ตอนที่ 1043
บทที่ 1043 เผชิญหน้า
October 28, 2026
บทที่ 1043 เผชิญหน้า
แอนนิก้มหน้าคิดอยู่ชั่วครู่ จากนั้นก็ถามราวกับตัดสินใจได้แล้วว่า : “กู้ฮอน ฉันรู้ว่าเธอเคยผ่านช่วงเวลาที่รักกับคุณหยินปู้ฝัน และเกือบจะได้คบกัน แต่ตอนนี้ ทำไมเธอถึงต้องการให้เขามาคบกับฉันด้วยล่ะ? หรือว่าระหว่างเธอกับเขาไม่มีความรู้สึกต่อกันแล้วจริงเหรอ? แต่ว่าฉัน ยังสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน”
โยนคำถามนี้ออกมาแล้ว ทำให้กู้ฮอนไม่รู้จริงๆว่าควรจะตอบเธออย่างไรดี เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นข้อเท็จจริง ไม่อาจที่จะทำให้เป็นเท็จได้เลย
“แอนนิ เธอช่วยชงกาแฟให้ฉันสักแก้วได้ไหม?” รอยยิ้มบนใบหน้าของกู้ฮอนค่อยๆเลือนหายไป
แอนนิพยักหน้า แล้วลุกไปยังห้องครัว
กู้ฮอนหน้าหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง พระจันทร์เสี้ยวยังคงส่องสว่างราวกับว่าสามารถส่องเข้ามาในหัวใจได้ยังไงยังงั้น
“กู้ฮอน นี่กาแฟของเธอจ้ะ” แอนนิวางแก้วเซรามิคสีขาวลงบนตีธกาแฟตรงหน้ากู้ฮอน
เธอหันมาอย่างรวดเร็ว แล้วมองแอนนิพร้อมกับยิ้มนิดๆ “ขอบใจจ้ะ”
จากนั้นเธอหยิบแก้วขึ้นมาจิบเบาๆ
ถึงแม้ว่าภายในบ้านจะอบอุ่นมากอยู่แล้ว แต่หลังจากดื่มกาแฟลงไป เธอถึงได้รู้สึกจริงๆว่าร่างกายเริ่มจะอุ่นขึ้นแล้ว
รสชาติของกาแฟที่ยังหลงเหลืออยู่ในปากนั้น มีความหวานอยู่ในความขม
สิ่งนี้เหมือนกับอารมณ์ของเธอในขณะนี้
คำถามของแอนนิเป็นสิ่งที่เธอไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และก็เป็นเพราะว่าเธอเป็นคนที่ละเอียดรอบคอบอย่างยิ่งจึงต้องการที่จะตรวจสอบอีกครั้ง
แม้ว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นแล้ว พวกเขายังคงรักษาระยะห่างที่มีความปลอดภัยอย่างมาก สิ่งนี้ทำให้เธอรับมือความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาได้อย่างผ่อนคลาย
“แอนนิ เธอพูดถูก ระหว่างฉันกับเขาเรามีอดีตร่วมกันอย่างแน่นอน ความทรงจำเหล่านั้นชั่วชีวิตนี้ฉันไม่มีทางลืมได้ หวังว่าเธอจะไม่ใส่ใจในจุดนี้”
แอนนิพยักหน้า : “กู้ฮอน ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับเธอ ฉันจะสนใจเรื่องนั้นจริงๆเหรอ อันที่จริงในตอนที่เธอกำลังชักชวนฉัน ก็เกลี้ยกล่อมใจของตัวเองด้วยใช่ไหม? เธอยังมีความรู้สึกต่อคุณหยินปู้ฝัน”
กู้ฮอนละสายตาจากใบหน้าของแอนนิ แล้วมองดูแก้วกาแฟในมือ จากนั้นจึงพยักหน้าเบาๆ : “แอนนิ ฉันไม่ต้องการปิดบังเธอ แล้วก็ไม่ต้องการปิดบังกับตัวเอง ฉันยังมีความรู้ต่อหยินปู้ฝันจริงๆ”
“อย่างนั้นทำไมเธอถึงยังจะลดความรู้สึกลงแล้วยกเขาให้ฉันล่ะ?”
กู้ฮอนจิบกาแฟอีกครั้ง : “แอนนิ ฉันคิดว่าเธอเข้าใจผิดแล้วล่ะ ความรู้สึกของฉันที่มีต่อเขาจะไม่ส่งผลกระทบถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาหรอกนะ เพราะว่าความรู้สึกของฉันที่มีต่อเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว”
“เปลี่ยนไปแล้ว?” แอนนิมองเธออย่างงงวย
กู้ฮอนพยักหน้า : “ใช่แล้ว มันเปลี่ยนไปแล้ว มันเปลี่ยนจากครั้งแรกที่เป็นความรู้สึกรักใคร่เป็นแบบครอบครัว ตอนนี้เขาทำให้ฉันรู้สึกว่าเขาเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน”
***
กู้ฮอนดื่มกาแฟอึกสุดท้ายจนหมดเกลี้ยง หลังจากนั้นก็ถอนใจยาว : “แอนนิ หยินปู้ฝันสำหรับฉันคือคนๆหนึ่งในครอบครัว และเพราะว่าเป็นสมาชิกในครอบครัวที่สำคัญมาก ดังนั้นฉันจึงรู้สึกว่าพวกเธอเหมาะสมที่จะอยู่ด้วยกันมากกว่า”
“ทำไมต้องเป็นฉันกับเขา?” แอนนิงงงวยเล็กน้อยหลังจากที่ได้ฟัง
“เป็นเพราะว่าเขาชอบเธอ และตอนนี้เธอก็กำลังขาดคนแบบนี้มาเติมเต็มชีวิตของเธอ อันดับต่อมา เป็นเพราะว่าพวกเธอสำคัญมากสำหรับฉัน ฉันหวังว่าท้ายที่สุดจะได้เห็นพวกเธออยู่ด้วยกัน ในความเป็นจริง ขอเพียงเธอวางสิ่งที่หนักอึ้งในใจลงได้ก็สามารถพูดได้เลยว่ามันอยู่ใกล้แค่เอื้อม จะต้องทะนุถนอมมันเอาไว้นะ”
กู้ฮอนพูดจบเธอก็หันหน้าไปมองดูนาฬิกา จากนั้นก็ลุกขึ้นยืนจากโซฟา : “ตอนนี้ก็ดึกแล้ว จะต้องไปพักผ่อนแล้วล่ะ เรื่องร้านอาหารทุกวันนี้ก็เหนื่อยมากพอแล้ว และดูเหมือนในอนาคตว่าเธอจะต้องยุ่งกับการออกเดทด้วย รีบรักษาร่างกายให้แข็งแรงเถอะ”
ที่เชิงเขา วิลล่าหลังสุดท้ายก็ดับไฟแล้วเช่นกัน
ในปิ่นฮอนเป่หยวนเหลือเพียงไฟถนน พวกมันยังคงยืนอยู่ตรงนั้น ยังคงส่องสว่างไปบนถนนที่ถูกหิมะสีขาวปกคลุมและบนทางเดินเต็มไปด้วยรอยเท้าประทับไว้
เป่หมิงโม่ยืนอยู่บนดาดฟ้าชั้นสองของวิลล่า ในมือของเขาถือแก้วไวน์แดงเอาไว้
ทุกๆวันเขาจะมองดูวิลล่านั้นเนิ่นนาน และถึงแม้จะดับไฟไปนานแล้ว แต่เขาก็ไม่ผละออกไปทันที
มองดูวิลล่าหลังนั้นแล้ว ก็มองดูตุ๊กตาหิมะสองตัวที่อยู่หน้าวิลล่า
ลมเย็นพัดผ่านไป และพัดหิมะให้ลอยมาที่หลังคาและรั้วของระเบียงดาดฟ้าอีกครั้ง เพียงแต่ไม่ได้เป็นเกล็ดหิมะอีกแล้ว
บางทีเขาอาจไม่รู้ว่า หนึ่งในห้องนอนของวิลล่าที่ดับไฟไปแล้ว มีผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ที่หน้าต่างและมองมายังทิศทางของเขา
หิมะสะท้อนแสงจันทร์ ทำให้ยามค่ำคืนสว่างกว่าปกติ ด้วยเหตุนี้ทำให้กู้ฮอนที่ยืนอยู่ตรงหน้าต่าง เกือบจะมองเห็นเป่หมิงโม่ที่อยู่บนระเบียงสูงของวิลล่าที่ซานปาน
แต่ว่ามันก็เป็นเพียงแค่เงาคนเท่านั้น
วันรุ่งขึ้น เป็นเช้าที่มีแดดจ้าแล้ว
แสงแดดอันอบอุ่นในฤดูหนาวคือสิ่งที่โหยหามากที่สุด น้ำแข็งและหิมะข้ามคืนได้ถูกละลายด้วยแสงแดด มันไหลเป็นหยดร่วงลงสู่พื้น
ในเสี้ยววินาที เหมือนกับได้ย้อนกลับไปในวันที่ดอกไม้ในฤดูใบไม้ผลิได้ผลิบาน
แต่ในตอนที่เปิดประตู ลมเย็นจัดจากภายนอกพักเข้ามาในบ้านทำให้คนรู้สึกหนาวไปถึงกระดูกบอกให้รู้ว่ายังคงเป็นฤดูหนาวอยู่
ในแต่ละวันเริ่มต้นด้วยสภาพอากาศเช่นนี้
พวกเด็กๆสวมเสื้อผ้าด้วยตัวเองอย่างเฉลียวฉลาดเสร็จแล้วก็มานั่งรอหน้าโต๊ะกินข้าว
“เฉิงเฉิง นายว่าวันนี้พ่อจะกลับไปรับเราที่โรงเรียนหรือเปล่า?”
เฉิงเฉิงส่ายหัว : “ฉันไม่รู้ บางทีอาจจะไม่มานะ”
“งั้นฉันจะพนันกับนายแล้วกัน วันนี้พ่อยังมา ถ้านายแพ้ นายก็แบ่งส่วนนั้นให้ฉันว่ายังไงล่ะ?”