ตอนที่ 1046
บทที่ 1046 ความรู้สึกร้อยแปดพันเก้า
October 28, 2026
บทที่ 1046 ความรู้สึกร้อยแปดพันเก้า
เธอขอให้พนักงานร้านห่อมันโดยไม่ถามเลย
คิดไม่ถึงเลยว่าหลังจากที่เอากลับมาแล้ว เมื่อเด็กได้สวมมันก็ทำให้พูดไม่ออกเลยจริงๆ
“ที่รัก พวกลูกใส่ชุดนี้แล้วหล่อมากๆจริงๆจ้ะ สามารถไปเดินพรมแดงที่ปารีสได้เลย” กู้ฮอนโอบเด็กทั้งสองไว้ในอ้อมแขน
ดูแล้วความรักนี้ ดูท่าจะไม่น่ารำคาญเหมือนที่เคย
*
งานเลี้ยงค็อกเทลส่งท้ายปีของบริษัทเป่หมิงค่อยๆเปิดฉาก
บนห้องโถงชั้นดาดฟ้าของโรงแรมแมนดารินมีแขกที่ได้รับเชิญมาร่วมงานเป็นจำนวนไม่น้อย
วันนี้เป่หมิงยี่เฟิงสวมชุดที่ดูโดดเด่นเป็นพิเศษ ชุดสูทลำลองสีแดงเข้มกลายเป็นจุดสนใจของที่นี่
ในฐานะเจ้าภาพ เขาเกือบจะทักทายแขกทุกคนที่มาร่วมงาน
ท้ายที่สุดแล้วนี่เป็นครั้งแรกที่เขาปรากฏตัวต่อหน้าเหล่าเพื่อนร่วมงานของเขาฐานะประธานของบริษัทเป่หมิง
แน่นอนว่าการสวมชุดนี้เพื่อเป็นนิมิตรหมายที่ดี
ถังเทียนจื๋อในฐานะผู้ช่วย แน่นอนว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่จะต้องมีเขา เขารับผิดชอบยืนอยู่หน้าประตูห้องโถง ต้อนรับแขกทุกคนที่มาร่วมงาน จากนั้นพาทุกคนไปพบกับเป่หมิงยี่เฟิง
“ยี่เฟิง ทำไมอารองของแกยังไม่มา แกแน่ใจนะว่าส่งการ์ดเชิญให้เขาเรียบร้อยแล้ว?” เป่หมิงเฟยหย่วนมาอยู่ข้างๆลูกชายและเอ่ยถาม
แต่มันไม่ได้หมายความว่าเขาอยากจะเจอเป่หมิงโม่เป็นพิเศษ แต่ว่าจะพูดยังไงดีล่ะ แทบไม่มีข่าวคราวใดๆเลยนับตั้งแต่เขาออกจากบริษัทเป่หมิง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งครั้งสุดท้ายที่ได้ยินว่าเขาจะต้องเข้าคุกอีกครั้ง เขาในฐานะพี่ชายคนโตยังมีความกังวลบางอย่างเกี่ยวกับตัวเขา
โชคดีที่ได้ยินข่าวออกมาภายหลังว่า เป่หมิงโม่ถูกภาคทัณฑ์เป็นเวลาหนึ่งปี สิ่งนี้นับได้ว่าทำให้เขาสบายใจขึ้นมาบ้าง
งานเลี้ยงค็อกเทลส่งท้ายปีของบริษัทเป่หมิง การเชิญเป่หมิงโม่มาเข้าร่วม เป่หมิงเฟยหย่วนเองก็มีเจตนาเช่นนี้
***
เป่หมิงยี่เฟิงมองดูนาฬิกาบนข้อมือ ตอนนี้เข็มนาฬิกาใกล้จะถึงเวลาสิบโมงแล้ว งานเลี้ยงค็อกเทลกำลังจะเริ่มต้นอย่างเป็นทางการ
เขาเรียกฉิงฮัวเข้ามา : “คุณอารองยังไม่มาเลย หรือว่าต้องโทรถามเขา?”
พูดตามตรงแล้วฉิงฮัวเองก็ไม่รู้ว่าเจ้านายอยู่ที่ไหนในเวลานี้
ตอนที่เขาออกมาตอนเช้าวันนี้ เห็นว่าเจ้านายเดินไปกับกู้ฮอนและลูกทั้งสาม
และตนเองเป็นคนไปส่งแอนนิที่ร้านอาหาร
แต่ว่าในใจเขารู้ว่าควรทำอย่างไร : “คุณชายยี่เฟิงครับ ด้วยประสบการณ์ที่ผมอยู่กับเจ้านายมาหลายปี พวกเขาไม่สายหรอกครับ”
เป่หมิงยี่เฟิงฟังแล้ว จึงเพียงแค่พยักหน้าแล้วหยุดถาม
“แขกทุกท่าน และท่านประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ทุกท่านครับ งานเลี้ยงค็อกเทลของบริษัทเป่หมิงได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ…”
ในตอนนี้เอง ถังเทียนจื๋อได้ถือไมโครโฟนประกาศเสียงดัง
“โว้ว…” ขณะนี้มีเสียงปรบมือดังขึ้น
“ลำดับต่อไปขอเชิญท่านประธานแห่งบริษัทเป่หมิง เป่หมิงยี่เฟิงกล่าวอะไรสักหน่อยครับ”
และมีเสียงปรบมืออีกครั้ง
ถังเทียนจื๋อหยิบไมโครโฟนขึ้นมาแล้วเดินไปยังด้านข้างของเป่หมิงยี่เฟิง พร้อมกับส่งไมโครโฟนให้เขา
เป่หมิงยี่เฟิงมองแขกทุกๆคน เขาพยักหน้าซ้ำๆ
ในขณะนี้ในใจของเขามีรสชาติที่ไม่สามารถบรรยายออกมาได้
ไม่ว่าจะพูดยังไงตนเองก็นั่งอยู่ในตำแหน่งประธานมาเกือบครึ่งปีแล้ว
การได้ลิ้มรสของการได้นั่งตำแหน่งนี้ มันเป็นความรู้สึกที่ผสมผสานจนทำให้เขาไม่รู้ว่าควรจะพูดอย่างไรดีไปชั่วขณะ
เป่หมิงเฟยหย่วนยืนอยู่ข้างๆลูกชาย เขาตบไหล่ลูกชายเบาๆ แล้วกระซิบบอกเขาว่า : “อยากจะพูดอะไรก็พูดเถอะ”
เป่หมิงยี่เฟิงพยักหน้า แล้วเขาก็กระแอมในลำคอ : “สวัสดีตอนสายๆ แขกทุกท่าน ผมเป่หมิงยี่เฟิงดำรงตำแหน่งประธานของบริษัทเป่หมิง วันนี้น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทุกท่านให้ความกรุณามาร่วมงานถึงที่นี่ บริษัทเป่หมิงก่อตั้งขึ้นมาด้วยความสามารถคุณปู่ของผมคุณเป่หมิงเจิ้งเทียน ผมคิดว่ามีแขกจำนวนไม่น้อยในงานที่เคยร่วมงานกับคุณปู่ พวกคุณเลือกที่จะร่วมมือกับพวกเราเป็นเพราะว่าไว้ใจบริษัทเป่หมิงของพวกเรา โชคดีที่จนถึงตอนนี้ การพัฒนาของบริษัทเป่หมิงไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง การเติบโตและพัฒนาของบริษัทเป่หมิงคงไม่อาจทำได้ถ้าปราศจากการช่วยเหลือของทุกท่าน ในที่นี้ ผมในนามของบริษัทเป่หมิงขอขอบคุณพวกคุณ ยิ่งกว่านั้นผมหวังว่าพวกคุณจะสนับสนุนบริษัทเป่หมิงต่อไป และผมจะไม่ทำให้พวกคุณต้องผิดหวังครับ”
พูดพร้อมกับโค้งคำนับอย่างสุดซึ้งต่อหน้าทุกคน
“ว้าว…” คราวนี้เสียงปรบมือดังขึ้นมากกว่าเดิม
เป่หมิงยี่เฟิงยืดตัวขึ้น เขามองไปยังสายตาของทุกคนที่มองมาที่ตนเอง
เขารู้สึกว่าเลือดทั่วร่างกายของเขาเริ่มปะทุขึ้นมาแล้ว
ความรู้สึกนี้น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนที่เขาเพิ่งจะรับตำแหน่งประธานบริษัทเสียอีก
ในทำนองเดียวกันเขามีความรู้สึกที่ลึกซึ้งต่อตระกูลเป่หมิง ตำแหน่งผู้นำในแวดวงอุตสาหกรรมนั้นไม่ได้มาง่ายๆ
เขาแอบสาบานกับตนเองว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เขาก็จะกัดฟัน ส่งเสริมให้บริษัทเป่หมิงเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง
เวลานี้เอง เขามองเห็นประตูสถานที่จัดงานเปิดออก มีคนสองคนเดินเข้ามาจากด้านนอก
เสียงปรบมือในขณะนี้ไม่ได้ลดลง แต่ว่าจากด้านหลังมายังด้านหน้า ผู้คนต่างแหวกทางออกอย่างรู้ตัว และเป็นเส้นทางที่ตรงไปสู่ตำแหน่งปรานบนเวทีของเป่หมิงยี่เฟิง
ในตอนนี้เป่หมิงยี่เฟิงมองเห็นคนที่เข้ามาได้อย่างชัดเจนแล้ว เป็นเป่หมิงโม่และกู้ฮอนยืนอยู่ข้างกายเขา
เป่หมิงโม่สวมชุดสูทสีดำสไตล์อังกฤษ เสื้อเชิ้ตด้านในสีขาวผูกหูกระต่ายสีดำ ในกระเป๋าด้านซ้ายของชุด มีดอกกุหลาบตูมสีทองเป็นเครื่องประดับตกแต่ง
เขาถือหมวกสีดำไว้ในมือข้างหนึ่ง มืออีกข้างงอเล็กน้อย และมีแขนเนียนละเอียดและขาวใสของกู้ฮอนคล้องอยู่