ตอนที่ 1022
บทที่ 1022 ลาก่อนช่ายซินซิน
October 28, 2026
บทที่ 1022 ลาก่อนช่ายซินซิน
ในเวลาแบบนี้ หยินปู้ฝันก็ทำได้แค่เพียงส่ายหน้าอย่างเบื่อหน่ายเท่านั้น “ผมไม่ต้องการถามอะไรพยานครับ”
ผู้พิพากษาหลิวพยักหน้า จากนั้นก็มองไปที่ทนายของทั้งสองฝ่าย “การพิจารณาคดีนี้มาถึงตอนนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างก็เบิกพยานของตัวเองออกมาแล้ว และในเวลาเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายต่างก็ได้ถามคำถามของตัวเองกับพยานของอีกฝ่ายไปแล้ว ถ้าอย่างงั้นตอนนี้ไม่ทราบว่าทนายของทั้งสองฝ่ายยังมีพยานคนอื่นอีกไหม โดยเฉพาะฝ่ายจำเลยครับ”
หยินปู้ฝันรู้ว่าความหมายที่แอบแฝงของคำพูดนี้คือ : เห็นได้ชัดว่าพวกคุณกำลังลำบากแล้ว ยังจะมีโอกาสพลิกตัวไหม
***
หยินปู้ฝันอยากจะพูดมาก ๆ เลยว่าตัวเองยังมีพยานอีก แต่ว่าสิ่งที่อยู่ต่อหน้าต่อตากลับเป็น‘ไม่มีแม้แต่ต้นทุน’แล้ว และในตอนที่เขากำลังเตรียมจะแสดงออกกับผู้พิพากษาว่าตัวเองนั้นไม่มีพยานอะไรอีกแล้ว และเตรียมจะยอมแพ้การพิจารณาคดีนี้ไปแบบนี้แล้วนั้น
อยู่ ๆ ประตูศาลก็ถูกคนผลักออกจากข้างนอกเข้ามา
ทุกคนที่อยู่ในนี้ต่างก็เกิดความแปลกใจขึ้นมา
นี่เป็นการพิจารณาคดีแบบปกปิด โดยที่โลกภายนอกไม่มีใครรู้ทั้งนั้น และถึงแม้โลกภายนอกจะรู้เข้า พวกเขาก็ไม่สามารถฝ่าเข้ามาได้เช่นกัน
แต่คนคนนี้กลับเดินเข้ามาอย่างสง่าผ่าเผยจากข้างนอกได้ มันทำให้ผู้คนรู้สึกตกใจอยู่บ้างจริง ๆ
คนเป็นยังไงยังไม่ทันได้มองเห็นชัดเจน แต่กลับโดนเกล็ดที่มีแสง ‘วิบ ๆ วับ ๆ’ทั้งตัวของเธอสะท้อนแสงจนตามัวแล้ว
นี่มันช่างสะดุดตาจริง ๆ สะดุดจนทำให้คนเกือบทั้งหมดต้องมองไปที่ตัวเธอ และทุกคนที่มองไปที่เธอก็ต้องขมวดคิ้วขึ้นมากันน้อย ๆ พร้อมกับยกมือขึ้นมาบังแสงที่กะพริบเข้าตาด้วย
นอกจากแสงที่สะดุดตาแล้ว สิ่งต่อมาที่มาทำให้สะดุดกับประสาทสัมผัสเป็นอย่างที่สองนั่นก็คือกลิ่นหอมกลิ่นนั้น
จะพูดยังไงดีละ มันเป็นแบบที่ถ้าเป็นผู้หญิงแล้วจะไม่มีปฏิกิริยาอะไร แต่ว่าถ้าเอาผู้ชายมาพูด ก็คือจะสามารถเกิดปฏิกิริยาที่หอมยั่วยวนอย่างบอกไม่ถูก
กลิ่นหอมแบบนี้ทำให้กู้ฮอนซึ่งอยู่ในที่นั่งฟังรู้สึกคุ้นเคยยิ่งนัก
คุ้นเคยจนกระทั่งแม้แต่หลับตาอยู่เธอยังเลยรู้ว่าผู้หญิงที่คนนี้มาคือใคร
“ต๊อก ต๊อก ต๊อก……”
สิ่งที่ตามมากับเกล็ดส่องแสงที่สะดุดตาและกลิ่นหอมที่ราวกับดูดวิญญาณนั้น ยังมีเสียงอีกชุดหนึ่งที่สามารถทำให้สั่นไหวในใจผู้ชายได้ และหญิงสาววัยรุ่นคนหนึ่งก็ได้เดินเข้ามาในศาลแล้ว เธอยืนอยู่ตรงด้านหน้าผู้พิพากษา และตรงกลางระหว่างจำเลยกับโจทก์
“ดูแล้วยังดี ฉันไม่ได้มาช้าไปนะ” น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความมีเสน่ห์ เหมือนกับว่ากำลังคุยกับใครอยู่ยังไงอย่างงั้น
ช่ายซินซิน…… เธอใส่ชุดที่เจอกับพวกหยินปู้ฝันเมื่อคราวที่แล้ว เพียงแต่ว่าคราวนี้ ผมของเธอบังใบหน้าไว้ครึ่งหนึ่ง ทำให้ดูมีความลึกลับ และมีแปลกประหลาดอยู่นิด ๆ
หยินปู้ฝันเห็นเธอมาถึงที่นี่ ก็อดไม่ได้ที่จะมีความรู้สึกประหลาดใจ ภาพเหตุการณ์ในตอนนั้นเขายังจำได้แม่นดี เธอได้ปฏิเสธคำขอที่ตัวเองขอให้เธอช่วยมาเป็นพยานอย่างอ้อมค้อมแล้ว
แต่ว่าตอนนี้ เธอกลับมายืนอยู่ที่นี่อย่างสง่าผ่าเผย วันนี้ที่เธอมาปรากฏตัวขึ้นที่นี่ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเพื่อช่วยเหลือตัวเองแล้วละก็ งั้นก็คือจะมายืนอยู่ข้างผู้อำนวยโกว
มาดูเรื่องตลกเหรอ? หรือมาเพื่อเป้าหมายอื่น? เธออยากมาดูว่าสถานการณ์ตอนนี้มีประโยชน์กับฝ่ายไหนมากกว่ากันงั้นเหรอ?
ตอนนั้นตอนที่อยู่ที่บ้านเธอ สามารถฟังออกจากคำพูดเพียงไม่กี่คำของเธอได้ว่า ความรู้สึกที่เธอมีให้กับผู้อำนวยการโกวนั้นดูค่อนข้างซับซ้อน
น่าจะเป็นทั้งกลัวและเกลียดปะปนกันอยู่มั้ง
ระหว่างที่หยินปู้ฝันและกู้ฮอนกำลังเดาจุดประสงค์ที่เธอมาอยู่นั้น ผู้อำนวยการโกวที่นั่งอยู่ตรงแท่นโจทก์กลับดูเหมือนอย่างกับเจอกับผีเข้ายังไงอย่างงั้น ตาทั้งสองข้างจ้องเธอเขม็ง ปฏิกิริยานั้นนิ่งค้าง และอึ้งทึ่ง……
ช่ายซินซินยกมือขึ้นมาโบกมือทักทายหยินปู้ฝันและกู้ฮอน “ไม่เจอกันหลายวันเลย ดูแล้วสีหน้าของพวกคุณดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยนะ”
พูดจบ เธอก็มองไปทางผู้อำนวยการโกว และพูดราวกับออดอ้อนกับเขาว่า “ผู้อำนวยการโกวคุณช่างร้ายกาจจังเลยนะคะ ทำไมถึงทำกับเขาแบบนี้……”
พอประโยคนี้ถูกพูดออกไป ก็มากพอที่จะทำให้คนทั้งหมดที่อยู่ในนี้จินตนาการไปต่าง ๆ นานา แต่ละคนต่างก็ใช้สายตาแปลก ๆ มองไปที่ผู้อำนวยการโกวที่กำลังทำตัวไม่ถูกแล้ว
เขาพยายามเค้นรอยยิ้มออกมาได้บ้าง “ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ นะ ผมนี่ก็ไม่มีทางเลือกแล้วเหมือนกัน…..”
ดีเลย……ประโยคนี้พอคนรอบข้างฟังแล้ว ก็ยิ่งรู้สึกว่าระหว่างสองคนนี้จะต้องมีความลับอะไรที่บอกคนอื่นไม่ได้แอบซ่อนไว้แน่ ๆ เลย หรือพูดอีกอย่างอาจจะเป็นข่าวซุบซิบนินทาก็ได้?
ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาเป็นอะไรกันแน่? พ่อบุญธรรม และ ลูกบุญธรรมเหรอ?
***
การปรากฏตัวของช่ายซินซินรวมถึงประโยคสั้น ๆ เพียงไม่กี่ประโยคของผู้อำนวยการโกวนั้น ก็ทำให้บรรยากาศของศาลทั้งศาลเปลี่ยนเป็นแปลก ๆ ขึ้นมา หรือพูดอีกอย่างคือมีความคลุมเครือแบบที่ทำให้คนพูดไม่ออก
สำหรับปฏิกิริยาของผู้อำนวยการโกวที่ใกล้เคียงกับ ‘การเสียการควบคุม’แบบนี้นั้น ก็ทำให้ทนายของเขาต้องเตะขาเขาเบา ๆ ที่ใต้โต๊ะขึ้น
แน่นอนผู้พิพากษาหลิวเองก็ทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว
ในเมื่อที่นี่เป็นศาล เป็นที่ที่ต้องรักษากฎหมายอย่างเข้มงวด จะมาอนุญาตให้มีภาพเกี้ยวพาราสีกันเกิดขึ้นได้ยังไง และที่สำคัญที่พวกเขาทำแบบนี้ โดยเฉพาะผู้อำนวยการโกวนั้น ช่างขายหน้าเจ้าพนักงานของรัฐอย่างพวกเขาจริง ๆ เลย
เขากระแอมเบา ๆ ขึ้นคำหนึ่ง “ผู้อำนวยการโกว ถ้าหากพวกคุณมีธุระอะไรกันแล้วละก็ ตอนนี้ผมอนุญาตให้พวกคุณออกไปจัดการกันก่อนได้ พวกเรารอคุณจัดการให้เรียบร้อยอยู่ที่นี่ แล้วค่อยพิจารณาคดีต่อก็ยังไม่สายครับ”
นี่ผู้พิพากษาหลิวคือกำลังพูดคำพูดกลับด้านเพื่อกระตุ้นผู้อำนวยการโกวแล้ว
แน่นอนว่าความหมายแอบแฝงแบบนี้ผู้อำนวยการโกวจะต้องเข้าใจอยู่แล้ว แต่ว่าตอนนี้เขาไม่รู้จริง ๆ ว่า ที่ช่ายซินซินปรากฏตัวขึ้นที่นี่เพื่อต้องการอะไรกันแน่
แต่ว่า เขาเหมือนจะรู้สึกถึงบางอย่าง และสำหรับตัวเองมาพูดแล้วจะต้องไม่ใช่เรื่องดีอะไรแน่