ตอนที่ 1105
บทที่ 1105 คำสั่งเร่งแต่งงาน
October 28, 2026
บทที่ 1105 คำสั่งเร่งแต่งงาน
ตอนแรกที่ หยินปู้ฝันและแอนนิอยู่ห้องเดียวกัน โดยเฉพาะแอนนิที่ยังดูค่อนข้างระวังตัวนั้น
หยินปู้ฝันก็โดนทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าแขนขาไม่มีที่ไว้ยังไงอย่างงั้น
แต่ว่าในที่สุดไวน์แดงที่เป่หมิงโม่มอบให้พวกเขาก็ได้สัมฤทธิผลที่สำคัญที่สุดขึ้นมา
หลังจากที่สองสามแก้วลงกระเพาะไปเท่านั้น คนที่บรรลุนิติภาวะแล้วทั้งสองคนก็เริ่มวางขวากหนามเล็ก ๆ ที่อยู่ในใจลง
มีพูดคุยมีหัวเราะกันอย่างไม่รู้ว่าสนุกสนานตั้งเท่าไหร่
และนี่ก็เป็นครั้งที่พวกเขาพูดคุยกันเยอะที่สุดครั้งหนึ่งหลังจากที่พวกเขายืนยันความสัมพันธ์กันแล้ว
ผ่อนคลาย และ หลอมรวม……
เมื่อก่อนดูไปแล้วก็เดินหน้าไปอย่างคงเส้นคงวา
จนในที่สุดพอมาถึงตอนสุดท้าย ยืมฤทธิ์จากแอลกอฮอล์มาใช้ เธอหยอกหน่อยหนึ่งฉันหยอกหน่อยหนึ่ง ในที่สุดพวกเขาก็เดินมาถึงที่เดียวกัน……
ไม่ต้องพูด พอวันที่สองเห็นท่าทางกระปรี้กระเปร่านั้นของหยินปู้ฝัน รวมทั้งท่าทางของแอนนิที่ดูเขินอายแบบนั้น ก็สามารถเดาได้แล้วว่าเมื่อคืนจะต้องเกิดเรื่องที่ทำให้คนทั้งโลกก็ต้องรู้ขึ้นมาแล้วอย่างแน่นอน
กู้ฮอนใบหน้ายิ้มแย้มแล้วมองไปที่พวกเขา “ในที่สุดก็อดใจไม่ไหวแล้วใช่ไหมล่ะ?”
แอนนิส่งสายตาพิฆาตไปให้เธอทีหนึ่ง “ฮอน เธอยังจะเอาฉันไปล้อเล่นอีก……” พูดแล้ว ก็เหมือนอย่างกับลูกสะใภ้ใหม่ที่ต้องเจอกับแม่สามีที่เอาแต่ก้มหน้าลง
แต่ว่าหยินปู้ฝันนั้นกลับดูเป็นปกติมากกว่าเยอะ
เป่หมิงโม่ทุบลงที่ไหล่ของเขาทีหนึ่ง “คิดไม่ถึงว่าเจ้าเด็กอย่างนายก็รู้จักฉวยโอกาสเป็นด้วย แต่ว่าก็ค่อนข้างรู้จักคว้าโอกาสเป็นจริง ๆ ทีนี้นายก็ถือว่าได้ทั้งคนได้ทั้งทรัพย์สินแล้วด้วย กลับไปก็ต้องเป็นทนายดี ๆ ไปด้วย แล้วก็ต้องไปเป็นเถ้าแก่ร้านอาหารไปด้วยแล้ว”
สำหรับสิ่งที่ผู้ใหญ่คุยกัน เด็ก ๆ ทั้งสามคนนั้นเหมือนจะเข้าใจและไม่เข้าใจ แต่ว่าพวกเขาก็เหมือนว่าพอจะเข้าใจอยู่บ้าง
หยินปู้ฝันกับแอนนิมีข่าวดีแล้ว แน่นอนก็จำเป็นจะต้องบอกกับผู้ใหญ่เป็นอันดับแรกเลย
คนที่อยู่ลอนดอนอย่างหวีหรูเจี๋ยก็ต้องรู้สึกดีใจไปกับพวกเขาด้วยอยู่แล้ว
*
“ผมเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ผมเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว……”
ตอนประตูใหญ่ของห้องชุดโรงแรมโรงแรมซีหมิ่นเฉียวเปิดออกนั้น ก็ได้ยินเสียงหยางหยางบ่นมาเป็นชุดเลย
ที่ตามมาจากนั้นก็คือใบหน้าเล็ก ๆ ที่มีแววเหน็ดเหนื่อยของเขา
นี่กลับทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองรู้สึกแปลกใจขึ้นมา
เมื่อวานพอได้รับข่าวว่าพวกเธอจะกลับมาแล้ว ตอนแรกคิดว่าพอเปิดประตูออกมาก็คงจะเจอท่าทางดีอกดีใจของพวกเขา โดยเฉพาะพวกเด็ก ๆ
“หยางหยางหลานรัก หนูเป็นอะไรไปลูก?” หวีหรูเจี๋ยเป็นหว่งเป็นใยหลาน ถึงแม้เป่หมิงโม่และกู้ฮอนจะอยู่ข้างกายพวกเขาตลอดเวลา แต่ว่าในสายตาของเธอ
พ่อแม่ของเด็ก ๆ เองก็ยังเป็นเด็กอยู่
และแน่นอน นี่ก็เป็นความในใจของผู้ใหญ่ทุกคน
จากนั้นเธอก็เห็นเด็ก ๆ อีกสองคนที่เหลือ เฉิงเฉิงและจิ่วจิ่วก็มีสภาพที่ถือว่าไม่ได้ดีมากเท่าไหร่
“นี่พวกเขาเป็นอะไรกัน?” หวีหรูเจี๋ยมองไปที่ลูกชายแล้วถามขึ้น
กู้ฮอนมองหวีหรูเจี๋ยและยิ้มอ่อน ๆ ขึ้น “คุณป้าหรูเจี่ย ไม่ต้องสนใจพวกเขาหรอก เมื่อวานตอนที่อยู่ที่ประเทศเยอรมนีก็งอแงแบบนี้ไปรอบหนึ่งแล้ว อย่ามองว่าเขาทำท่าทางแบบนี้ แต่จริง ๆ แล้วไปที่ไหนเขาก็ไม่ได้เล่นน้อย ๆ เลย เด็ก ๆ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พักผ่อนสักชั่วโมงก็ดีขึ้นแล้ว”
พอฟังคำพูดของกู้ฮอนแล้ว หวีหรูเจี๋ยกับโม้จิ่งเฉิงถึงได้พอวางใจลงได้บ้าง
แต่ว่าไม่ว่ายังไงก็ยังต้องบ่นบ้าง “พวกเธอนะ ไม่รู้จริง ๆ ว่าเป็นพ่อเป็นแม่ยังไงกัน เด็ก ๆ เล่นขึ้นมาไม่รู้จักพอ พวกเธอก็ไม่รู้จักบอกให้พวกเขาออมแรงไว้บ้าง รู้จักแต่คอยควักเงินออกไปให้พวกเขาเล่นกันอย่างสุดเหวี่ยง ดูท่าทางแบบนี้ของพวกเขาแล้ว ยังดีนะที่ฉันกับพ่อบุญธรรมของเธอไม่ได้ตามไปด้วย ไม่งั้นใครจะไปรู้ว่าอาจจะเอาชีวิตแก่ ๆ ของพวกเราไปทิ้งด้วยก็ได้”
“แม่ครับ ทำไมพูดคำพูดไม่เป็นมงคลแบบนี้ล่ะ” เป่หมิงโม่เริ่มไม่ชอบฟังขึ้นมาแล้ว
สำหรับเขาแล้ว ความรักระหว่างญาติพี่น้องที่เขากว่าจะเก็บมาได้อย่างยากลำบาก หลังจากที่เสียบิดาไปแล้ว เขาก็ไม่อาจจะเสียมารดาไปได้อีก
สำหรับภรรยาและลูกที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ถึงแม้แค่เอื้อมมือไปก็สามารถคว้าได้แล้ว แต่ว่าแรงต้านทานระหว่างนี้ก็ยังมีอยู่นะ
หลังจากที่ตำหนิลูกชายตัวเองและหลานชายไปแล้วชุดหนึ่ง หวีหรูเจี๋ยก็ยิ้มแปลก ๆ แล้วมองไปที่หยินปู้ฝันและแอนนิทั้งสองคน
โดยเฉพาะเธอยื่นมือไปดึงแอนนิมาสำรวจดูตั้งแต่หัวจรดเท้าจนพอใจ
ท่าทางแบบนี้ราวกับแม่สามีมองลูกสะใภ้ก็ไม่ปาน นี่ทำให้แอนนิที่เขินอายตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ก็ยิ่งดูหน้าแดงขึ้นไปอีก
“คุณป้า คุณป้าจะทำอะไรเหรอครับ?” หยินปู้ฝันนั้นไม่เหมือนเป่หมิงโม่ ที่วัน ๆ เอาแต่รักษาภาพพจน์เหมือนผู้สูงส่งอยู่อย่างนั้น
เขากลับดูเป็นตัวของตัวเองและดูผ่อนคลาย
และแน่นอน เขาก็ชัดเจนดีว่าอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่นั้น ทางที่ดีที่สุดคือต้องแกล้งทำตัวน่ารัก
และก็เป็นเช่นนี้จริง ๆ ไม้นี้จะใช้สักกี่ครั้งก็ไม่มีพลาด
หวีหรูเจี๋ยเห็นหลานชายคนนี้ของตัวเอง เป็นเสมือนลูกแท้ ๆ ของตัวเองคนหนึ่งด้วย
และแน่นอนว่า คุยกับเขาก็จะคุยสบาย ๆ กว่าคุยกับเป่หมิงโม่อยู่สักหน่อย “พวกเธอจะจัดงานกันเมื่อไหร่จ้ะ?”
มาไม่ให้สุ้มให้เสียงแบบนี้ประโยคหนึ่ง มันทำให้หนักหน่วงจริง ๆ
“คุณป้า คุณป้าก็ใจร้อนเกินไปแล้วมั้งครับ พวกเรายังกะว่าจะรอให้หน้าที่การงาน…..”
หวีหรูเจี๋ยไม่รอให้เขาพูดจบ ก็มองเขาตาขาวทีหนึ่ง “หน้าที่การงานนี้จะให้เติบโตไปถึงไหนถึงจะพอล่ะ ไม่ว่าจะพูดยังไงพวกเธอก็อายุไม่ใช่น้อย ๆ แล้ว โดยเฉพาะแอนนิ เขาเป็นสาวเป็นแซ่ จะให้มารอต่อไปกับเธอไม่ไหวหรอกนะ ช่วงที่มีค่าที่สุดสำหรับผู้หญิงก็มีเวลาอยู่แค่ไม่กี่ปีนี้แหละ ในช่วงที่พวกเธอร่างกายทุก ๆ ด้านยังแข็งแรงดีอยู่ ยังไม่รีบมีลูกชายลูกสาวสักคนไว้ แล้วก็จะได้ให้แม่เธอมีความสุขด้วย”
“คุณป้าหรูเจี่ยคะ คุณป้าดูซิ คุณป้าพูดจนทำให้แอนนิอายจนอยากจะหารูมุดหลบเข้าไปอยู่แล้ว เหอ เหอ” กู้ฮอนรู้ว่าเธอหน้าบาง ทนกับการโดนพูดแบบนี้ไม่ไหวหรอก
และแล้วตัวเองก็ควรจะเปิดปากช่วยเธอพูดแก้ไขสถานการณ์แล้ว “วันนี้แอนนิก็มานอนห้องเดียวกับฉันเลยดีกว่า”