ตอนที่ 1026
บทที่ 1026 ขอค่าตอบแทน
October 28, 2026
บทที่ 1026 ขอค่าตอบแทน
“ยินดีด้วย ในที่สุดก็ได้เป็นอิสระสักที” เวลานี้หยินปู้ฝันเดินไปถึงตรงหน้าเป่หมิงโม่ที่ได้เดินออกมาจากแท่นจำเลยแล้ว แล้วเขาก็ยื่นมือข้างหนึ่งไปข้างหน้า
เป่หมิงโม่ยิ้มขึ้นอ่อน ๆ แล้วก็ยื่นมือออกมาจับมือเขาด้วยเช่นกัน “สามารถมีบทสรุปแบบนี้ได้ มันทำให้ฉันรู้สึกแปลกใจมากจริง ๆ ตอนแรกตอนที่มาขึ้นศาลนั้นฉันยังคิดอยู่เลยว่าจะเขียนร่างรายการออกมาสักแผ่นดีไหม”
“ร่างรายการ จะเอาไปทำไม?” หยินปู้ฝันแสดงความสงสัยออกมา
“แน่นอน ก็ต้องจดสิ่งของที่จะต้องใช้ตอนที่อยู่ข้างในนะซิ หรือจะให้รอเข้าไปอยู่แล้วค่อยมาคิดเหรอ?”
พอคำพูดนี้ถูกพูดออกมา กลับทำให้หยินปู้ฝันขำขึ้นมาจนได้ เขายื่นมือออกไป กำเป็นหมัดแล้วต่อยไปที่หัวไหล่ของเป่หมิงโม่ “นายนี่ ไปฝึกพูดเล่นเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย ดูท่าแล้วเวลาที่นายอยู่ข้างในจะทำให้นายเปลี่ยนไปไม่น้อยเลยนะ ถ้ารู้ตั้งแต่แรกว่าสถานีตำรวจจะมีผลกับนายมากขนาดนี้นะ ก็น่าจะส่งนายเข้าไปตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนแล้วถึงจะถูก ถ้าอย่างงั้นละก็ อย่างน้อยก็น่าจะมีผลประโยชน์ต่อคนคนหนึ่งเป็นอย่างมากเลย”
เขาพูดแล้ว ก็ใช้ปากปุ้ยป้ายไปอีกทาง จากนั้นก็พูดเสียงเบาว่า “อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องมาช่วยนายคลอดลูกตั้งสามคน แล้วนายยังทำอย่างกับเขาเป็นคนรับใช้อีก ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ เธอต้องวิ่งวนเพื่อนายไปไม่น้อยเลย ยังไม่รีบไปแสดงตัวอีก”
แน่นอนว่าเป่หมิงโม่ไม่ได้เป็นคนโง่ ‘เธอ’ คนนี้ แน่นอนว่าก็ต้องหมายถึงกู้ฮอนอยู่แล้ว
เขาเหล่ตามองกู้ฮอนที่ยังคงยืนอยู่ที่ที่นั่งฟังเหมือนเดิม
เธอในเวลานี้ ตั้งแต่ที่ได้ยินคำตัดสินแล้ว ก็ไม่ได้วิ่งไปทางเป่หมิงโม่อย่างดีอกดีใจ แต่กลับมองไปที่สัญลักษณ์ตราแผ่นดินบนบัลลังก์ของผู้พิพากษาและก็เริ่มเหม่อมองขึ้นมา
เป่หมิงโม่ถือได้ว่าปลอดภัยไม่มีอันตรายแล้ว งั้นเรื่องราวต่อจากนี้ไปควรจะเผชิญหน้ายังไงต่อดีล่ะ? เธอเหมือนกับว่าเริ่มกังวลใจขึ้นมาอีกครั้งแล้ว
และความกังวลใจแบบนี้ก็ไม่ได้เพราะว่าใครอื่น แต่กลับเป็นพ่อแท้ ๆ ของตัวเองหลี่เชิน รวมทั้งถังเทียนจื๋ออีกด้วย
“คุณกำลังคิดอะไรอยู่เหรอ?”
เสียงคุ้นเคยเสียงหนึ่งดังขึ้นที่ข้างหูของเธอ และทำให้เธอรู้สึกว่าอุณหภูมิรอบตัวลดลงหลายองศาทันที
พอเธอตั้งสติกลับมาได้ แล้วเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายคนนี้ที่ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเหมือนจะสามารถเจอหน้ากันได้ทุกวัน
และตอนนี้พวกเขาใกล้กันขนาดนี้ ไม่ต้องเหมือนอย่างตอนที่อยู่ที่สถานีตำรวจ ที่เหมือนกับมีกำแพงที่มองไม่เห็นคอยขวางกั้นแยกพวกเขาไว้อีกแล้ว
“คุณ เมื่อกี้คุณถามอะไรฉันเหรอคะ?” กู้ฮอนพอเผชิญหน้ากับเขากลับรู้สึกตื่นเต้นจนไม่รู้จะทำตัวยังไงขึ้นมา
เป่หมิงโม่มองท่าทางของเธอ แล้วยิ้มน้อย ๆ “ดูท่าแล้วเมื่อกี้คุณก็แค่กำลังเหม่อลอยอยู่ใช่ไหม อยู่ตรงนี้ผมขอแสดงความขอบคุณจากใจจริงต่อคุณ ผมรู้ว่าช่วงเวลาที่ผ่านมานี้คุณต้องยุ่งวุ่นวายเพราะผมไปไม่น้อยเลย”
“นี่คุณพูดอะไรกัน คุณก็ต้องมาเกิดเรื่องนี้ขึ้นเพราะฉันทั้งนั้น ตอนนี้คุณกลับมามีอิสระอีกครั้งแล้ว ใจของฉันก็สามารถวางลงได้แล้ว” กู้ฮอนแสร้งยืดแขนออกอย่างผ่อนคลาย
***
สิ่งที่กู้ฮอนทำคือกำลังปิดบังจิตใจที่สับสนวุ่นวายของตนเองตอนนี้อยู่
เพียงแต่ว่า ในตอนที่เธอกำลังยืดแขนออกไปนั้น อยู่ ๆ เธอก็รู้สึกว่าร่างกายของตัวเองแน่นขึ้น จากนั้นใบหน้าของเธอก็แนบอยู่กับอกกว้างแข็งแกร่งของเป่หมิงโม่แล้ว
ใบหน้าของเธอแดงขึ้นทันที จังหวะหัวใจก็เต้นเร็วขึ้น คนทั้งคนกลายเป็นทำตัวไม่ถูก หรือพูดอีกอย่างคือตัวเองได้สูญเสียการควบคุมตัวเองไปแล้ว
“นี่คุณ จะทำอะไรน่ะ อย่าลืมว่าตอนนี้ยังอยู่ในศาลนะ คุณนี่มันดาวพระเคราะห์เพิ่งถอยไปใจลามกก็มาเลยนะ รีบปล่อยฉันออกเดี๋ยวนี้ ฉันหายใจไม่ออกแล้ว…..”
แต่ว่าเป่หมิงโม่ไม่ได้ฟังที่เธอพูด แต่กลับยิ่งกอดรัดเธอให้แน่นยิ่งขึ้นไปอีก
ในเวลานี้ ข้างหลังพวกเขาก็มีเสียงผิวปากลอยมา
มันเป็นเสียงเป่าของหยินปู้ฝัน
ในตอนที่เห็นภาพเมื่อกี้นั้น พูดตามตรง ในใจของเขานั้นรู้สึกจี๊ด ๆ ขึ้นมาบ้างเล็กน้อย แต่ว่าอย่างรวดเร็วเขาก็ปกปิดความรู้สึกแบบนี้ไปได้อย่างดีมาก ๆ
ระหว่างเขากับกู้ฮอนคงถูกกำหนดมาแล้วว่าชาตินี้คงเป็นได้แค่เพื่อนกัน วาสนาที่จะได้เป็นสามีภรรยาต่อกันนั้นคงไม่มีแล้ว
และในช่วงเวลาแบบนี้ สิ่งที่ตัวเองสามารถมอบให้พวกเขาได้ก็คงมีแต่อวยพรแล้ว
พอได้ยินเสียงผิวปาก กู้ฮอนก็ยิ่งรู้สึกอับอายมากขึ้นไปอีก เธอไม่ได้อยากจะออกห่างจากเป่หมิงโม่ทันทีอีกแล้ว แต่กลับเอาหน้าทั้งหน้าซุกซ่อนไว้ในแผงอกกว้างของเขาแทน
ความรู้สึกของเป่หมิงโม่ในตอนนี้ก็สับสนวุ่นวายด้วยเช่นกัน
ผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมอกตัวเองคนนี้ ถึงจะเป็นคนที่ตัวเองสมควรจะต้องปกป้องให้ดี ทะนุถนอมให้มาก ๆ และใช้ความรู้สึกมาปกป้องดูแลอย่างแท้จริงต่างหาก
เพียงแต่ว่าในช่วงเวลาที่ยาวนานก่อนหน้านี้นั้น ตัวเองยังไม่เข้าใจต่างหาก
“นี่ นี่ นี่พวกคุณทั้งสองคนถ้าหากว่าเกิดอารมณ์ขึ้นมาแล้วละก็ เชิญกลับไปก่อนดีไหม ไปปิดประตูลงใครก็ไม่รบกวนหรอก แต่ตอนนี้สิ่งที่ผมจะเตือนก็คือ ตอนนี้พวกคุณยังอยู่ในศาลอยู่นะ”
หยินปู้ฝันยืนอยู่ข้าง ๆ แล้วพูดขึ้นอย่างสนุก
เป่หมิงโม่มาคิดคิดดูแล้วก็ถูก เวลาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตอนนี้นี่
กู้ฮอนโดยปล่อยออกตัวแล้ว ก็รีบร้อนจัดเสื้อผ้าผมเฝ้าของตัวเองให้เรียบร้อยสักหน่อย “เอ่อฉัน ฉันยังมีธุระอื่นอีก……” พูดแล้วเธอก็กะว่าจะเผ่นหนี
ในเวลาอย่างนี้ เธอยิ่งต้องการหาที่สักแห่งให้ตัวเองได้สงบสติลงสักหน่อย ไปสงบสติอารมณ์ดี ๆ การเผชิญหน้ากับเป่หมิงโม่คนปัจจุบัน และหลังจากนี้ระหว่างพวกเขาควรจะมีความสัมพันธ์ยังไงกันต่อไป?
“แอ๊ะ แอ๊ะ อย่าเพิ่งไปซิ เราอุตส่าห์ลากตัวเขาออกมาจากข้างในได้อย่างยากลำบากแล้ว จะปล่อยเขาไปอย่างง่ายดายแบบนี้ได้ยังไง” ในเวลานี้หยินปู้ฝันเดินมาถึงข้างกายกู้ฮอน แล้วยื่นมือไปขวางเธอไว้
“ฉันรู้อยู่แล้ว ว่าเจ้าเด็กอย่างนายนี่คงจะพูดง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้ นายวางใจเถอะ ฉันไม่มีทางเอาเปรียบนายแน่ ช่วงที่ผ่านมานี้นายคนจะโดนทอดทิ้ง น่าจะหาเงินได้ไม่เท่าไหร่ละซิ”
“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นนายต้องทดแทนความเสียหายของฉันด้วย ไม่งั้นละก็ ฉันจะไปฟ้องร้องที่คุณป้าแน่ ๆ ” หยินปู้ฝันแสร้งทำเป็นท่าทางจริงจัง