ตอนที่ 1065
บทที่ 1065 ความหมายของเทศกาลคริสต์มาส
October 28, 2026
บทที่ 1065 ความหมายของเทศกาลคริสต์มาส
“แกะกล่องของขวัญ……” เขาทนไม่ไหวแม่เพียงครู่หนึ่ง หลังจากพูดจบก็กระโดดลงจากเก้าอี้ และวิ่งไปยังต้นคริสต์มาสอย่างรีบร้อน
หลังจากนั้นก็คือจิ่วจิ่ว สำหรับเรื่องของขวัญแล้วเธอเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น โดยเฉพาะกล่องแบบนั้น ด้านในนั้นจะมีตุ๊กตาอยู่ด้วยหรือเปล่า
เมื่อเทียบกับพวกเขา คนที่นิ่งเงียบอย่างมั่นคงที่สุดคือเฉิงเฉิง เขามีท่าทีไม่รีบร้อนเร่งรีบ ดูไปแล้วเหมือนจะไม่เหมาะกับวัยของเขา
“หยาง จิ่วจิ่วพวกเธอรออยู่ตรงนั้นนะ อย่าขยับสิ่งของใดๆนะ” ในตอนนี้เป่หมิงโม่ก็พูดขึ้นมา
จากนั้นเขาก็มองไปยังถ้วยชามที่ว่างเปล่าด้านหน้าของกู้ฮอนและเฉิงเฉิง “พวกเราไปด้วยกันเถอะ”
*
ต้นคริสต์มาสสูงใหญ่ ห้อมล้อมด้วยผู้ใหญ่สองคนและเด็กอีกสามคน
“เด็ก ๆ พวกเธอรู้ไหมว่าวันคริสต์มาสหมายถึงอะไร” กู้ฮอนนั่งลงข้างเป่หมิงโม่ ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม
จิ่วจิ่วส่ายหน้า เธอยังเด็กเกินไปที่จะคิดอะไรออก
สำหรับหยางหยาง เขากลอกตาไปยังเพดาน จากนั้นก็ดีดนิ้วเสียงดัง “ผมรู้!”
***
กู้ฮอนส่งสายตามองไปยังหยางหยาง เผยให้เห็นสีหน้าของความสงสัยอย่างชัดเจน
แม้ว่าจะปฏิเสธไม่ได้ ว่าเขาเติบโตมาในประเทศสหรัฐอเมริกา แน่นอนว่าต้องผ่านวันคริสต์มาสมาไม่น้อย แต่สำหรับสิ่งนี้ ‘เทศกาลของต่างประเทศ’ กู้ฮอนก็ไม่มีอารมณ์จะไปในตอนนั้น
แน่นอน ยังมีอีกหนึ่งสาเหตุ ในเวลานั้น อารมณ์ของเธอไม่ค่อยดี เมื่อใดก็ตามที่เธอได้เห็นหยางหยางเธอก็จะคิดถึงเรื่องอื่น
แม้จะรู้ว่าเด็กคนนั้นถูกพวกคนมีเงินมาพาไป แต่ก็ยังคงเป็นกังวลว่าเขาจะเป็นอยู่ดีหรือเปล่า จะถูกรังแกบ้างไหม
นี่คือสัญชาตญาณโดยกำเนิดของผู้เป็นแม่ แม้ว่าจะได้พบกับเด็กคนนั้นอย่างเร่งรีบ แต่พบกันครั้งนี้ก็ช่วยให้พวกเขาติดต่อกันแน่นแฟ้นขึ้น
ทุกครั้งที่ฉลองวันคริสต์มาส ก็จะหมายถึงผ่านไปอีกปีหนึ่งแล้ว หยางหยางก็โตขึ้นอีกปี เด็กคนนั้นก็โตขึ้นอีกปีเหมือนกัน
เมื่อมองรูปร่างลักษณะของหยางหยางแล้วก็เหมือนกับเด็กคนนั้นที่อยู่ข้างกายเขา หลายครั้งที่จะแทนที่ซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีคนใดคนหนึ่งหายไป
แต่สำหรับสิ่งเหล่านี้ ในฐานะของหยางหยางก็ไม่สามารถรู้ได้อย่างแน่นอน เขาในเวลานั้น แม้ว่าไม่ค่อยจะรู้ว่าเทศกาลคริสต์มาสคืออะไร แต่ก็รู้ในทุก ๆวัน ล้วนแต่กลายเป็นมีชีวิตชีวา
ความประทับใจแบบนี้อยู่จนกระทั่งกลับประเทศ หลังจากได้ผ่านเทศกาลตรุษจีนครั้งแรก จึงรู้สึกได้อย่างลึกซึ้งว่าเทศกาลของชาวต่างชาติไม่มีอะไรมากไปกว่านี้
สำหรับหยางหยางที่ชื่นชอบความครึกครื้น เทศกาลตรุษจีนดูจะเหมาะกับเขามากกว่า
ไม่เพียงแค่นั้น สองเทศกาลนี้ยังมีลักษณะร่วมกัน
ในขณะนี้ หยางหยางก็พูดโพล่งเสียงดังขึ้นมา “ความหมายของเทศกาลคริสต์มาสก็คือการได้รับของขวัญ”
กู้ฮอนย่นหน้าผาก ที่แท้ก็เป็นแบบนี้ คำพูดที่เด็กน้อยคนนี้พูดออกมาไม่ได้มีอะไรจริงจัง เธอแอบโกรธอยู่ภายใน “แล้วเทศกาลตรุษจีนล่ะคืออะไร”
หยางหยางกล่าวอย่างมั่นใจ “ยังต้องถามอีกหรือ ก็ต้องเป็นการรับเงินสิ”
ประโยคนี้ทำให้เป่หมิงโม่เกือบจะหัวเราะออกมา
แต่เขาก็ยังสามารถควบคุมตัวเองได้เป็นอย่างดี สำหรับเด็กคนหนึ่งแล้ว คำตอบแบบนี้ไม่ใช่คำตอบที่จริงจังอะไร
คงพ่ายแพ้หยางหยางอย่างสิ้นเชิงแล้วจริง ๆ อีกอย่าง การพ่ายแพ้ของหยางหยาง ก็ทำไมไม่ยืนยันความพ่ายแพ้ของตนเอง
แม้ว่าจะรักและเอาใจใส่เด็ก ๆเหมือนกัน แต่ก็ไม่อาจบอกได้ว่าแบบนี้ดีสำหรับเขา ความรักและเอาใจใส่ที่แท้จริงคือการให้เข้าเข้าใจและรู้ให้มากเข้าไว้ และเรียนรู้ความเป็นมนุษย์
สำหรับสิ่งเหล่านี้ กู้ฮอนทำไม่ได้เลยจริง ๆถึงกับทำได้ไม่ดี
จิ่วจิ่วมองดูแม่ที่มีท่าทางแข็งทื่อ เธอไม่รู้ว่าตอนนี้หม่ามี๊กำลังคิดอะไรอยู่
ไม่ว่าเป็นเทศกาลคริสต์มาสมาสหรือเทศกาลตรุษจีน สำหรับจิ่วจิ่วที่มีอายุน้อยที่สุดในบ้านนี้ เธอยังคงไม่มีแนวความคิดใด ๆ
ในที่สุด กู้ฮอนก็ละทิ้งความคิด และมองไปยังเฉิงเฉิง “ลูก นายลองพูดบ้างสิ”
คำตอบของหยางหยางเมื่อกี้นี้ หลังจากเฉิงเฉิงได้ยินก็ค่อนข้างประหลาดใจ เขารู้สึกว่าปกติแล้วไม่ว่าหยางหยางจะพูดจาอะไรที่ไม่มีแหล่งที่มา อย่างน้อยกับคำถามแบบนี้ ก็ควรจะมีสามัญสำนึกสักหน่อย
แต่ความคิดแบบนี้กลับพังอย่างสิ้นเชิง
แน่นอน สำหรับเด็กคนหนึ่งแล้วของขวัญและแต็ะเอีย ก็เป็นของที่ขาดไม่ได้เลยจริงๆสำหรับสองเทศกาลนี้
แม้แต่สำหรับพวกเขา ทั้งสองสิ่งที่แสดงถึงความหมายสูงสุดของเทศกาล
แต่ เฉิงเฉิงก็ไม่อาจทำให้ผู้ใหญ่ผิดหวังได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกู้ฮอนที่ให้ความหวังมาที่เขาเป็นอย่างมาก
***
เฉิงเฉิงยืนตัวตรง ในฐานะที่เป็นลูกคนโตของบ้าน เขามีความรับผิดชอบที่จะต้องปลูกฝังความคิดที่ถูกต้องให้กับน้องชายและน้องสาว
“แม่ ผมคิดว่าไม่ว่าจะเป็นเทศกาลคริสต์มาสของต่างชาติ หรือเทศกาลตรุษจีนของประเทศจีน ก็ล้วนแต่มีความหมายสุดท้าย ตั้งแต่ยังเด็ก ก็คือการที่คนในครอบครัวจะได้อยู่ด้วยกัน ส่งมอบคำอวยพรให้แก่กัน อวยพรให้ทุกคนมีความสุขสุขภาพแข็งแรงในอนาคตที่จะมาถึง แต่เมื่อโตขึ้น นั้นก็คือการที่ผู้คนได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขและมิตรภาพ ได้รู้จักการให้ความสุขกับคนอื่นมากกว่าการรับมา แบ่งปันความสุขซึ่งกันและกัน นั่นคือสิ่งที่ผมเข้าใจโดยคร่าว ๆ”