ตอนที่ 1106
บทที่ 1106 พูดความในใจออกมา
October 28, 2026
บทที่ 1106 พูดความในใจออกมา
นี่ทำให้หยินปู้ฝันตกใจจนสะดุ้ง หดคอกลับมาทันที จากนั้นก็ยื่นมือไปเกาหลังหัวตัวเองไม่หยุดอย่างทำตัวไม่ถูก “ คุณลุงละก็ ดูคุณพูดเข้าซิ ทำอย่างกับผมเป็นเฉินชื่อเหม่ย์ยังไงอย่างงั้น คุณวางใจเถอะ สถานะนี้ผมจะต้องให้เธออย่างแน่นอนครับ ‘ไทเฮา’ที่บ้านผมนั้นใจร้อนกับเรื่องนี้ยิ่งกว่าท่านทั้งสองอีก เพียงแต่ว่า ถ้าจะพูดถึงเรื่องสถานะแล้ว ผมรู้สึกว่าที่นี่ยังมีอีกคนหนึ่งที่ยิ่งต้องแสดงออกมากกว่า เอาเปรียบเขาแล้วไม่ว่า ยังถึงขั้นให้คนเขาคลอดลูกให้ตัวเองไปสามคนแล้ว……”
ไม้นี้ของหยินปู้ฝันถือได้ว่าโหดพอจริง ๆ อยู่ ๆ ก็มาใช้วิธี‘กลยุทธ์ล้อมเว่ยช่วยจ้าว’
เรื่องที่เขาพูดนั้นมีเหตุผล และแน่นอนก็สามารถหันเหความสนใจของผู้อาวุโสทั้งสองไปที่ตัวเป่หมิงโม่ได้สำเร็จ
“หืม......” เป่หมิงโม่ถลึงตามองหยินปู้ฝัน และพ่นลมแรง ๆ ออกจากจมูกยาว ๆ ทีหนึ่ง
เขาแสดงความไม่พอใจเป็นอย่างมากกับลูกพี่ลูกน้องคนนี้ที่ ‘กะล่อน’เป็นอย่างมาก
นี้แทงข้างหลังตัวเองชัด ๆ เรื่องระหว่างตัวเองกับกู้ฮอน จะจัดการได้ง่ายเหมือนอย่างเรื่องของเขากับแอนนิซะที่ไหน
โดนผู้ปกครอง ‘บังคับให้แต่งงาน’ ดูเป็นเรื่องธรรมดาในสังคมสมัยนี้ ยิ่งเป็นบทเรียนที่จำเป็นจะต้องลงเรียนโดยเฉพาะคนที่ล่องลอยไม่แต่งงานอยู่ข้างนอก
พูดตามหลักแล้ว สำหรับเป่หมิงโม่และหยินปู้ฝัน ถือได้ว่าต่างก็มีตัวเลือกที่เหมาะสมแล้ว ไม่จำเป็นจะต้องมาเผชิญกับปัญหาแบบนี้เลย
แต่ว่าที่ไม่จำเป็นจะต้องเผชิญหน้ากลับมาวางอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว
โดยเฉพาะในเวลาต่อมา เจ้าหยินปู้ฝันนี่เพื่อไม่ให้ตัวเองตกเป็นเป้าหมาย กลับ‘ผลัก’เป่หมิงโม่ออกไปได้อย่างสำเร็จมากจริง ๆ
ถึงแม้ว่าจะช้าหรือเร็วยังไงเขาก็หนีไม่พ้น โดยเฉพาะทั้งสองคนต่างก็โดนเรียกมาอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่แล้ว
แต่ว่าหัวข้อสนทนาอยู่ ๆ ก็โดนผลัดเปลี่ยนแบบนี้ ก็ยังทำให้เป่หมิงโม่รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองและไม่พอใจอยู่บ้างเล็กน้อย
เขานั้นไม่สามารถเป็นเหมือนอย่างหยินปู้ฝันที่พูดไปอย่างหน้าชื่นตาบานได้
โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเรื่องราวแบบนี้ ดูแล้วค่อนข้างเข้มงวดมาก
เขาจะต้องรับผิดชอบต่อตัวเอง และยิ่งต้องรับผิดชอบต่อกู้ฮอนรวมทั้งลูก ๆ ทั้งสามคนอีกด้วย
ทุกคนต่างก็รู้ว่า วิธีที่ดีที่สุดที่จะรับผิดชอบต่อพวกเขาก็คือให้บ้านที่สมบูรณ์แบบกับพวกเขา
ผู้หญิงอย่างกู้ฮอนนี้ ถึงแม้จะพูดไม่ได้ว่าเป่หมิงโม่เข้าใจเธอทุกอย่าง แต่ว่าจากที่ผ่านการคบหากันและกระทบกระทั่งกันมาหลายปีขนาดนี้
นิสัยใจคอของเธอนั้นถือได้ว่าเขาสามารถเอาอยู่หมัดได้ประมาณแปดเก้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว
แต่ว่าสิ่งที่ทำให้เป่หมิงโม่รู้สึกว่าเอาอยู่หมัดได้นั้นคือ :
อย่างที่หนึ่ง แหวงวงนั้นที่เขาเป็นคนตัดสินใจใส่ให้เธอภายใต้สถานการณ์ที่เธอขัดขืนนั้น จนกระทั่งถึงตอนนี้ก็ยังไม่เคยโดนถอดออกมา
อย่างที่สอง วันนั้น หลังจากที่พวกเขาดูละครเพลงจบแล้ว และกลับมาดึกมาก ๆ ในช่วงเวลานั้น พวกเขาก็เหมือนกับว่าโดยรวมแล้วได้ทำความเข้าใจร่วมกันแล้ว หรืออย่างน้อยเขาก็คิดว่าเป็นแบบนั้น หน้าต่างกระดาษบานนี้เกือบจะอยู่ในสภาพที่ใกล้จะโดนทะลุแล้ว
เห็นดวงตาที่คาดหวังอย่างลึกซึ้งทั้งสองคู่ของมารดาและโม้จิ่งเฉิง เขาก็ยังคงดูสงบนิ่งเช่นเดิม “เรื่องของผมกับกู้ฮอนนั้น ได้มีการการจัดการที่ดีมาก ๆ แล้วอย่างหนึ่ง ขอให้ทั้งสองท่านได้โปรดวางใจก็พอแล้ว”
คำพูดของเขาง่ายมาก
อะไรคือ ‘การจัดการที่ดีมาก ๆ’ คำที่ครอบคลุมตามแบบฉบับแบบนี้ ยังคาดหวังที่จะให้ผู้อาวุโสทั้งสองคนยอมรามือไปง่าย ๆ แบบนี้เหรอ?
แน่นอนว่ามันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
เพียงแต่ว่า หวีหรูเจี๋ยไม่ได้ติดตามถามลูกชายต่อแล้วเท่านั้น
แต่ว่า งานที่ถือได้ว่าขัดใจคนแบบนี้ ก็มีแต่ให้โม้จิ่งเฉิงมาแบบรับไว้คนเดียวแล้ว
“โม่ พวกเรารู้ว่าในใจเธอน่าจะมีความคิดไว้บ้างแล้ว เพียงแต่ว่าพวกเราที่เป็นผู้ชายนี้ ก็ควรเลือกใช้วิธีที่เป็นฝ่ายเริ่มก่อนให้มาก ๆ อย่างความรู้สึกแบบของเธอและลูกสาวบุญธรรมของฉันนั้น คิดว่าพวกเธอก็คงจะไม่มีความสุขกันสักเท่าไหร่ แต่ว่าคนที่อยู่คั่นกลางระหว่างพวกเธอมีเราคนแก่สองคน และรวมถึงเด็ก ๆ อีกสามคน……”
เป่หมิงโม่พยักหน้า “คุณพูดได้ไม่ผิด สำหรับปัญหาทางด้านนี้ ผมจะจัดการให้เป็นไปในทางดีที่สุด”
ยังเป็นคำนั้น คำว่า ‘จัดการ’ อยู่อีก
เป่หมิงโม่เหมือนว่าจะค่อนข้างคุ้นเคยกับการเอาคนอื่นมาควบคุมอยู่ในมือตัวเอง
เพียงแต่ว่าความรู้สึกถูกควบคุมแบบนี้ ตัวเขาเองไม่เคยได้สัมผัสสักเท่าไหร่ ก็เลยไม่รู้ว่าในใจของคนพวกนี้นั้นรู้สึกเจ็บปวดมากแค่ไหน
“นี่ เป่หมิงเอ้อ นายเอาแต่พูดว่าจัดการ อย่างงั้นก็เหมือนราวกับว่านายให้กระดาษเปล่ากับคนอื่นยังไงอย่างงั้น บนกระดาษเขียนจำนวนยอดที่ทำให้คนอื่นหวั่นไหว แต่กลับไม่มีทางเป็นจริงได้ นี่มันก็กำลังเล่น……”
พอหยินปู้ฝันฟังมาถึงตรงนี้ ก็เหมือนกับว่าอยากจะช่วยกู้ฮอนและลูก ๆ ร้องขอความเป็นธรรมขึ้นมาบ้าง
“หุบปาก!” คำตะคอกเสียงดังของเป่หมิงโม่คำเดียว ก็ทำให้คำพูดของหยินปู้ฝันหยุดค้างไปทั้งอย่างนั้น
เป่หมิงโม่ถลึงตามองเขาทีหนึ่ง จากนั้นก็มองไปทางผู้ใหญ่ทั้งสองท่าน
ทำไมพวกเขาถึงชอบบีบบังคับให้ตัวเองทำการตัดสินใจเลือกล่ะ? เพราะว่าไม่วางใจในตัวเองหรือว่าเพราะว่าอย่างอื่นกันแน่?
นี่ก็ถือว่าเป็นการให้แรงกดดันที่ไม่มีรูปร่างกับเป่หมิงโม่อย่างหนึ่ง
ทางนี้ ชายชาตรีทั้งสองคนเป่หมิงโม่และหยินปู้ฝันกำลังเผชิญหน้ากับการ‘เร่งให้แต่งงาน’ของผู้ใหญ่ ในเวลาเดียวกันก็ทำให้รู้สึกว่าแรงกดดันใหญ่เท่าภูเขาเลย
แต่ทางด้านนี้ พวกหญิงสาวสองคนที่นั่งกดเปลี่ยนช่องหน้าจอโทรทัศน์ไม่หยุดอยู่บนโซฟานี้ ก็เหมือนกับว่าจะรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยขึ้นมาบ้างแล้ว
ในเมื่อพวกเธอต่างก็เป็นคนฉลาด เรื่องราวมากมายเพียงแค่คิดวิเคราะห์สักครู่ ก็จะสามารถคิดได้แล้วว่าเรื่องมันน่าจะเป็นมายังไง
“แม่ แม่สามารถเปิดช่องไหนช่องเดียวแล้วตั้งใจดูดี ๆ สักพักได้ไหม”
หยางหยางที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นพรหมตรงหน้าโต๊ะน้ำชาบ่นขึ้นอย่างเหลืออดคำหนึ่ง
“หยางหยาง ใครให้เธอนั่งใกล้โทรทัศน์ขนาดนั้นกัน สายตาไม่เอาแล้วใช่ไหม บ้านเรายังไม่เคยมีใครต้องใส่แว่นมาก่อนเลยนะ” กู้ฮอนถลึงตาใส่ลูกชายทีหนึ่ง
เอาเถอะ หยางหยางก็ทำได้แค่ลุกขึ้นจากพื้นพรหมขึ้นมา