร้าย”
พูดจบประมุขประเทศตันเซิ่งก็หันมองไปทางเจ้าสำนักหลีซี สีหน้าแววตานั้นคล้ายดั่งกำลังสอบถามว่า พวกคุณจะรุดไปหรือไม่?
เจ้าสำนักหลีซีเงียบขรึมครู่หนึ่งจึงเอ่ยขึ้นว่า “รุดไปดูหน่อยเถอะ ทุกคนรวมกลุ่มเคลื่อนไหวพร้อมกัน ห้ามแตกแถวออกจากกลุ่มโดยพลการ ถ้าเป็นผู้ฝึกชั่วร้ายติดตามไล่ล่าสังหารพวกเราจริงๆ หลังจากเห็นแล้วรีบวิ่งหนีพร้อมกันทันที ฉันคิดว่าเทพเงินแปดทิศและอริยบุคคลแห่งจักรวาลสมควรกำลังเร่งรุดไปแล้ว”
เจ้าสำนักหลีซีคาดเดาได้ช่างแม่นยำอย่างยิ่ง ยามนี้เทพเงินแปดทิศและอริยบุคคลแห่งจักรวาลทั้งสองกำลังทะยานขึ้นนภากาศ เหินบินตรงไปยังสถานที่ซึ่งเป็นแหล่งที่มาของพลัง
ลู่ฝานก็ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของฟ้าดินแล้วเช่นกัน เขาไม่ทราบว่าพลังนี้คือสิ่งใดกันแน่ แต่เขายังคงพูดออกมาโดยสัญชาตญาณสองคำว่า
“หลิงเหยา!”
สีหน้าแววตาลู่ฝานแปรเปลี่ยนเล็กน้อย เขาก็เหินบินขึ้นสูงทันทีแล้วเช่นกัน
บริเวณนอกหมู่บ้านปีศาจสาว เงาร่างนับร้อยสายมุ่งหน้าเหินบินไปยังส่วนลึกของผืนป่า
ฟู่สืออู่ ฟู่ชีและคนอื่นๆ มองดูฉากนี้อย่างตกตะลึง แต่กลับไม่มีสักตนกล้าติดตามขึ้นไป
ในเวลาเดียวกัน บริเวณใจกลางผืนป่าใบไม้แดง “หลิงเหยา”กำกระบี่อ่อนของตนไว้ภายในมืออย่างแนบแน่นแล้ว
กระบี่เล่มนั้นเป็นยอดกระบี่เลิศภพจบแดนอย่างไร้ข้อสงสัย ขนาดยาวสิบเมตร กว้างหนึ่งนิ้ว หลอมสร้างสำเร็จขึ้นในหุ้นตุ้น ประกายเย็นเยียบคุกคามผู้คน
ถือกระบี่ยาวไว้ในมือ เส้นผมของ“หลิงเหยา”ก็เริงร่าพลิ้วไหวปลิวสะบัดขึ้นมาแล้วทั้งๆ ที่ไร้สายลม
บนร่างกายเธอ เริ่มปรากฏชุดเกราะพิเศษที่สร้างสำเร็จจากพลังหุ้นตุ้นขึ้นมาชุดหนึ่ง
แผ่ขยายขึ้นจากฝ่าเท้าไปด้านบน พลังหุ้นตุ้นควบแน่นกลายเป็นชิ้นส่วนเกราะอักขระยันต์ชิ้นแล้วชิ้นเล่าปรากฏขึ้นบนร่างของ“หลิงเหยา”
อักขระยันต์ดังกล่าว เมื่อพิจารณามองดูอย่างละเอียดแล้วก็จะสามารถพบว่า อักขระเหล่านั้นล้วนเป็นรอยจารึกของภูเขาบรรพตแม่น้ำสายธาร และบรรดาหนอนแมลงมีปีกกับสัตว์ร้ายจัตุบาท
เงาสะท้อนของตลอดทั่วทั้งฟ้าดินทั้งหมดต่างล้วนอยู่บนชุดเกราะของ“หลิงเหยา”แล้ว กระบี่อ่อนภายในมือก็กอปรด้วยประกายอสนีสายฟ้าส่วนหนึ่งเช่นกัน
จวบจนกระทั่งชุดเกราะแผ่ขยายถึงบริเวณบั้นเอว พลัน“หลิงเหยา”พบว่าถุงใบเล็กบนร่างกายตนช่างเป็นอุปสรรคขัดขวางอย่างยิ่ง
“นี่คือสิ่งของใด?”
“หลิงเหยา”จ้องมองถุงใบเล็กนี้อย่างขุ่นข้องรำคาญ
คล้ายดั่งไม่เข้าใจว่าทำไมบนร่างกายตนถึงมีสิ่งของเช่นนี้
“หลิงเหยา”สลัดมือโยนถุงใบเล็กขว้างทิ้งไป
ชุดเกราะครอบคลุมตลอดทั่วทั้งตัวในชั่วพริบตา “หลิงเหยา”ในยามนี้ดูแล้วได้แต่ใช้คำว่าองอาจห้าวหาญน่าเกรงขามมาบรรยาย
สีหน้าแววตาเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบหนาวเหน็บ เงาร่างพลิ้วไหววูบเหินบินขึ้นข้างบน
พลัน“หลิงเหยา”ตวัดหนึ่งกระบี่ฟาดฟันไปภายในท่ามกลางหมู่ต้นไม้
รังสีกระบี่ไร้เงา ผืนป่าแถบหนึ่งสูญสลายหายไปจนไร้ร่องรอยทันใด
เหมือนเช่นเดียวกับมีมือยักษ์ระหว่างฟ้าดินข้างหนึ่งถอนดึงเอาต้นไม้ทั้งหมดออกไปแล้วก็ปาน เงาร่างของหวงฝู่อู่ภายในผืนป่าได้เปิดเผยออกมาแล้ว
หวงฝู่อู่จ้องมองดู“หลิงเหยา”อย่างตะลึงงัน เขาไม่เคยเห็นพลังเช่นนี้ของเธอมาก่อน
ยิ่งรู้สึกไม่เข้าใจที่“หลิงเหยา ”ลงมือต่อเขาอย่างกะทันหันนั้น หมายความถึงสิ่งใด
ทว่าชุดเกราะบนร่างของ“หลิงเหยา” กลับทำให้หวงฝู่อู่เกิดความรู้สึกคุ้นเคยยิ่งนักอย่างไร้ที่สิ้นสุด