ตอนที่ 1103
บทที่ 1103 ใกล้ชิดขนาดนี้
October 28, 2026
บทที่ 1103ใกล้ชิดขนาดนี้
และในทันที บนหัวของคนสองคนที่ยังสนุกสนานอยู่เมื่อกี้ก็มีนกกาบินผ่านไป……
“ก้าบ ก้าบ……”
หลังจากที่เสียงเสียงนี้ผ่านไปแล้ว ตัวของหยินปู้ก็เอียงไปข้าง ๆ จนเกือบจะล้มลงไปตามเสียง
แต่ว่าหยินปู้ฝันยังถือว่าพอมีฝีมืออยู่บ้าง ในขณะที่ตัวเองเกือบจะเกิดเรื่องขายหน้าขึ้นแล้วนั้น เขาก็พลิกตัวกลับมาแล้วยืนอย่างมั่นคงได้
“คึก!”
ไม้กวาดตกลงพื้น
หน้าของเขาแดงขึ้น แล้วก้มลงไปเก็บไม้กวาดขึ้นมา แล้วมองสำรวจอย่างละเอียด
คราวนี้แอนนิถือว่าหาเหตุผลได้แล้ว “ดูเรื่องดี ๆ ที่คุณทำซิ ทำทรัพย์สินสำนักงานเสียหายแบบนี้จะต้องชดใช้นะ”
มือของเธอชี้ไปที่ด้ามไม้กวาดที่มีรอยร้าวอย่างเห็นได้ชัดเจน
เห็นได้ชัดว่า นี่เป็นเพราะว่าโดนรูปร่างที่‘ล้ำค่า’ของหยินปู้ฝันทับจนหัก
“ใช้คืน ต้องชดใช้คืนแน่นอนอยู่แล้ว อย่าว่าแค่หนึ่งอันเลย ถึงจะเป็นสิบอันก็จะชดใช้ให้คุณ นี่มันจะถือเป็นอะไร พูดได้เพียงแค่ว่าคุณภาพของไม้กวาดอันนี้มันไม่ผ่านต่างหาก แค่น้ำหนักคนคนเดียวก็ยังรับไม่ไหวเลย”
หยินปู้ฝันยังคงช่วยตัวเองแก้ไขและรักษาสถานการณ์และอย่างสุดแรง
“ช่างเถอะ คุณว่าจะมีไม้กวาดอันไหนที่สามารถแบกรับน้ำหนักของรูปร่างใหญ่โตของคุณแบบนี้ได้กัน?” แอนนิพูดไป สองมือก็ยังวาดเป็นรูปร่างที่อลังการอีก “โอ้แม้เจ้า นี่ตัวเกือบจะเท่าตือบ้วยก่ายอยู่แล้วนะเนี่ย”
นี่มันอยู่ใกล้ชาดก็จะเปลี่ยนเป็นสีแดง อยู่ใกล้หมึกก็จะเปลี่ยนเป็นสีดำชัด ๆ เลย แอนนิที่ดูแล้วดูเป็นผู้หญิงที่ดูอ่อนหวานอ่อนโยนตั้งแต่แรก
แต่ทำไมพอมาอยู่กับกู้ฮอนและลั่วเฉียวนาน ๆ เข้าให้ ทำไมถึงได้เปลี่ยนเป็นคนพูดเก่งขนาดนี้ไปได้
การเผชิญหน้ากับคำเปรียบเทียบของแอนนิแบบนี้ แน่นอนว่าหยินปู้ฝันจะต้องไม่มีทางยอมแพ้ไปง่าย ๆ “อย่างผมนี่ถือว่าเป็นร่างก่อนของตือบ้วยก่ายเทียนฟังหงวนโส่ยต่างหาก คุณนี่นะ ไม่รู้จักชื่นชมเลยสักนิด”
พูดแล้วเขาก็เอาไม้กวาดที่เสียแล้วอันนั้นเอาไปวางไว้ข้างประตูข้างหลังตัวเขา แล้วก็กลับมานั่งที่ที่เดิมของตัวเองนั่งเมื่อกี้ “คุณกาว เสิร์ฟอาหารได้แล้ว”
“ฉันแซ่กาวที่ไหน” แอนนิวางจานอาหารลงตรงหน้าหยินปู้ฝัน แล้วก็มองเขาตาขาวทีหนึ่ง
หยินปู้ฝันพูดท่าทางจริงจัง “เมื่อกี้คุณว่าผมเป็นตือบ้วยก่ายไม่ใช่เหรอ ถ้าอย่างงั้นคุณก็ต้องเป็นคุณกาวซิ แบบนี้เราสองคนถึงจะได้เป็นคู่กันไง”
คำพูดประโยคนี้พูดจนหน้าของแอนนิแดงไปเลย เธอรู้สึกว่าหน้าของตัวเองกำลังร้อนผ่าว ในใจก็เต้นเร็วตึกตักตึกตักขึ้นมา
หยินปู้ฝันมองท่าทางไม่รู้จะทำตัวยังไงของเธอแล้ว ในใจก็ดีใจจนเหมือนดอกไม้ผลิบานเลย
“กินข้าวของคุณไปเถอะ” สุดท้ายแอนนิทิ้งคำพูดไว้ประโยคหนึ่ง แล้วก็หมุนตัวรีบเดินจากไปทันที
พอผ่านไปไม่นาน หยินปู้ฝันที่เป็นราวกับพายุยักษ์ที่พัดพาเมฆไปก็กวาดกับข้าวสองอย่างน้ำซุปอีกหนึ่งไปอย่างเรียบร้อยสะอาดสะอ้าน
“เถ้าแก่เนี้ย……”
เขาถือจานอาหารเข้าไปในครัว เขาเห็นแอนนิกำลังก้มหน้าก้มตาอยู่หน้าเตาแก๊ส ในมือถือผ้าขี้ริ้วไว้ฝืนหนึ่งเหมือนกำลังเช็ดทำความสะอาดแต่ว่าก็ดูเหมือนกำลังใจลอยอยู่
เหมือนกับว่าเธอจะไม่ได้ยินคำพูดที่ตัวเองเพิ่งพูดไปเมื่อกี้เลย
และแล้ว ใบหน้าของเขาก็มียิ้มชั่วร้าย ๆ โผล่ขึ้นมา
ตอนที่หยินปู้ฝันเดินเข้าไปถึงหลังครัวนั้น แอนนิกำลังเช็ดเตาแก๊สรอบแล้วรอบเล่าอย่างใจลอยอยู่
ดูไปแล้วเธอมีท่าทางเหมือนกำลังใจลอยอยู่
น่าจะเป็นเพราะว่าเมื่อกี้โดนตัวเองทำให้ตกใจไป
เขามีใบหน้าที่แฝงรอยยิ้มชั่วร้าย แล้วเดินไปข้างหลังเธออย่างเงียบ ๆ
จากนั้นก็อ้าแขนออกไปแล้วกอดเธอไว้กับอ้อมอกอย่างแน่นหนา
“อ้า……”
แอนนิที่ไม่ทันได้ตั้งตัวจริง ๆ ก็ร้องกรี๊ดออกมา
ผ้าขี้ริ้วในมือก็ถูกเผลอคลายออก
เธอรู้สึกว่าร่างกายตัวเองเริ่มเปลี่ยนเป็นแข็งทื่อขึ้นเล็กน้อย
ไม่มีผู้ชายกอดตัวเองแบบนี้มานานแล้ว
เหมือนอย่างกับว่าเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นเมื่อชาติแล้ว
ถึงแม้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาตอนนี้จะตกลงคบหาดูใจเป็นแฟนกันแล้ว แต่ก็ยังดำเนินมาได้แค่ถึงขั้นจับมือกันเป็นบางครั้งเท่านั้น
กลับไม่มีความก้าวหน้าอย่างอื่นเลย
เปลี่ยนเป็นพูดอีกอย่างคือ น่าจะพูดว่าแอนนิไม่กล้าคาดหวัง หรืออาจจะเป็นเพราะว่าแค่ไม่กล้า
หลังจากที่เคยได้รับบทเรียนมาอย่างหนักแล้ว สิ่งที่เธอเรียนรู้มาก็มีแต่ปกป้องตัวเองตามสัญชาตญาณเท่านั้น และถึงแม้จะมาเจอกับผู้ชายที่ดีอย่างหยินปู้ฝันแบบนี้เข้าก็ตาม
เขานั้นเป็นคนดีกว่าผู้ชายจิตใจชั่วช้าคนก่อนหน้านั้นไม่รู้ตั้งกี่เท่า
“คุณเป็นอะไรไป?”
เสียงของหยินปู้ฝันดังขึ้นข้าง ๆ หูของเธอ
ทั้งสองคนใกล้ชิดกันขนาดนี้ เขาสามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า ร่างกายเล็ก ๆ ของเธอที่อยู่ในอ้อมกอดของเขานั้น กำลังสั่นขึ้นน้อย ๆ
ในที่สุด เขาก็คลายมือออก
ที่ทำให้แอนนิที่กำลังตื่นเต้นอยู่ค่อย ๆ หายใจโล่งขึ้นมาหน่อย
“เมื่อกี้ผมทำคุณตกใจแล้วใช่ไหม?” หยินปู้ฝันหมุนตัวเธอกลับมาให้หันหน้าเข้าหาตัวเอง และมองเธอด้วยท่าทีเคร่งขรึมเล็กน้อย ตัวเขาเองกลัวว่าจะไปทำร้ายเธอเข้า
แอนนิก้มหน้าลง แล้วส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่ใช่ค่ะ ฉันเพียงแต่……”
เธอไม่ได้พูดอะไรต่อไปอีก
แต่ว่าคำพูดต่อไปนั้น หยินปู้ฝันพอเดาได้บ้างแล้ว
“ขอโทษนะ” เขาดูท่าทางเสียใจที่ทำลงไป มือที่จับมือเธอไว้ก็คลายออก
จากนั้นเขาก็หมุนตัว และกะว่าจะจากไปทั้งอย่างนี้
“คุณรอก่อน……”
หลังจากที่เขาเพิ่งเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าวนั้น มือข้างหนึ่งก็ถูกแอนนิคว้าเอาไว้แน่น
“ฉันน่าจะเป็นคนพูดว่าขอโทษถึงจะถูก ช่วงเวลาที่ผ่านมา สิ่งดี ๆ ที่คุณทำให้ฉันมันตราตรึงอยู่ในหัวใจ เพียงแต่ว่าตัวฉันเองยังเดินออกมาจากความทรงจำแย่ ๆ ก่อนหน้านั้นเองไม่ได้ต่างหาก เพราะฉะนั้น……”
พอฟังมาถึงตรงนี้ ก็ทำให้หยินปู้ฝันรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาจริง ๆ
เขากลัวว่าแอนนิจะพูดว่า “หรือว่าเราจะเลิกกันเถอะ” คำพูดแบบนี้ออกมา
ที่จริงเขาไม่ใช่คนแบบที่หยิบไม่ได้วางไม่ลงแบบนั้น เพียงแต่ผู้หญิงแบบแอนนินี้ เขาวางไม่ลงจากใจจริงเลย
หรือเปลี่ยนมาพูดอีกอย่างก็คือ น่าจะเพราะว่ารักที่มีต่อเธอนั้นค่อนข้างลึกซึ้ง ลึกจนมันมากเกินความรู้สึกทั้งหมดที่เคยมีให้กับกู้ฮอนแบบนั้นไปแล้ว