ตอนที่ 1027
บทที่ 1027 คนไม่หาเรื่อง แต่เรื่องมาหาคน
October 28, 2026
บทที่ 1027 คนไม่หาเรื่อง แต่เรื่องมาหาคน
กู้ฮอนและเป่หมิงโม่ผลักประตูห้องVIPส่วนตัวออก ยังไม่ทันได้พูดอะไร ก็ได้ยินเสียงบ่นอย่างตำหนิของหยินปู้ฝันดังขึ้นมาซะก่อนแล้ว เขาคอยเอานิ้วมือเคาะที่นาฬิกาข้อมือของตัวเองไม่หยุด “พวกนายดูเวลาดี ๆ ซิ ตั้งแต่สายโทรศัพท์ที่ฉันโทรไปให้พวกนายแล้วมันก็ผ่านมาครึ่งชั่วโมงเต็ม ๆ แล้วนะ บอกฉันมาซิว่า เวลาครึ่งชั่วโมงนี้พวกนายมัวแต่ไปทำอะไรกันอยู่? ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหมว่า พวกนายน่ะมีเวลากันอีกเยอะแยะ……”
คำพูดเพิ่งพูดมาถึงตรงนี้ ใบหน้าของหยินปู้ฝันก็มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นมาแล้ว “โอ้ คุณป้ามาแล้วเหรอครับ”
พอเห็นคนที่ตามหลังเป่หมิงโม่และกู้ฮอนเข้ามานั้น ก็คือแม่ของเป่หมิงโม่หวีหรูเจี๋ย และแน่นอนว่ามีโม่จิ่งเฉิงที่คอยตามอยู่ข้างกายเธอตลอดด้วย
ตามหลังเสียงของหยินปู้ฝันที่หยุดลง ต่อจากนั้นก็คือเสียงที่ฟังดูค่อนข้างร้อนใจดังขึ้นมาจากข้างในห้อง “พี่ค่ะ……”
ในเวลานี้แม่ของหยินปู้ฝันก็ได้ลุกขึ้นจากที่นั่งแล้ว และพาเท้าที่ก้าวเดินไปอย่างดีอกดีใจไปทางหวีหรูเจี๋ย
นี่ถือว่าเป็นการพบหน้ากันอีกครั้งในรอบหลายปีของทั้งสองพี่น้องเลย
การพบกันครั้งนี้เหมือนมีความรู้สึกว่าห่างกันมาเป็นชาติภพแล้วจริง ๆ
พวกเขากอดกันร้องไห้สะอึกสะอื้น อยู่ในช่วงเวลาแบบนี้บางทีนี่อาจจะเป็นการแสดงความรู้สึกที่สุดแบบหนึ่งแล้ว
*
“กู้ฮอน เธอกำลังคิดอะไรอยู่?” เป่หมิงโม่ยังคงนั่งอยู่ในที่นั่งข้างคนขับ ตอนนี้พวกเขาได้เดินทางออกมาจากข้างในโรงแรมแมนดารินแล้ว
ช่วงไม่รู้ตัวอะไรก็มาถึงเวลาที่ควรจะไปรับเฉิงเฉิงและหยางหยางเลิกเรียนแล้ว
ตอนแรกกู้ฮอนอยากจะไปรับพวกเขาเองคนเดียว แต่เป่หมิงโม่ได้แต่คอยแสดงออกว่าตัวเองอยากจะเจอลูก ๆ ทั้งสองคนมาก และแน่นอน ในเวลาเดียวกันเขาก็อยากจะเจอลูกสาวคนสุดท้องจิ่วจิ่วอีกด้วย
ช่วงหลายวันที่เขาอยู่ในสถานีตำรวจมานี้ คนที่คอยอยู่เคียงข้างจิตใจเขามามากที่สุดนั้นคือลูก ๆ ทั้งสามคน
กู้ฮอนหาเหตุผลไม่เจอ และไม่อยากจะเหตุผลใดมาให้เขากับลูก ๆ ได้อยู่ด้วยกันอีกแล้ว
เธอฟังคำถามของเป่หมิงโม่แล้วก็ค่อย ๆ ครุ่นคิดตาม “ฉันกำลังคิดเรื่องความรักระหว่างญาติพี่น้อง เมื่อกี้คุณไม่เห็นว่าในช่วงวินาทีที่คุณป้าหรูเจี๋ยกับแม่ของปู้ฝันพวกเขาพี่น้องเจอกันนั้นช่างทำให้คนซาบซึ้งมากจริง ๆ ใช่ไหม? วันนี้ คุณได้ทำการตัดสินใจที่ถูกต้องทุกอย่างมากเลยนะ”
“ในเมื่อเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง งั้นคุณควรจะใช้อะไรมาตอบแทนผมล่ะ?” เป่หมิงโม่หันหน้ามาพร้อมด้วยรอยยิ้มชั่ว ๆ บนใบหน้า
“คุณฝันไปเถอะ!”
***
กู้ฮอนส่งสายตาพิฆาตไปให้เป่หมิงโม่ “นี่ถ้าคุณยังคงทำตัวทะลึ่งอย่างนี้อีกละก็ ฉันก็จะถีบคุณทีเดียวให้ตกจากรถไปเลย”
เป่หมิงโม่ก็แค่อยากจะหยอกเธอเล่นตั้งแต่แรกเท่านั้น ช่วงเวลาที่เขาอยู่ในนั้นไม่ถือว่าสั้น นอกจากคนที่รับผิดชอบเป็นผู้คุมดูแลเขาคนนั้นแล้ว ก็ไม่มีใครพูดคุยกับเขาเลยจริง ๆ
ถึงแม้กู้ฮอนจะมาเยี่ยมตัวเองบ่อย ๆ แต่ว่าสิ่งที่คุยกันก็มีแค่สิ่งที่เกี่ยวข้องกับคดีของตัวเองเท่านั้น
“OK” เป่หมิงโม่ยกมือขึ้นมาแล้วทำท่าทางรูดซิปปากตัวเองทีหนึ่ง เพื่อแสดงให้เห็นว่าตัวเองจะไม่พูดอะไรสักคำแล้ว
แบบนี้กู้ฮอนถึงได้เริ่มขับเคลื่อนรถยนต์ออก
*
ตั้งแต่คราวก่อนที่หยางหยางสั่งสอนจินเล่ยไปแล้วนั้น ถือได้ว่าอยู่ในโรงเรียนก็มีชื่อเสียงอีกแล้ว ใคร ๆ ก็รู้ว่าในชั้นเด็กเล็กนั้นมีแก๊งสองคนที่ต่อสู้เก่งมาก
และหัวหน้าแก๊งสองคนนี้ก็คือคนที่มีชื่อว่าเป่หมิงซีหยาง
และแน่นอนที่ทำให้เขามีชื่อเสียงไม่ใช่เพียงแค่นี้ ที่จริงก่อนหน้านี้พวกเขาก็ได้มีชื่อเสียงในโรงเรียนมาครั้งหนึ่งแล้ว นั่นก็คือเมื่อครั้งช่วงงานแสดงวัฒนธรรมของโรงเรียนนั่นเอง
การแสดง ‘สีสันสุดหรู’ ของพวกเขานั้น ทำให้ทุกคนที่อยู่ในโรงเรียนรวมทั้งครูอาจารย์ต่างก็ต้องตื่นตกใจไปด้วยครั้งหนึ่งเลยจริง ๆ
ประธานกรรมการบริษัทเป่หมิงกรุ๊ปเป่หมิงโม่ และดาราไอดอลผู้มีความสามารถที่กำลังโด่งดังอย่างแอนโทนี่ก็ยังมาในงานอีกด้วย นี่มันถึงแม้จะจ่ายเงินก็ใช่ว่าจะได้เห็นกันได้
แต่ว่าสำหรับเฉิงเฉิงและหยางหยางมาพูดแล้ว โลกภายนอกมองพวกเขาเป็นเพียงแค่มีพ่อเป็นประธานคนหนึ่งและมีอาเป็นดาราเฉย ๆ เท่านั้น
แน่นอนว่าเฉิงเฉิงจะดีกว่าหยางหยางนิดหน่อย เพราะว่าเขาไม่ใช่มีเพียงพวกนี้ แต่หลัก ๆ คือผลการเรียนของเขา ฉายาเด็กน้อยมหัศจรรย์จอมอัจฉริยะคนหนึ่งก็มีชื่อเสียงมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว
แต่ว่าหยางหยางกลับอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่‘เงียบ ๆ ไม่มีข่าวคราว’อะไรมาโดยตลอด หรือบางทีเขาอาจจะมีฉายาอันหนึ่งว่า ‘ตัวร้ายสร้างเรื่อง’ วนไปมาอยู่ในระหว่างครูประจำชั้นเรียนของเขาเท่านั้น
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว ตั้งแต่เกิดเรื่องนั้นขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะเดินไปถึงไหนก็มักจะรู้สึกว่าจะมีคนคอยซุบซิบนินทาอยู่ข้างหลังเขา
พูดไม่ถูกว่าเป็นการหัวเราะเยาะ หรือว่าเป็นการนับถือกันแน่
แต่ไม่ว่ายังไงก็ช่างมันเถอะ พวกชื่อเสียงของแบบนี้สำหรับหยางหยางแล้วมันไม่ใช่ของสำคัญอะไรอยู่แล้ว
อย่างรวดเร็วก็มาถึงเวลาเลิกเรียนแล้ว หลังจากที่เฉิงเฉิง หยางหยางและจ้าวจิงอี้พบหน้ากันที่สนามหญ้าเหมือนเช่นเคยแล้ว พวกเขาก็เตรียมตัวเดินไปทางหน้าประตูโรงเรียน
แต่ในเวลาแบบนี้ ที่ข้างหลังพวกเขากลับมีเสียงเสียงหนึ่งลอยมา “เจ้าเด็กเป่หมิงซีหยาง ให้ฉันหยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
“มีคนกำลังเรียกฉันอยู่เหรอ?” หยางหยางเอามือใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกง เขาไม่ได้หันกลับไปมอง แต่กลับหันไปถามเฉิงเฉิงที่อยู่ข้าง ๆ
“ฟังแล้วเหมือนเรียก เป่หมิงซีหยาง นายคงไม่ได้ไปขัดใจใครเข้าอีกหรอกนะ?” ไม่รอเฉิงเฉิงตอบ จ้าวจิงอี้ก็พูดขึ้นก่อนแล้ว
ภาพของหยางหยางที่ในใจของเธอนั้น เหมือนกับว่าไม่ค่อยมีภาพที่ดีเท่าไหร่นักมาตลอด
แต่ว่าก็ไม่โทษเขาหรอก
การมีเฉิงเฉิงเป็นแบบอย่างคนหนึ่งนั้น ถึงจะเปลี่ยนเป็นคนอื่น ก็คงจะมีข้อเสียอะไรอยู่บ้างไม่มากก็น้อยแหละมั้ง