ตอนที่ 689
บทที่ 689
October 21, 2026
เวลาเปรียบได้ดั่งเม็ดทรายที่ไหลผ่านปลายนิ้วมือไป พริบตาเดียวเวลาก็ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว
เกล็ดหิมะลอยตกลงมา โดยหิมะของเมืองตงหวานี้ เหมือนจะตกลงมาก่อนเมืองเจียงหลินบ้านเกิดของลู่ฝานเสียอีก โอ้ว ไม่ใช่สิ ตอนนี้ต้องเรียกว่าเมืองลู่แล้ว
เมื่อพูดถึง เรื่องเมื่อวานนี้เอง ภาษีอากรงวดแรกของเมืองลู่ได้ส่งมอบมาถึงเขาแล้ว ถึงแม้ว่าทางราชสำนักจะนำเงินส่วนมากนั้นไป แต่ส่วนที่เหลืออยู่ก็ถือว่ามากพอสมควรเลย
อย่างน้อยตามที่ลู่เฮ่าหรานพูดนั้น ชั่วชีวิตนี้เขายังไม่เคยพบเห็นเงินมากขนาดนี้มาก่อน
นี่คือผลประโยชน์ด้านหนึ่งของตำแหน่งผู้ตรวจการชั้นกลาง ที่สามารถครอบครองภาษีอากรส่วนหนึ่งของจากทั้งเมืองได้
เมื่อเปรียบเทียบกับผู้เฝ้าเมืองทั่วไปแล้ว อำนาจของลู่ฝานนั้นยิ่งใหญ่จนน่าตกตะลึง อย่างน้อยผู้เฝ้าเมืองคนอื่น ต่างก็รับเงินเดือนจากราชสำนัก ส่วนภาษีอากรนั้น เหอะเหอะ ตนเองก็แค่แอบลักลอบนำเอาส่วนเล็กน้อย ก็ไม่ถือว่าเป็นปัญหา แต่หากจะบอกว่าครั้งหนึ่งได้รับกี่ส่วนนั้น ก็คงจะเป็นไปไม่ได้ ซึ่งอยากจะจบชีวิตแค่ไหนก็คงจะไม่คิดจบชีวิตด้วยวิธีการแบบนี้แน่
หลังจากที่เขาได้พูดคุยกันกับผู้เฝ้าเมืองจางและคนอื่น ๆ แล้ว ลู่ฝานก็พบว่า ตนเองนั้นก็คือราชาท้องถิ่นของเมืองลู่แล้ว ต่อให้จะสังหารผู้คนอย่างไร้เหตุผลในเมืองลู่ ก็ไม่เป็นปัญหา ดั่งที่พูดกันว่า มีอำนาจปกครองแบบเบ็ดเสร็จ
อิทธิพลอำนาจระดับนี้ ก็เพียงพอที่จะทำให้ลู่หาวผู้เป็นพ่อและลู่เฮ่าหรานผู้เป็นปู่รู้สึกพึงพอใจอย่างที่สุดแล้ว
ตอนนี้ทั้งสองคนเวลาฝันก็ยังคงยิ้มแย้ม
หลังจากที่ลู่ฝานคิดพิจารณาแล้ว ในตำแหน่งของผู้เฝ้าเมืองลู่นี้ ก็ได้ใส่ชื่อของลู่หมิงไป
ลู่ฝานไม่รู้ว่าเมื่อลู่หมิงได้รับทราบข่าวสารนี้แล้ว จะแสดงอาการอย่างไรบ้าง
อย่างไรก็ตามในจดหมายที่ลู่หมิงส่งกลับมานั้น ลู่ฝานเห็นว่าตัวอักษรที่เขาเขียนล้วนไม่หนักแน่น
นั่นเป็นเพราะ ตอนที่เขียนจดหมายนั้น มือของเขากำลังสั่นเทา ใช้แรงกำลังได้ไม่เต็มที่
การที่มีเมืองแห่งหนึ่งเป็นฐานที่มั่นคงหนักแน่นของตระกูลลู่ ทำให้ตระกูลลู่ในวันนี้ มีพัฒนาการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้นไปทุกวัน
คฤหาสน์เพียงหลังเดียว ไม่เพียงพอต่อการที่ตระกูลลู่จะทำการขยับขยายแล้ว
ภายในช่วงเวลาสั้น ๆ เพียงหนึ่งเดือน คฤหาสน์ของตระกูลลู่ก็เพิ่มมากขึ้นสิบหลัง ทั้งในแบบเปิดเผย และแบบแอบแฝงเอาไว้ก็มีทั้งหมด
ร้านค้าก็มีเพิ่มมากขึ้นสิบกว่าแห่ง โดยไม่มีผู้ใดกล้าที่จะมาแย่งกิจการค้าขายจากตระกูลลู่
ถึงขนาดที่ว่ามีร้านค้าจำนวนไม่น้อยที่ยอมแขวนป้ายร้านเป็นชื่อตระกูลลู่ และยอมที่จะจ่ายเงินให้กับตระกูลลู่ในแต่ละปีอีกด้วย
เวลานี้ พวกลูกหลานของตระกูลลู่ แต่ละคนต่างก็องอาจห้าวหาญ ไม่มีความน้อยเนื้อต่ำใจ อย่างกับตอนที่เพิ่งเข้ามาในเมืองใหม่ ๆ
เมืองใหญ่ แล้วอย่างไรล่ะ?