ตอนที่ 1042
บทที่ 1042 แสงจันทร์ในคืนฤดูหนาว
October 28, 2026
บทที่ 1042 แสงจันทร์ในคืนฤดูหนาว
“เด็กๆจ๊ะ ข้างนอกอากาศเย็นมากแล้ว รีบเข้ามาได้แล้ว”
หลังจากที่เป่หมิงโม่ไปได้ไม่นาน กู้ฮอนก็มายืนเรียกพวกเด็กๆที่ประตู
“ตกลงครับ/ค่ะแม่” หลังจากเด็กๆส่งเสียงตอบรับแล้ว ก็วิ่งกลับเข้ามาในบ้านพร้อมกับรอยยิ้ม
“หม่าม้าคิดว่าตุ๊กตาหิมะที่พวกเราปั้นดีกว่าตัวนั้นของคุณพ่อไหมคะ?” จิ่วจิ่วเอื้อมมือเล็กๆที่หนาวเย็นมาจับมือใหญ่ของกู้ฮอน
กู้ฮอนมองเห็นว่ามีกองเล็กๆกองหนึ่งอยู่ข้างๆตุ๊กตาหิมะตัวโต อย่างไรก็ตามไม่สามารถตัดสินถึงความสวยงามของฝีมือได้
แต่ว่าเธอยังพูดปลอบจิ่วจิ่วอย่างเอาใจว่า : “แน่นอนว่าตัวที่พวกหนูปั้นสวยกว่าจ้ะ”
หลังจากที่จิ่วจิ่วได้ฟังแล้วดูเหมือนว่าจะยังไม่พอใจ : “หม่าม้าโกหก เห็นอยู่ชัดๆว่าของคุณพ่อปั้นสวยกว่าอีก”
“เอาล่ะเอาล่ะพวกหนูรีบเข้ามาเถอะ ข้างนอกหนาวจะแย่แล้ว” แอนนิที่อยู่ในบ้านร้องทัก
เมื่อทั้งหมดเข้ามาในบ้านแล้ว กู้ฮอนรีบเปลี่ยนเสื้อให้กับเด็กๆทั้งสามคน พร้อมทั้งแบ่งนมร้อนให้แต่ละคนเพื่ออบอุ่นร่างกาย
“แม่ของพวกหนูไม่ได้หลอกหนูหรอกจ้ะ แต่เพราะในสายตาของแม่ ไม่ว่าลูกจะทำออกมาสวยหรือไม่สวย แต่ในสายตาของเธอย่อมสวยไปหมดอย่างไม่รู้ตัว”
แอนนิพูดพร้อมหมุนตัวเดินไปยังห้องครัว
ผ่านไปสักพักก็มีกลิ่นหอมฉุยลอยออกมาจากด้านใน
หยางหยางเงยหน้าขึ้น แล้วใช้จมูกสูดกลิ่นอย่างแรง : “ทำไมกลิ่นถึงได้หอมขนาดนี้ กลิ่นหอมเหมือนกับมันเทศเผาที่คุณปู่ริมทางทำเลย”
เฉิงเฉิงสูดกลิ่น แล้วพยักหน้าเล็กน้อย “เหมือนกับมันเทศเผาเลย”
จิ่วจิ่วกระพริบตาด้วยความประหลาดใจ : “มันเทศคือผักอะไรเหรอคะ? มันเทศกับหนูเหมือนกันไหมคะ?” พูดจบแล้วดูเหมือนว่าเธอจะตกใจกับคำถามของตัวเอง มีประกายเลือนรางอยู่ในเบ้าตา
หนูเผาน่าจะเป็นอาหารที่น่ากลัวอย่างมาก
“มันเทศอบมาแล้วจ้า…” ตามมาด้วยเสียงของแอนนิ เธอสวมถุงมือคู่หนาสำหรับทำบาร์บีคิว แล้วเดินออกมาจากห้องครัวพร้อมด้วยจานกระเบื้องสีขาว จากนั้นก็วางไว้บนโต๊ะกาแฟในห้องนั่งเล่น
มันคือมันเทศจริงๆ
แอนนิพูดอย่างลำบากใจว่า : “ฉันเพิ่งจะเรียนรู้วิธีการอบ เลยไม่รู้ว่ามันจะเข้าที่หรือยังนะ”
“ป้าแอนนิทำออกมาได้ดีจริงๆครับ มันเหมือนกับที่คุณปู่ริมถนนเผาเป๊ะเลย” หยางหยางพูดพร้อมกับยกนิ้วโป้งให้
ส่วนจิ่วจิ่วล่ะ ตั้งแต่ตอนที่แอนนิยกจานออกมา ก็ใช้มือน้อยๆของตัวเองปิดตาแน่น
ถึงแม้ว่ากลิ่นจะทำให้เธอรู้สึกจิตใจเบิกบาน แต่เมื่อคิดถึงหนูที่อยู่ด้านใน…
ความรู้สึกสวยงามนั้นหายไปในทันที
เธอไม่กล้ามองไปยังสิ่งที่น่ากลัวเช่นนี้
กู้ฮอนย่อตัวลงแล้วโอบจิ่วจิ่วไว้ในอ้อมกอดของตัวเอง และพูดอย่างอ่อนโยนว่า : “ลูกน้อย มันเทศไม่ใช่หนูหรอก หนูดูสิ…”
หลังจากฟังที่แม่พูดแล้ว จิ่วจิ่วที่รู้สึกกังวลในตอนแรก จากนั้นมือเล็กๆที่ปิดตาไว้ก็ค่อยๆมีช่องทะลุออกมา
เธอมองไปที่จานด้วยความสงสัย
เห็นเพียงแค่ข้างในมีของห้าอันที่ดูเหมือนกับมะเขือยาววางอยู่ เพียงแต่ว่าผิวของมันไม่เป็นสีม่วงเลย ยิ่งไปกว่านั้นพอมองดูแล้วมันแห้งเล็กน้อย ในส่วนที่แตกออก มีบางอย่างที่มีสีเหมือนคาราเมล
หลังจากที่ยืนยันแล้วว่ายังไงก็ไม่ใช่หนู จิ่วจิ่วถึงจะเอามือออก
เฉิงเฉิงที่เหมือนกับเป่หมิงโม่ เป็นเหมือนกับสุภาพบุรุษตัวน้อย ถ้าแม่ของพวกเขาไม่ขยับก่อน เขาก็จะไม่ขยับเป็นคนแรก
แต่หยางหยางกลับไม่เป็นเหมือนเขาเลย เด็กกินเก่งคนนี้มองเห็นของอร่อยแล้ว ก็อดใจไม่ไหวที่จะเอื้อมมือไปคว้า
“ระวังลวก…”
**
น่าเสียดายที่หยางหยางมือไวมากเกินไป ขณะที่แอนนี่พูด มือของเขาก็จับของตรงหน้าไว้แน่นแล้ว
ใบหน้าที่ตะกละตะกรามนั้นเปลี่ยนสีไปในพริบตา สุดท้ายเมื่อถูกลวกก็ตะโกนเสียงดังว่า : “ร้อนมากเลย…”
เขาแทบจะโยนของชิ้นนั้นที่อยู่ในมือลงบนพื้น
“ดูลูกสิเพราะไม่มีความอดทน เลยมีจุดจบแบบนี้!” กู้ฮอนไม่ได้รู้สึกสงสารกับพฤติกรรมเช่นนี้ของหยางหยางเลยแม้แต่น้อย
เธอรู้สึกว่าควรจะหนักกว่านี้ด้วยซ้ำ เพื่อทำให้เด็กคนนี้จำไว้นานๆถึงจะดี
แต่ทว่าแอนนิกลับสะดุ้งตกใจเล็กน้อย เธอรีบถอดถุงมือออกแล้วจับมือเล็กๆของหยางหยาง
และเห็นว่ามือเล็กๆของหยางหยางนั้นมีรอยลวกสีแดง
“ยังร้อนอยู่หรือเปล่า?” แอนนิถาม
หยางหยางหัวเราะเบิกบาน : “ไม่เป็นไรแล้วครับ ไม่เป็นไร ผมเป็นลูกผู้ชาย เรื่องนี้ไม่เป็นอะไรเลย”
กู้ฮอนชำเลืองมองเขา “ลูกก็แค่ดื้อดึงไปอย่างนั้น ถ้าทำได้ก็ลองหยิบอีกอันหนึ่งสิ เป็นพี่ชายแต่ไม่เหมือนพี่ชายเลย”
พูดพร้อมกับมองไปที่จิ่วจิ่ว : “ลูกน้อยจ๊ะหนูห้ามเลียนแบบพี่เขานะ หนูต้องทำตัวให้เหมือนกับเฉิงเฉิงถึงจะดีรู้หรือเปล่า”
ใช่แล้ว หยางหยางกลายเป็นสื่อการสอนในเชิงลบไปแล้ว
แอนนินำมีดส้อมและอุปกรณ์บนโต๊ะอาหารตามมาทีหลัง
“ป้าแอนนิครับ มันเทศต้องใช้มือกินถึงจะได้รสชาตินะครับ ถ้าใช้อุปกรณ์พวกนี้…มันจะไม่…”