ตอนที่ 1037
บทที่ 1037 สายตาอันแหลมคม
October 28, 2026
บทที่ 1037 สายตาอันแหลมคม
เธอไม่รอให้แอนนิพูดอะไร ก็รีบยื่นมือไปคว้ามือของเธอมาจับเอาไว้ ส่งเสียงกรีดร้องด้วยท่าทางทำอะไรไม่ถูก “แอนนิ มือเธอเป็นอะไรน่ะ เมื่อครู่นี้ทิ่มโดนใช่หรือไม่!”
แผนการนี้กระทั่งแอนนิก็คิดไม่ถึง เธอออกแรงดึงมือกลับมาอย่างตื่นตระหนก “ไม่ ฉันไม่ได้รับบาดเจ็บนะ”
เพียงแต่ว่าคำอธิบายข้อเท็จจริงของเธอที่ดังขึ้นในหูของหยินปู้ฝันนั้นกลายเป็น ที่นี่ไม่มีเงินสามร้อยตำลึง อยากปกปิดแต่กลายเป็นการเปิดให้ทุกคนรู้แทน
เขารีบวางสิ่งของที่อยู่ในมือแล้วเดินอ้อมบาร์มาถึงข้างแอนนิ “มือของคุณเป็นอะไรไปหรือ ให้ผมดูหน่อย ถ้าหากว่าเอาของที่ทิ่มเข้าไปออกมาไม่ได้ล่ะก็ จะติดเชื้อได้ง่ายๆนะ”
เขาพูดแล้วรีบคว้ามือของเธอมา พลิกไปพลิกมาดูอย่างละเอียด “ตรงไหนที่โดนทิ่มกัน”
“ฮ่าๆ......” หยินปู้ฝัน นายถูกหลอกแล้ว!
เห็นท่าทางเคร่งเครียดที่หยินปู้ฝันแสดงออกมาแล้ว กู้ฮอนก็แสร้งทำต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ
ในตอนนี้ ใบหน้าของแอนนิแดงมีสีแดงระเรื่อแล้ว เธอรีบดึงมือกลับมาจากมือของหยินปู้ฝัน “ฉันไปดูอุปกรณ์ในห้องครัวก่อนว่าเป็นอย่างไรบ้าง”
เธอพูด พลางวิ่งไปทางห้องครัวด้านหลังโดยไม่หันหน้ากลับมา
“เฮ้ แอนนิอย่าวิ่งสิ ของใช้ประจำวันในห้องครัวพวกนั้นมีอะไรน่าดูกัน” แม้ว่ากู้ฮอนจะพูดอย่างนี้ แต่ก็ไม่ได้หยุดยั้งแอนนิ จนกระทั่งเงาร่างของเธอหายไป
“กู้ฮอน พวกเธอเล่นอะไรกันเนี่ย ทำไมเมื่อครู่นี้ฉันถึงไม่เห็นว่ามือของเธอได้รับบาดเจ็บอะไร” หยินปู้ฝันที่ไม่รู้เรื่องยังคงสับสนกับเรื่องนี้อยู่
กู้ฮอนมองเขา พลางถอนหายใจ “หยินปู้ฝัน ฉันไม่รู้จริงๆว่านายแกล้งโง่ หรือว่าโง่จริงๆกันแน่ ฉันยังเข้าใจแล้วเลย นายก็สารภาพกับฉันมาซะดีๆ”
“สารภาพอะไรหรือ”
กู้ฮอนชี้นิ้วไปทางเขาอย่างจนปัญญา “ยังจะมาแกล้งทำไขสือกับฉันตรงนี้อีกใช่หรือไม่ นายสารภาพความจริงมาซะดีๆ สนใจแอนนิของพวกเราใช่ไหม”
***
“นี่......” เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามของกู้ฮอน หยินปู้ฝันก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่ออยู่บ้าง
เมื่อเห็นท่าทีหลบสายตาของเขาเล็กน้อย กู้ฮอนก็หาคำตอบที่ตัวเองต้องการได้แล้ว “นายไม่ต้องแสร้งทำแล้ว แม้ว่าฉันจะไม่ได้มีสายตาแหลมคมเหมือนกับเป่หมิงโม่ขนาดที่สามารถมองเห็นว่าในใจของผู้อื่นคิดอะไรอยู่กันแน่ แต่สำหรับความคิดของนาย ฉันก็ยังเดาออกได้อยู่หลายส่วน”
เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้ เธอก็ใช้ข้อศอกถองไปที่หยินปู้ฝันเบาๆ ใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มลึกลับ ทั้งยังจงใจกดเสียงต่ำลงเล็กน้อย “พูดมาเถอะ สนใจแอนนิใช่หรือไม่ ถ้าหากว่าใช่ล่ะ รีบเคลื่อนไหวเร็วเข้า แม้ว่าเธอจะผ่านชีวิตแต่งงานมาช่วงเวลาสั้นๆ แต่ว่าการปฏิบัติตัวและความสามารถของเธอ พวกเราล้วนเห็นประจักษ์ชัดเจนต่อสายตาว่า เป็นผู้หญิงที่ดีคนหนึ่ง ถ้าหากว่านายไม่ได้คิดแบบนั้น ก็อย่าทำเรื่องที่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดได้ง่ายๆ จนทำให้ผู้อื่นเสียเวลาเลย”
หยินปู้ฝันเห็นว่าการแสดงนี้ของตัวเองถูกเปิดโปงเร็วขนาดนี้ ก็รู้สึกยกมือเกาศีรษะอย่างเขินอายเล็กน้อย “ทักษะการแสดงของฉันแย่ขนาดนั้นเลยหรือ ถึงได้ถูกเธอพบเร็วขนาดนี้”
“ทักษะการแสดงของนายน่ะ.....ถือว่าใช้ได้สำหรับคนแบบแอนนิ แต่ถ้าเผชิญหน้ากับฉันที่เป็น นักแสดงเก่า ก็กลายเป็นเปิดเผยความจริงแล้ว ไม่ใช่แย่ธรรมดานะ พูดมาเถอะ นายเริ่มใจเต้นกับผู้อื่นตั้งแต่เมื่อไรกัน” ตอนนี้กู้ฮอนไม่มีใจจะไปเช็ดถูสิ่งของ สำหรับเธอแล้วเรื่องนี้สำคัญกว่าเล็กน้อย
ทั้งสองฝ่ายล้วนเป็นเพื่อนสนิทที่ดีที่สุดของตัวเอง ถ้าหากว่าพวกเขาสามารถคู่กันได้ล่ะก็ อย่างนั้นก็เป็นเรื่องที่งดงามเรื่องหนึ่ง
หยินปู้ฝันลากเก้าอี้มานั่ง “ที่จริงแล้วก็เป็นเรื่องในช่วงนี้”
“ความรู้สึกชั่ววูบหรือ” กู้ฮอนพูดออกมาประโยคหนึ่งอย่างกะทันหัน
“ไม่ใช่ ไม่ใช่ ที่พูดว่าเป็นเรื่องในช่วงนี้ ที่จริงแล้วก็เป็นความตั้งใจมาเดือนสองเดือนแล้ว”
“เดือนสองเดือนนิเอง วันนี้เพิ่งจะเริ่มดำเนินการ มองไม่ออกเลยจริงๆว่านายจะอดทนเก็บไว้ได้เก่งขนาดนี้ พูดมาเถอะ นายคิดอย่างไรกันแน่ แรงจูงใจที่ทำให้นายยื่นกรงเล็บปีศาจอันชั่วร้ายไปที่แอนนิคืออะไรกันแน่” กู้ฮอนแสดงท่าทางเหมือนกับไต่สวนออกมา
หยินปู้ฝันกลอกตามองบนใส่เธอ “ทำไม เธอต้องการให้ฉันยอมรับผิดเพราะทนถูกทรมานไม่ไหวหรือ ที่จริงแล้วก็ไม่ใช่ว่าพูดไม่ได้ นี่ไม่ใช่เพราะว่าแม่ของฉัน ผู้ชราอย่างเธออยากอุ้มหลานแล้ว”
“อ่อ ที่เธอก็เป็นแบบนี้นี่เอง แต่นายคงจะไม่สนใจแอนนิขึ้นมา เพียงแค่เพราะว่าคุณป้าอยากอุ้มหลานหรอกนะ” ในฐานะที่เป็นเพื่อนสนิทของทั้งสองฝ่าย กู้ฮอนรู้สึกว่าตัวเองมีหน้าที่ต้องเตือนหยินปู้ฝันสักหน่อย
“ฉันก็ไม่ได้ตั้งใจจะแต่งงานกับเธอเดี๋ยวนี้ แน่นอนว่าต้องทำความรู้จักกันเป็นระยะเวลาหนึ่งก่อน ดูความรู้สึกของทั้งสองฝ่ายแล้วค่อยตัดสินใจอีกที สำหรับฉัน วันนี้ก็แค่หาข้ออ้างที่จะไปมาหาสู่กับเธออย่างหนึ่ง แต่ในเวลาไม่นาน ก็ถูกเธอรู้ทันแล้ว ทั้งยังทำให้ตกอยู่ในสภาพอันน่ากระอักกระอ่วนแบบตอนนี้ด้วย......”
หยินปู้ฝันพูดแล้วก็รู้สึกว่าเคียดแค้นชิงชังอยู่บ้าง
“ไอ้หยา ขอโทษด้วยจริงๆ ขอโทษด้วยนะ ฉันไม่รู้ว่านายวางแผนแบบนี้ ฉันก็ทำเพื่อแอนนินะ ไม่อาจยอมให้เธอถูกหลอกโดยคนเลวได้อย่างง่ายดาย” กู้ฮอนก็รู้ว่าตัวเองเหมือนจะสร้างเรื่องแล้ว ทำลายแผนของหยินปู้ฝันไป
“ใครเป็นคนเลว ใครเป็นคนเลวกัน ฉันเป็นทนายความที่มีหน้าที่กำจัดคนชั่วมาโดยตลอดนะ” หยินปู้ฝันพูด พลางตบลงบนอกที่ถือได้ว่ากว้างของตัวเอง
กู้ฮอนมองเขา เบะปากอย่างรังเกียจ “ยังจะกำจัดคนชั่ว นายสารภาพมาอย่างซื่อสัตย์เถอะ นายเป็นผู้กำกับบทละครในวันนี้ใช่หรือไม่”
***
“ละครอะไรหรือ เธอพูดให้ชัดเจนหน่อย ฉันไม่ค่อยเข้าใจ” หยินปู้ฝันมองกู้ฮอนด้วยใบหน้าไร้เดียงสา
“นายยังจะมาแสดงต่อหน้าฉันอีก แน่นอนว่าละครที่นายกับเป่หมิงโม่สองคนทยอยกันมารับพวกเราในวันนี้ไง นายกับเขาปรึกษากันเรียบร้อยแล้วใช่ไหม” ในเมื่อหยินปู้ฝันยอมรับแล้วว่ามีใจให้กับแอนนิ