ตอนที่ 1028
บทที่ 1028 เฉิงเฉิงนักคิดค้นตัวน้อย
October 28, 2026
บทที่ 1028 เฉิงเฉิงนักคิดค้นตัวน้อย
หลังจากที่หยางหยางจู่โจมไปหนึ่งทีแล้ว ก็เก็บหมัดกลับมา แล้วก็เอามือทั้งคู่เท้าสะเอวยืนมองจินเล่ยที่มีท่าทางเจ็บปวด “นี่ แกเป็นยังไงบ้าง? คงไม่ใช่แค่ทีเดียวก็ไม่ไหวแล้วนะ? จุ๊ ๆ …… หรือว่าแกโดนต่อยจนชอบแล้วเหรอ?”
นี่สามารถถือได้ว่าเป็นการจู่โจมทีเผลอได้ประสบผลสำเร็จมาก แค่หนึ่งทีก็ชนะแล้ว
“นี่! เด็กอย่างนายนี่ทำไมไม่เล่นตามเกมละ” ลูกน้องสองคนที่ยืนอยู่ข้างจินเล่ย พอเห็นลูกพี่โดนต่อยอีกครั้ง ก็ตกใจขึ้นมาอีกครั้งเหมือนกัน
“นี่ยังต้องเล่นตามเกมอีกเหรอ ฉันเห็นเขาทำท่าทางเหมือนรอโดนต่อยอยู่แล้ว แล้วฉันไม่ควรทำให้เขาสมหวังสักหน่อยเหรอ? คนที่มาขวางไม่ให้เรากลับบ้านก็คือพวกแก ที่พูดว่าจะต่อสู้ก็คือพวกแก ตอนนี้พอต่อยแล้วก็มาบอกว่าฉันไม่เล่นตามเกมอีกก็เป็นพวกแก ฉันว่าตกลงพวกแกสามคนเป็นตัวอะไรเปลี่ยนมากันแน่ ไม่รู้จักอายซะบ้าง”
หยางหยางดูเบื่อหน่ายขึ้นมาบ้างแล้วจริง ๆ
“ใช่ คนมาหาเรื่องก่อนคือพวกนาย ตอนนี้คนที่มาร้องว่าไม่รู้เรื่องรู้ราวก็เป็นพวกนายอีก ถ้าหากพวกนายไม่มีปัญญานั้นก็อย่ามาหาเรื่องกันดีไหม คราวที่แล้วโดนตี คราวนี้ก็โดนตีเหมือนเดิม สมน้ำหน้า!” จ้าวจิงอี้ก็อยากจะพุ่งเข้าไปเตะจินเล่ยแรง ๆ สักสองทีด้วยตัวเองจริง ๆ
“ดีเลยไอ้เด็กน้อย แกรอฉันไว้ให้ดี ๆ นะ” จินเล่ยเอามือกุมท้องเอาไว้ แล้วมองไปที่ลูกน้องทั้งสองทีหนึ่ง จากนั้นก็หมุนตัวเดินไปทางหน้าประตูโรงเรียน
พอลูกน้องสองคนเห็นลูกพี่ไปแล้ว ในเวลาแบบนี้ยังไม่ลืมว่าต้องหาศักดิ์ศรีของตัวเอง แล้วชี้ไปที่หยางหยาง “แกได้ยินหรือยัง ลูกพี่ของฉันบอกให้พวกแกรออยู่ที่นี่ พอถึงเวลามีให้พวกแกได้ลิ้มลองแน่” พูดจบ ก็วิ่งช้า ๆ ตามไป แล้วไปพยุงจินเล่ยซ้ายคนขวาคนเดินไปทางหน้าประตู
“ช่างเป็นเจ้าสามคนที่ไม่รู้จักยางอายเลยจริง ๆ ต่อยเสร็จนอกจากหนีแล้วยังทำอะไรเป็นอีก” หยางหยางพูดไป อยู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ แล้วตะโกนไปทางสามคนนั้นเสียงดังว่า “นี่พวกแกสามคนยังไม่ได้ลอดใต้หว่างขาเลย!”
***
หยางหยางเห็นพวกเขาเดินจากไปไกลแล้ว ทั้งหน้าก็เต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย “คนสมัยนี้ทำไมไม่เห็นความสำคัญของการรักษาคำพูดเลย ดูแล้วถ้าครั้งหน้าเห็นพวกเขาอีก จะต้องทำให้ลุกไม่ขึ้นเลยถึงจะได้ นี่มันทำให้คนน่าโมโหมากเลยจริง ๆ”
พูดแล้ว เขาก็หันกลับไปมองเฉิงเฉิง “นี่ นายเป็นยังไงบ้าง ไม่เป็นไรใช่ไหม?”
เฉิงเฉิงเพียงแค่โดนผลักไปหนึ่งทีเท่านั้น จะเป็นอะไรได้ “ช่างเถอะ อย่าไปสนใจพวกเขาเลย เรากลับบ้านกันเถอะ”
“ฉันว่านะ เรื่องนี้คงไม่จบง่าย ๆ แบบนี้แน่” ในเวลานี้ อยู่ ๆ จ้างจิงอี้ก็พูดขึ้นมาแบบนี้ประโยคหนึ่ง
“ทำไม หรือว่าพวกเขายังจะพาคนอื่นมาอีกเหรอ? อย่างนั้นจะมีอะไรให้น่ากังวลกัน มาหนึ่งคนฉันก็ต่อยหนึ่งคนเหมือนเดิม คราวที่แล้วยังไม่สะใจเลย พอมาคราวนี้โดนทีเดียวเจ้าหมอนั่นก็หนีไปซะแล้ว ฉันยังอยากให้มันเรียกมาหลายคนหน่อย ให้ฉันได้สะใจสักครั้ง อ่อ ใช่แล้ว พอถึงตอนนั้นให้หวูเสี่ยงเอ๋อก็มาด้วย”
หยางหยางได้ยินก็ไม่ได้รู้สึกกลัวอะไร แต่กลัวเห็นได้ชัดว่าตื่นเต้นดีใจมาก และมีท่าทางแบบถูหมัดเตรียมพร้อม ตื่นเต้นอยากจะลองมาก ๆ แล้ว
ทั้งสามคนยังคงเดินไปหน้าประตูต่อ
“แอะ? ทำไมถึงยังไม่เห็นรถของคุณแม่ วันนี้เขาลืมมารับพวกเราหรือเปล่านะ?” หยางหยางมองซ้ายมองขวามือเล็ก ๆ เอาใส่ไว้กระเป๋ากางเกง
แน่นอนว่าในเวลาตอนนี้ เป็นเวลารับเด็ก ๆ เลิกเรียนแล้ว และที่หน้าประตูมีรถมาจอดรอกันไม่น้อยแล้ว
“หรือว่าในเวลาแบบนี้อาจจะรถติดหรือเปล่า พวกเรารออยู่ตรงนี้ก่อนดีกว่า” เฉิงเฉิงพูดไป เขาก็หาที่ที่หนึ่งนั่งลง จากนั้นก็หยิบแท็บแล็ตอันหนึ่งออกมาจากกระเป๋า
“ว้า! นี่นายกล้าเอาของแบบนี้มาโรงเรียนด้วยเหรอ มา ให้ฉันเล่นหน่อย พอถึงเวลาฉันจะไม่บอกคุณแม่หรอกนะ”
เฉิงเฉิงมองเขาตาขาว “ถึงนายจะบอกคุณแม่ไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก เพราะฉันเอามันมาให้ทำการบ้าน ช่วงนี้ฉันกับเพื่อน ๆ หลายคนช่วยกันคิดค้นแอปพลิเคชันทำการบ้านขึ้นมาอันหนึ่ง และตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นทดลอง แต่ว่าพวกเราหลายคนก็เลยใช้อันนี้มาทำการบ้าน”
“เป่หมิงซีเฉิง นายนี่มันสุดยอดจริง ๆ ตอนนี้ก็เริ่มคิดค้นแอปพลิเคชันแล้ว ดูท่าต่อไปนายคงจะได้กลายเป็นบิล เกตส์ของประเทศจีนแน่” สำหรับผลงานของเฉิงเฉิงนั้น จ้าวจิงอี้ชื่นชมร้อยทั้งร้อยเลย
นี่เล่นเอาเฉิงเฉิงฟังแล้วรู้สึกเขินขึ้นมานิดหน่อย ใบหน้าก็แดงขึ้นเล็กน้อยด้วย
“แอปพลิเคชันทำการบ้าน?” หยางหยางกะพริบตาปริบ ๆ “ของแบบนี้เหมือนฉันจะเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนนะ อ่อ ใช่แล้ว ก็คือแอปพลิเคชันแบบที่ถ่ายรูปแล้วโพสต์ลงไปในอินเทอร์เน็ตใช่ไหมล่ะ แล้วอย่างรวดเร็วก็จะมีคนมาช่วยให้ตอบใช่ไหม ของแบบนี้มีอะไรน่ามหัศจรรย์กัน มันมีคนทำขึ้นมาตั้งนานแล้ว”
พูดแล้ว ก็ยื่นมือออกไปชี้ที่พวกเขาและยิ้มชั่วร้ายขึ้น “ถึงว่าทำไมปกตินายถึงได้ทำการบ้านเร็วมาก ที่แท้เพราะว่าใช้ของแบบนี้นี่เอง คิดไม่ถึงจริง ๆ เลยว่านายก็เริ่มฉวยโอกาสขึ้นมาบ้างแล้ว”
“อะไรเป็นอะไรแล้วเนี่ย ของที่พวกเราทำมันไม่เหมือนกับของพวกนั้นนะ” เฉิงเฉิงถือแท็บแล็ตไว้แล้วแสดงแอปพลิเคชันให้หยางหยางดู “แอปพลิเคชันของเรานี้แบ่งออกเป็นฉบับของครูอาจารย์และฉบับของนักเรียน ใช่ร่วมกับเซิร์ฟเวอร์ของโรงเรียน ครูจะสั่งการบ้านผ่านแอปพลิเคชัน และพวกเราใส่คำตอบผ่านแอปพลิเคชันได้เลย ถึงแม้จะเป็นโจทย์เลขคณิตศาสตร์ ก็สามารถใส่วิธีทำเข้าไปข้างในได้เลย พอทำการบ้านเสร็จก็กดส่งออกได้เลย ส่วนทางด้านครูอาจารย์ก็จะได้รับข้อความแจ้งเตือนทันที และที่สำคัญยังสามารถเดินหน้าตรวจการบ้านได้อีกด้วย พอตรวจทั้งหมดเสร็จแล้ว ก็ยังสามารถเอาเนื้อหาที่ตรวจแก้แล้วรวมทั้งคำวิจารณ์ส่งคืนให้นักเรียนที่ส่งการบ้านได้ทันทีเลย ขั้นตอนส่วนใหญ่ก็เป็นประมาณนี้ ไม่ต้องใช้กระดาษอุปกรณ์ขีดเขียนอีกแล้ว และคนแบบนาย ต่อไปถ้าทำการบ้านไม่เสร็จ ก็จะหาข้ออ้างว่าไม่ได้เอาสมุดการบ้านกลับมาด้วยแบบนี้ไม่ได้แล้วนะ”
***
พอหยางหยางได้ยินก็รู้สึกไม่พอใจแล้ว “ใครไม่ทำการบ้านเป็นประจำกัน นั่นมันเป็นเรื่องของเมื่อปีที่แล้วต่างหาก ตอนนี้ไม่ว่าจะพูดยังไง ฉันก็เป็นที่หนึ่งในสามของทั้งระดับชั้นแล้ว จะทำเรื่องแบบนี้ออกมาได้ยังไงกัน ถ้าต่อไปนายยังพูดแบบนี้อีกละก็ ฉันก็จะฟ้องนายโทษฐานหมิ่นประมาทแล้วนะ”
จ้างจิงอี้มองดูหยางหยาง ก็อดไม่ได้ที่จะขำออกมา “ฉันว่านายนะ ยังพูดยากจริง ๆ แหละ”
หยางหยางมองพวกเขาทั้งสองคนทีหนึ่ง “พวกเธอมัน นี่เป็นตั๊กแตนบนเส้นเส้นเดียวกันเลย…..”
“เป่หมิงซีหยาง!”
และในเวลาเดียวกันนี้ ก็ได้ยินจากทางด้านข้างไม่ไกลจากพวกเขาก็มีเสียงเสียงหนึ่งลอยมา
และแน่นอน เสียงนี้ช่างคุ้นเคยยิ่งนัก นี่เป็นเสียงของจินเล่ยที่เพิ่งโดนพยุงเดินจากไปเมื่อกี้
หยางหยางมีใบหน้าเบื่อหน่าย คิ้วของเขาค่อย ๆ ขมวดกันขึ้น “เจ้าหมอนั่นนี่อยากจะโดนต่อยมากใช่ไหม เพิ่งโดนไปไม่ถึงสิบนาที ก็กลับมาอีกแล้ว”
แต่ว่าเขาเห็นสีหน้าของเฉิงเฉิงและจ้าวจิงอี้ที่มองไปที่เจ้าหมอนั่นเหมือนจะมีอะไรผิดปกติ เหมือนกับว่ามีท่าทางกลัวและตื่นตกใจอยู่ด้วย