ตอนที่ 1102
บทที่ 1102 ค่ำคืนที่แสนทารุณ
October 28, 2026
บทที่ 1102 ค่ำคืนที่แสนทารุณ
ที่สำนักงานกฎหมายปู้ฝัน
หยินปู้ฝันกำลังนั่งอยู่ในโต๊ะทำงานของตัวเอง และกำลังหมุนปากกาในมือเล่นอย่างเบื่อหน่าย
ระหว่างเขากับแอนนินั้นถือว่าลงตัวกันแล้ว และพูดตามหลักแล้วเขาไม่น่าจะไม่โดนเรื่องอะไรมารบกวนอีก และที่สำคัญแอนนิก็สนับสนุนหน้าที่การงานของเขาเป็นอย่างมากด้วย
แต่เขาก็มักจะรู้สึกว่าในใจเหมือนกับขาดอะไรบางอย่างไป
อาจจะเพราะว่าช่วงนี้ไม่มีข่าวคราวของลูกชายและลูกสาวบุญธรรมเลยละมั้ง
คนที่เป็นพ่อบุญธรรมอย่างเขาก็เลยจิตใจโหวงเหวงไปบ้าง
ก่อนที่จะไปประเทศอังกฤษ พวกเด็ก ๆ ก็ได้มากล่าวล่ำลากับตัวเองแล้ว แต่ว่าพอเวลานานไปมันก็ต้องคิดถึงกันบ้าง
หรือว่าบางทีอาจจะต้องโทรหาสักหน่อยแล้ว
พูดว่าจะโทรแล้วก็โทรเลย
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดโทรออกไปที่เบอร์ของเด็ก ๆ
เหมือนกับว่าเขาจะลืมเรื่องสำคัญไป : นั่นก็คือเรื่องความต่างของเวลา
ตอนนี้ที่ประเทศอังกฤษเป็นเวลาช่วงกลางคืนแล้ว
“ตุ๊ด ตุ๊ด……”
หลังจากที่เสียงรอสายผ่านไปหลายครั้งแล้ว ก็เหมือนกับว่าจะทำให้เขารู้ตัวถึงปัญหาที่สำคัญนี้แล้ว
แต่ว่า ในตอนที่เขากำลังจะกดวางสายลงนั้น ปลายสายอีกฝั่งกลับกดรับขึ้นซะแล้ว
“พ่อปู้ฝัน……” ข้างในมีเสียงเนือย ๆ ของหยางหยางลอยมา
ฟังแล้วเหมือนกับว่าโดนฝืนปลุกตื่นในขณะที่กำลังหลับฝันสบาย ๆ อยู่
“นี่มันเพิ่งจะกี่โมงเอง มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ? หรือคุณน้าแอนนิไม่เอาคุณแล้วใช่ไหมครับ……”
ก้าบ ก้าบ……
ในชั่วพริบตา บนหัวของหยินปู้ฝันก็มีนกกาตัวหนึ่งบินผ่านไป
ใจที่ตอนแรกยังตื่นเต้นน้อย ๆ ของเขา ก็ราวกับมีก้อนหินก้อนหนึ่งมาถ่วงให้ตกลงไปสู่ก้นหนองน้ำลึก ๆ
“เจ้าเด็กตัวเหม็นอย่างนายนี่พูดคำพูดที่มันเป็นมงคลหน่อยไม่ได้เลยเหรอ ใครบอกว่าเขาไม่เอาฉันแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างเรายังดีกันอยู่นะ”เขารีบสวนกลับทันควัน
แต่ว่าพอพูดจบแล้ว บนใบหน้าก็รอยยิ้มเยาะตัวเองโผล่ออกมา
ตัวโตขนาดนี้แล้ว ทำไมยังต้องมาจริงจังอะไรกับเด็กด้วย
ในเมื่อปลุกเจ้าเด็กนี่ตื่นแล้ว ก็ถือว่าเขาซวยไปละกัน เมื่อกี้ที่พูดคำอัปมงคลพวกนั้นมา ก็ไม่อาจจะปล่อยเขาผ่านไปได้ง่าย ๆ จะให้เขานอนหลับสบายได้ยังไงกัน
ในใจของหยินปู้ฝันก็มีความคิดแผลง ๆ เกิดขึ้นมา
“นี่ ช่วงหลายวันมานี้ พวกนายคงเล่นกันสนุกสนานมากเลยใช่ไหม แม้แต่โทรศัพท์สักสายก็ไม่โทรหาฉัน พูดความจริงมานะ พวกนายมีพ่อแท้ ๆ แล้ว ก็ไม่มีที่สำหรับพ่อบุญธรรมอย่างฉันแล้วใช่ไหม?”
เขาแสร้งทำเป็นโมโห
หยางหยางนั้นก่อนเที่ยงคืนก็รอพ่อแม่กลับบ้าน พอมาถึงหลังเที่ยงคืนแล้วกว่าจะนอนหลับลงได้ แต่ว่ายังไม่ได้นอนสบายนานสักเท่าไหร่ก็โดนเสียงโทรศัพท์ปลุกตื่นขึ้นอีก
ยังดีที่เฉิงเฉิงกับจิ่วจิ่วเหมือนจะยังนอนหลับกันอยู่
เพื่อไม่ให้กระทบการพักผ่อนของพวกเขา หยางหยางก็เลยเอนร่างกายเล็ก ๆ ของเขาเข้าไปรับโทรศัพท์อยู่ในผ้าห่ม
ตรงจุดจุดนี้ ถือได้ว่าเขาได้ทำเรื่องที่เชื่อถือได้สักเรื่องหนึ่งแล้ว
แต่ว่าทางด้านสติก็ยังมีความสะลึมสะลืออยู่บ้าง
เขาเอาโทรศัพท์แนบชิดกับข้างหู “พ่อปู้ฝัน พวกเราไม่ได้ลืมคุณนะ คุณจะมีชีวิตอยู่ในใจของพวกเราเสมอ แล้วคุณไม่รู้เรื่องความต่างของเวลาเลยเหรอ ที่พวกเราไม่โทรศัพท์หาคุณก็เพราะว่าหวังดีต่อคุณทั้งนั้น”
“ถุย ถุย……ปากนายนี่เสียจริง ๆ เลย อะไรคือ : จะมีชีวิตอยู่ในใจพวกนายเสมอ ฉันยังไม่ตายสักหน่อย แต่ช่างเถอะ ที่ไม่โทรศัพท์มานั้นถือว่าพวกเธอมีใจกตัญญูต่อฉัน ถ้าอย่างนั้น ก็ต้องส่งข้อความมาบ้างซิ แล้วก็ลวดส่งรูปถ่ายมาให้ฉันดูสักไม่กี่ใบก็ยังดี”
ใต้ผ้าห่มนี้มันช่างร้อนจริง ๆ และอย่างรวดเร็วบนหน้าผากของหยางหยางก็มีเหงื่อซึมออกมาแล้ว เขาอ้าปากหาวใหญ่ ๆ ครั้งหนึ่ง
แต่ว่าในเวลานี้ ในใต้ผ้าห่มกลับมีเสียงอื่นดังขึ้นมา
“บู๊ด……”
ในที่ที่มืดมิดทั้งสี่ด้าน ที่ที่เป็นเตียงใหญ่ของเด็กทั้งสามตั้งแต่แรก แต่กลับมีหัวของเด็ก ๆ โผล่ออกมาแค่สองคนเท่านั้น
ยังมีอีกคนหนึ่งไปไหนแล้วล่ะ?
แน่นอนว่ายังคงอยู่บนเตียงใหญ่ เพียงแต่ว่ากลายเป็นก้อนเนื้อเล็ก ๆ ขดตัวอยู่ในผ้าห่มเท่านั้น
หยางหยางกำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับหยินปู้ฝัน และแน่นอนว่านี่ไม่ใช่ความตั้งใจของเขาตั้งแต่แรก
เขานั้นโดนปลุกให้ฝืนตื่นขึ้นมาต่างหาก
เพียงแต่ว่าระหว่างที่คุยโทรศัพท์กันนั้น ภายใต้ผ้าห่มกลับมีเสียงอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นมา เสียงเบามาก แต่ว่าก็เพียงพอให้ที่ที่เล็ก ๆ และแคบนั้นสั่นสะเทือนได้
“บู๊ด……”
ผ้าห่มที่นูนขึ้นมาค่อย ๆ ขยับ จากนั้นก็เคลื่อนที่ไปตรงขอบข้างบนอย่างรวดเร็ว
ในที่สุดหัวเล็ก ๆ ของหยางหยางก็โผล่ออกมา
สีหน้าของเขาดูไปแล้วไม่ค่อยดีเท่าไหร่ และยังเริ่มหายใจอย่างแรงขึ้นอีกด้วย มือข้างหนึ่งบีบจมูกเอาไว้
เขาอยากจะทำให้เจ้าคนที่ตดนี้ตื่นขึ้นมาจริง ๆ แต่ทำยังไงได้คนคนนั้นเป็นน้องสาวของเขานี่
คนที่เป็นพี่ชายจะทำใจลงมือกับน้องลงได้ยังไง
แต่ว่าถ้าหากเปลี่ยนเป็นเฉิงเฉิงแล้วละก็ หยางหยางคงจะไม่พูดอะไรมากและถีบเขาทีหนึ่งแน่นอน
“นี่……” ที่ปลายสายอีกฝั่งยังมีเสียงของหยินปู้ฝันดังมา
ที่โทรศัพท์อีกฝั่งของเขานั้นกลับไม่ได้ยินเสียงอะไร เพียงแต่รู้สึกว่าไม่มีเสียงของหยางหยางตอบกลับแล้ว
“อยู่ครับ อยู่ครับ” พอหยางหยางผ่อนลมหายใจได้หน่อยแล้ว “เอาล่ะ พ่อปู้ฝันผมจะเข้านอนแล้ว จะไม่เสียเวลาคุยกับคุณแล้วนะ ถ้าหากคุณอยากจะเจอพวกเราแล้วละก็ ก็มาหาพวกเราละกัน แค่โทรศัพท์มาดูไม่มีความจริงใจเลยสักนิด”
พอพูดจบก็กดวางสายโทรศัพท์ไปเลย
“เจ้าเด็กตัวเหม็นนี่……”
หยินปู้ฝันจ้องมองโทรศัพท์แล้วมุมปากก็เผยยิ้มออกมาน้อย ๆ และส่ายหัวเบา ๆ ไปด้วย
*
รุ่งเช้า ผู้ชายอังกฤษได้ส่งอาหารเช้าของพวกเขามาให้แล้ว ซึ่งวางเต็มไปหมดทั้งโต๊ะเลย
ถึงแม้ช่วงหลายวันมานี้จะเป็นเช่นนี้ แต่อาหารกลับหลากหลายแปลกใหม่ทุกวัน แบบนี้ถึงจะสามารถรักษาความสดใหม่และความรู้สึกสุขใจได้ทุกวัน