ตอนที่ 1024
บทที่ 1024 แผนการชุดที่สอง
October 28, 2026
บทที่ 1024 แผนการชุดที่สอง
“ท่านผู้พิพากษาครับ ผมฟังมาถึงตรงนี้ ต้องขอนับถือทนายฝ่ายจำเลยเป็นอย่างสูง ที่สามารถเอาเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันเลยทั้งสองเรื่องมารวมเป็นเรื่องเดียวกันได้ ดูเหมือนว่าการปรากฏตัวของคุณช่ายคนนี้ จะสามารถเปิดเผยความชอบส่วนตัวของผู้อำนวยการโกวได้ แต่ว่า โปรดสังเกตที่ผมพูดคือ แต่ว่า ถึงแม้ผู้อำนวยการโกวจะมีความชอบแบบนี้ แต่ว่าก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่ามันมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับคดีนี้นี่ครับ”
“คุณทนายฝ่ายตรงข้ามที่พูดแบบนี้นี่มันเถียงข้าง ๆ คู ๆ ชัด ๆ การที่คุณช่ายมาพูดให้การเป็นพยานก็สามารถยืนยันได้แล้วว่า ก่อนหน้านี้ที่พยานของผมคุณกู้ได้พูดไว้ทั้งหมดนั้นเป็นความจริง ไม่ใช่ความเท็จแม้แต่นิดเดียว” หยินปู้ฝันโกรธจนหน้าก็จะเขียวอยู่แล้ว
เขาสู้คดีมาหลายปีขนาดนี้ ยังไม่เคยเห็นใครเถียงข้าง ๆ คู ๆ แบบนี้มาก่อน ขนาดความจริงได้กระจ่างต่อหน้าแล้ว ยังคิดหาวิธีมาเถียงข้าง ๆ คู ๆ อีก
ทนายฝ่ายโจทก์หันหน้ามาใบหน้ายิ้มแย้มมองไปที่หยินปู้ฝัน “นี่ผมไม่ได้เถียงข้าง ๆ คู ๆ นะครับ แต่คือการตั้งคำถามอย่างสมเหตุสมผลต่างหาก ในโลกใบนี้มีเรื่องบังเอิญอยู่มากมาย หรือจะบอกว่าเรื่องบังเอิญที่เกิดขึ้นเหล่านี้ก็จะต้องมาเกี่ยวข้องกันหมดเหรอ? แล้วอีกอย่างที่คุณช่ายคนนี้พูดมาทั้งหมดนั้น จะต้องเป็นความจริงทั้งหมดเหรอ? และที่สำคัญที่คุณกู้พยานของคุณพูดมาทั้งหมดนั้น ผู้พิพากษาได้คำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับจำเลย คำให้การของเธอจึงไม่เป็นผล ในเมื่อนอกจากคำให้การของเธอแล้ว ก็ไม่มีของใครอื่นอีก สำหรับหลักฐานนั้น ก็ยิ่งไม่มีทางหามาได้อยู่แล้ว พูดกลับกันอีกด้าน ลูกความของผมผู้อำนวยการโกวนั้น บนตัวกลับยังเหลือร่องรอยบาดแผลเป็นหลักฐานที่โดนจำเลยทำร้ายอยู่ และที่สำคัญที่โรงพยาบาลก็ยังมีเหมือนกัน”
คำพูดประโยคนี้นั้นถือได้ว่าเป็นโยนหินหนึ่งก้อนทำให้เกิดคลื่นได้เป็นพันคลื่นเลย
ก่อนอื่นมันทำให้ช่ายซินซินโกรธขึ้นมา เธอนั้นเป็นผู้หญิงที่จะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟมากคนหนึ่ง ถึงแม้ในสายตาคนอื่นจะไม่ได้มีความสำคัญและเป็น ‘ผู้หญิงที่ดี’มาแต่ตั้งเดิมคนหนึ่ง แต่ก็ไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่ไม่ว่าจะเวลาไหนก็พูดเรื่องปลอมวิพากษ์วิจารณ์ไปเรื่อย
เธอยกมือขึ้นมาแล้วชี้ไปที่ทนายฝ่ายโจทก์ “คุณมีสิทธิ์อะไรมาพูดว่าสิ่งที่ฉันพูดไปไม่ใช่ความจริง? ฉันจะบอกอะไรคุณให้นะ เมื่อก่อนฉันยังเคยเป็นคนที่ทั้งหัวใจคอยปกป้องผู้ชายหลายใจคนนี้เลย แต่ว่า นอกจากเขาจะหลายใจแล้วยังใจไม้ไส้ระกำอีกด้วย เขาถึงขนาดสั่งคนมาทำร้ายฉันอีกด้วย”
พูดแล้ว เธอก็เอาผมที่บดบังใบหน้าครึ่งหนึ่งไว้ตลอดเปิดออก “ดูซิผู้ชายคนนี้ทำอะไรกับฉันลงไว้บ้าง!” พูดแล้ว ในดวงตาของเธอก็เต็มไปด้วยประกายระยิบระยับ
คนที่อยู่ในนี้ พอเห็นหน้าอีกครึ่งหนึ่งของเธอแล้ว ก็อดไม่ได้จะต้องสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ทีหนึ่ง
หยินปู้ฝันกับกู้ฮอนเป็นคนที่เคยเห็นโฉมหน้าของเธอมาก่อนแล้ว ถึงแม้จะถือไม่ได้ว่างามจนเมืองล่มประเทศล่มก็ตาม แต่ว่าถ้าเอาไปทิ้งไว้ในฝูงชน ก็ยังสามารถทำให้ผู้คนเหลียวมองได้ไม่น้อย
และก็คือโฉมหน้าที่ค่อนข้างดีแบบนี้ คิดไม่ถึง แค่ไม่ได้เจอกันเพียงไม่กี่วัน ใบหน้าครึ่งหนึ่งกลับปรากฏบาดแผลสองรอยที่ทำให้คนรู้สึกใจกระตุกขึ้นมาแบบนี้แล้ว
โดยเฉพาะมีอยู่แผลหนึ่งยาวจากใบหน้าของเธอไปจนถึงคอเลย ถ้าหากคนคนนั้นโหดเหี้ยมอีกหน่อยหนึ่งแล้วละก็ ก็คงจะเอาชีวิตเธอไปแล้วแน่นอน
“ทุกคนเห็นแล้วใช่ไหม นี่ก็คือคนที่เรียกกันว่าผู้อำนวยการโกวคนนั้น ที่กำลังนั่งอยู่ที่แท่นโจทก์ในตอนนี้เป็นคนทำมันขึ้นมา! พูดอย่างไม่ปิดบังพวกคุณเลย ตั้งแต่ตอนที่คุณทนายหยินท่านนี้และคุณกู้มาหาฉัน แล้วก็ขอร้องอ้อนวอนฉันให้ไปช่วยเป็นพยานของพวกเขาเพื่อชี้ตัวเขานั้น ตอนนั้นฉันยังลังเลในใจ และได้ปฏิเสธพวกเขาไป ด้วยเหตุนี้ฉันยังบอกให้เขาเตรียมตัวเป็นไว้พิเศษด้วย แต่ผลปรากฏว่า……โชคยังดีที่ฉันแสดงละครได้ดี ถึงหลอกตาคนที่เขาส่งมาทำร้ายฉันได้สำเร็จ ตั้งแต่เรื่องนี้เกิดขึ้นมา ฉันก็ถือได้ว่ามองผู้ชายคนนี้ชัดเจนแล้ว”
ช่ายซินซินร้องเรียนออกมาด้วยเลือดและน้ำตา ทำให้ผู้อำนวยการโกวที่นั่งอยู่ที่แท่นโจทก์ไม่รู้จะทำยังไงดีแล้วจริง ๆ เรื่องน่าอับอายที่เห็นแสงไม่ได้เหล่านี้โดนขุดออกมาอย่างไร้เยื่อใย เมื่อเทียบกับความขายหน้าแล้ว สิ่งที่ทำให้เขากลัวมากขึ้นคือ กระดาษห่อไฟไม่อยู่แล้ว มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่ยังไม่ทันได้ตัดสินโทษเป่หมิงโม่อย่างเด็ดขาดเลย ตัวเองก็คงต้องรับโทษก่อนซะแล้ว
***
การร้องเรียนของช่ายซินซินทำให้คนที่อยู่ที่นี่ทั้งหมดต้องตกตะลึงขึ้นอีกครั้งแล้วจริง ๆ
จ้างวานฆ่าคนเพื่อปิดปากนี่ไม่ใช่เรื่องเล็กแล้วจริง ๆ โทษนี้หนักหน่วงยิ่งกว่าโทษที่เป่หมิงโม่ทำไว้มากมายจริง ๆ
เป่หมิงโม่ถึงจะโดนตัดสินโทษแล้ว ก็คงอยู่ข้างในไม่กี่ปีก็ออกมาได้แล้ว และที่สำคัญยังสามารถตั้งตัวขึ้นมาใหม่ได้อีก
แต่ผู้อำนวยการโกวท่านนี้กลับไม่เหมือนกัน เพราะว่าเรื่องนี้ถ้าพัวพันเข้าไปแล้ว ความเจริญก้าวหน้าในตำแหน่งที่เขาทุ่มเทด้วยแรงกายแรงใจไปส่วนใหญ่เพื่อที่จะไขว่คว้ามาก็ต้องมาสิ้นสุดลงเท่านี้แล้ว นอกเหนือจากนั้นยังจะโดนตีจนไม่มีทางได้ฟื้นคืนชีพอีกต่อไปแน่
ในเวลานี้ผู้อำนวยการโกวได้สูญเสียความสามารถทุกอย่างที่จะมาช่วยตัวเองแก้ต่างต่อไปแล้ว และถึงแม้จะเป็นทนายที่เป็นตัวแทนของเขาก็ยังขมวดคิ้วอยู่ตลอดเวลา
ตอนแรกเป็นการต่อสู้คดีที่สู้จนมีแสงสว่างขึ้นมาแล้ว แต่ตอนนี้กลับโดนคลุกเคล้ากันจนเละเทะไปหมด
นี่ยังไม่ว่า ยังไม่ได้ทำอะไรเป่หมิงโม่เลย ฝ่ายตัวเองก็มีคนหนึ่งกำลังจะเข้าสู่อันตรายในโทษฐานจ้างวานฆ่าซะแล้ว
ต่อไปคดีนี้ควรจะสู้ยังไงต่อไปดีล่ะ……
ยังไม่พูด ทนายคนนี้ยังถือเป็น‘คนที่ช่ำชองในยุทธภพ’แห่งโลกกฎหมายมานานหลายปี หลังจากที่ครุ่นคิดสั้น ๆ ไปแล้ว เขาก็เปิดปากพูดขึ้นอีกว่า “ขอให้ทุกท่านสงบสติสักครู่ โดยเฉพาะคุณช่ายท่านนี้ ผมนั้น ในฐานะของทนายฝ่ายโจทก์ อยากจะขอเตือนทุกท่านที่นี่สักนิดว่า ที่ขึ้นศาลกันวันนี้ใจความสำคัญก็คือเพื่อพิจารณาคดีที่จำเลยทำร้ายคนและฝ่าด่านตรวจบุกรุกเข้าไปในเขตพื้นที่ทำงานของราชการ ขอให้ทุกท่านเอาความสนใจกลับมาอยู่ที่ปัญหานี้ด้วยครับ”
หยินปู้ฝันที่พอคว้าโอกาสรอดเส้นเดียวได้นั้น ก็ไม่มีทางฟังคำพูดชุดนี้ของทนายฝ่ายโจทก์แน่นอน เขามองไปที่ผู้พิพากษาอย่างจริงจัง “ท่านผู้พิพากษาที่เคารพครับ ถึงแม้คำให้การทั้งชุดเมื่อกี้ของพยานจะไม่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ แต่ว่าผมกลับเห็นว่ามันมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากเลยครับ ที่พยานเสี่ยงเกือบเอาชีวิตไม่รอด สาเหตุก็เพราะว่ามาจากคดีนี้ไม่ใช่เหรอ และแน่นอน ลองคิดสมมุติดูนะครับว่าถ้าหากตอนแรกพวกเราไม่ไปหาเธอแล้วละก็ เธอก็คงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ ความผิดพลาดใหญ่หลวงที่โจทก์ทำอย่างหนึ่งก็คือ เขารีบร้อนปิดบังไม่ว่าจะคนหรือสิ่งของอะไรที่จะสามารถมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้เร็วเกินไป ก็เหมือนอย่างที่ทนายฝ่ายตรงข้ามพูดไว้ บนโลกใบนี้นั้นมีเรื่องบังเอิญมากมายเกินไปแล้ว ที่จริงตอนแรกผมก็ไม่มีความมั่นใจว่า จากเรื่องนี้จะสามารถทำให้ตามหาช่องโหว่ของโจทก์ได้ แต่ว่าเขาค่อนข้างเคร่งเครียดกับเรื่องนี้มากเกินไป ก็เลยกลับทำให้ผลักตัวเองมาอยู่ตรงหน้าเรา ตอนนี้เรื่องที่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นความจริงก็คือ ในคืนที่เกิดเรื่องขึ้นฝ่ายโจทก์ได้หวังที่จะเดินหน้ากระทำชำเราพยานของผมคุณกู้จริง ๆ”