ตอนที่ 1040
บทที่ 1040 ต้องการเรื่องชั่วร้าย!
October 28, 2026
บทที่ 1040 ต้องการเรื่องชั่วร้าย!
“เฮ้ๆ พวกนายฟังคำพูดของฉันให้จบก่อนได้หรือไม่ ฉันยังพูดไม่จบเลยนะ” หยางหยางกระดิกนิ้วเรียกจินเล่ย เป็นสัญญาณให้เขาเขยิบเข้ามาใกล้อีกหน่อย
จินเล่ยก็ทำได้เพียงแค่โค้งตัวลงมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความทุกข์ “ลูกพี่ใหญ่เป่หมิง ลูกพี่ยังอยากจะพูดอะไรอีกหรือ"
“พวกนายน่ะ เมื่อครู่นี้ล้วนเข้าใจความหมายของฉันผิดแล้ว นายคิดดูนะ พวกนายชกฉัน เพียงแค่ฉันแพ้ พวกนายก็สามารถกลับมาเป็นลูกพี่ใหญ่ได้ใหม่ ส่วนฉันก็สามารถโยนภาระนี้ทิ้งไปได้ สามารถเล่นกับคนพวกนั้นได้สบายๆ นี่ไม่ใช่ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวหรอกหรือ”
***
ความคิดแบบนี้ของหยางหยางนั้น จินเล่ยเพิ่งจะเคยได้ยินเป็นครั้งแรก
“ลูกพี่ใหญ่เป่หมิง ความคิดนี้ของลูกพี่จะว่าดีก็ดี แต่ว่าในพวกเราจะมีใครเป็นคู่ต่อสู้ของลูกพี่ได้กัน นอกจากนี้ลูกน้องของลูกพี่คนนั้นก็ชกต่อยเก่งมาก”
ก่อนที่จะพูดความคิดของตัวเองออกมา หยางหยางก็เห็นถึงสภาพการณ์นี้แล้ว จึงคิดวิธีการแก้ไขได้แล้ว “ฉันเคยพูดว่าจะชกกันจริงๆด้วยหรือ เพียงแค่พวกนายแสดงท่าทางร่วมมือเพื่อให้พวกเขาดูเท่านั้นก็พอแล้ว ถึงตอนนั้น ฉันจะแกล้งทำเป็นสู้นายไม่ได้ แล้ววิ่งหนีไป นายก็สามารถเรียกตัวเองว่าผู้นำของที่นี่ต่อไปได้ด้วย”
จินเล่ยขมวดคิ้วชั่วครู่ สุดท้ายแล้วก็พยักหน้าอย่างฝืนๆ “ลูกพี่ใหญ่เป่หมิง ลูกพี่พูดแล้วนะว่าจะชกกันปลอมๆ ถึงเวลานั้นอย่าต่อยพวกเราจนคว่ำล่ะ ยังมีอีก ลูกพี่ก็พูดกับลูกน้องของลูกพี่สักหน่อย ไม่อย่างนั้นพอเขาลงมือ พวกเราก็รับไม่ไหวเหมือนกัน”
หยางหยางทำท่าทาง OK ให้เขา “โอเคแล้ว เรื่องส่วนที่เหลือ พวกนายฟังการจัดการของฉันให้ดี”
เขาพูดแล้วก็เรียกทั้งสี่คนเข้ามารวมตัวกัน พลางพูดเสียงกระซิบ
“แบบนี้จะได้จริงๆหรือ” หวูเสี่ยวเอ๋อดูเหมือนจะลังเลเล็กน้อย
หยางหยางแสดงออกอย่างมั่นใจมาก “แน่นอนว่าได้อยู่แล้ว แอนโทนี่เป็นอาสามของฉันนะ ฉันเรียนทักษะการแสดงกับเขา ล้วนสามารถไปฮอลลีวูดได้แล้ว”
“โอเค ตอนนี้เริ่มได้!” หยางหยางพูด ถลึงตาใส่จินเล่ย เสียงก็สูงขึ้นไปหลายระดับ “จินเล่ย นายจะเอาอย่างไรกันแน่ ครั้งที่แล้วยังให้บทเรียนนายไปไม่พอใช่ไหม ยังกล้าจะมาหาเรื่องฉันอีก......”
จินเล่ยในคราวนี้ก็ทุ่มสุดตัวเช่นกัน เขายืดตัวขึ้น แสดงท่าทางเหมือนยามปกติของเขาออกมา “ทำไมลูก......เป่หมิงซีหยาง จะบอกนายให้นะ สองครั้งก่อน ฉันล้วนประมาทนายไป ที่จริงแล้วฉันไม่ได้เอาความสามารถที่แท้จริงออกมาชกต่อยกับนายเลย หลายวันมานี้ฉันเห็นว่านายยโสโอหังใช่เล่น ใครๆก็ล้วนกลัวนาย ฉันมองแล้วขัดตาอยู่บ้าง จึงอยากจะให้บทเรียนกับนาย”
ถัดมาลูกน้องทั้งสองคนของจินเล่ยก็หัวเราะอย่างอวดดี ทุ่มเทเหมือนกับครั้งแรกในตอนที่มาหาเรื่องหยางหยางเป็นอย่างมาก
เมื่อเสียงดังออกไป ก็ดึงดูดความสนใจของเด็กๆที่อยู่ในสนามกลุ่มนั้นได้ในทันที
เมื่อครู่นี้พวกเขายังเห็นได้ชัดเจนว่าจินเล่ยกับหยางหยางยังพูดคุยหัวเราะเฮฮากัน ทำไมผ่านไปชั่วครู่ก็ทะเลาะกันเสียอย่างนั้นล่ะ.......
นี่เป็นเรื่องที่ทำให้พวกเขาคาดไม่ถึงเรื่องหนึ่งจริงๆ
3 ต่อ 2 นี่ทำให้เด็กๆที่เคยเห็นหยางหยางชกต่อยกับจินเล่ยรู้ได้ในทันทีว่า คราวนี้พวกจินเล่ย จะต้องโชคร้ายแล้วอย่างแน่นอน
ด้านหนึ่งพวกเขาก็หัวเราะเยาะจินเล่ยที่ไม่เจียมตัว อีกด้านหนึ่งพวกเขาก็มีความรู้สึกซับซ้อนต่อท่าทีของหยางหยาง ทั้งหวาดกลัวและคาดหวังว่าเขาจะสามารถสั่งสอนพวกจินเล่ยได้อีกครั้ง
สถานการณ์ในตอนนี้ก็เหมือนกับฝูงแกะฝูงหนึ่ง มีหมาป่าผู้หิวโหยสองตัวกำลังต่อสู้กัน แม้ว่าพวกมันจะรักษาระยะห่างเอาไว้ แต่ก็ยังคงใช้สายตาอยากรู้อยากเห็นมองดู แทบจะไม่รู้สึกตัวเลยว่า ไม่ว่าหมาป่าสองตัวนั้น ตัวไหนชนะ ล้วนสร้างภัยคุกคามต่อตัวเองทั้งนั้น
แน่นอน หยางหยางและจินเล่ยไม่ใช่หมาป่า ที่จริงแล้วก่อนที่หยางหยางจะให้บทเรียนครั้งแล้วครั้งเล่ากับจินเล่ย ก็ยังเป็นคนที่ได้รับการต้อนรับมากคนหนึ่ง
เพียงแต่ว่าชื่อเรียก จอมอันธพาลตัวน้อยนี้ ทำให้พวกเขาต้องถอยเท้ากลับเมื่อเห็นหยางหยาง
ตอนที่หยางหยางและจินเล่ยเตรียมตัวที่จะแสดงละครบทหนึ่งนั้น ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมากะทันหัน “หยุดมือเดี๋ยวนี้นะ!”
ส่งผลให้อารมณ์ความรู้สึกที่บ่มเพาะออกมาของพวกเขาดับไปหมดแล้ว
ในไม่ช้า คุณครูคนหนึ่งก็เดินออกมาจากในห้องเล็กๆห้องหนึ่งอย่างเร่งรีบ เขาสวมเสื้อขนเป็ดหนาๆตัวหนึ่งด้วย
เขาคือคุณครูที่รับผิดชอบเฝ้าดูจินเล่ยอย่างเงียบๆโดยเฉพาะ หลังจากที่เขาเห็นหยางหยางกับจินเล่ยพบหน้ากัน หัวใจก็เด้งขึ้นมาถึงลำคอแล้ว อย่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นในตอนนี้เลยนะ......
***
กลัวว่าจะเกิดเรื่องอะไร ก็เกิดเรื่องอย่างนั้นขึ้นจริงๆ
ตอนแรกเริ่มที่เขาเห็นก็ยังไม่มีอะไร สองคนนั้นเหมือนจะพูดจาเฮฮากัน แต่ในภายหลัง ก็เห็นว่าหยางหยางกับจินเล่ยดูเหมือนจะแตกคอกัน
อย่างไรก็ตาม เสียงเรียกนั้นก็ยังคงดึงดูดสายตาของเด็กๆที่ทำกิจกรรมอื่นๆอยู่ให้มองมาทางพวกเขาด้วย
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เรื่องแบบคราวที่แล้วเกิดขึ้นอีก คุณครูก็รีบวิ่งออกจากห้องมาอย่างรวดเร็ว เพื่อหยุดยั้งการขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นของพวกเขา
หยางหยางและจินเล่ยล้วนรู้สึกท้อแท้อยู่บ้าง
“โชคร้ายจริงๆ วันที่อากาศหนาวเย็นขนาดนี้ คุณครูยังไม่กลับไปกอดฮีตเตอร์ในห้องอีก วิ่งมายุ่งอะไรกับเรื่องนี้ที่นี่กัน” หยางหยางโอดครวญ
พูดความจริง ตอนก่อนที่จินเล่ยกำลังจะลงมือนั้นก็สับสนอยู่บ้าง พูดว่าแสดงละครสินะ ใครจะไปรู้ว่าหยางหยางจะลงมือหนักขนาดไหน
อย่าแสดงจนอินกับบทมากเกินไป เมื่อเขาโกรธก็จะจัดการกับตัวเองอีก.......
ตอนนี้ก็ดี คุณครูปรากฏตัวขึ้นแล้ว ตัวเองก็ปลอดภัยชั่วคราวแล้ว เขาแอบโล่งใจอยู่เงียบๆ
คุณครูท่านนั้นเดินมาอยู่ระหว่างหยางหยางและจินเล่ยอย่างเร็ว ทั้งยังแสดงท่าทีเข้มงวดเป็นอย่างมาก “จินเล่ย เป่หมิงซีหยาง พวกหนูกำลังทำอะไรอยู่ที่นี่กัน”
หยางหยางนั้นมองคุณครูด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม “พวกผมไม่ได้ทำอะไรนิครับ เพียงแค่อยากจะเล่นปาหิมะ พวกเรากำลังจะแบ่งทีม เตรียมตัวปาหิมะแล้ว”