ตอนที่ 1123
บทที่ 1123 ยอมรับอย่างฝืนใจ
October 28, 2026
บทที่ 1123 ยอมรับอย่างฝืนใจ
“ใครอยากมองคุณ ออกไปให้พ้น” กู้ฮอนขมวดคิ้ว มองไปที่ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขา แต่กลับเป็นใบหน้าที่ทำให้ตนเองรู้สึกเบื่อหน่าย จากนั้นเอามือวางไว้บนใบหน้านั้น และผลักเขาไปอีกด้านหนึ่ง “คุณทำตัวจริงจังสักหน่อยไม่ได้เลยหรือไงเวลาอยู่ต่อหน้าพวกเด็ก ๆ รู้จักแต่เลี้ยงลูกแต่ไม่รู้จักอบรมเป็นความผิดของพ่อแม่ เหล่าเป่หมิงเคยบอกไว้ แต่คุณน่าจะต้องใช้เวลาอีกนาน”
เป่หมิงโม่หันศีรษะไปมองกระจกด้านหนึ่งที่อยู่ไม่ไกล จากนั้นมองไปที่เด็กทั้งสามคนอีกครั้ง “ฉันมันแย่เกินจะทนได้อย่างที่แม่นายพูดขนาดนั้นเลยหรือ”
พ่อถามมาแบบนี้ พวกเขาจะกล้าพูดอะไรอีกล่ะ
เฉิงเฉิงเงยหน้าขึ้น และส่ายหัวอย่างระวัง
หยางหยางเป็นผู้ชายประเภทที่ทำตาม ‘แบบแผน’ เขาเรียนรู้ตามแม่ของเขา ขมวดคิ้ว และมองไปตรงนั้น จากนั้นเอามือเล็ก ๆกอดไว้บนหน้าอก ทำเหมือนว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับตนเอง “ที่โรงเรียนผมเคยเรียนมาประโยคหนึ่งว่า ลูกย่อมไม่รังเกียจพ่อที่ขี้เหร่ คุณเป็นพ่อของผม ถึงอย่างไรก็ไม่ควรเก็บอะไรมาเป็นภาระในใจ”
เหตุผลที่เขากล้าพูดประโยคนี้ก็เพราะว่า ตอนนี้แม่และ คุณย่า คุณปู่ ต่างก็อยู่ที่นั่น แม้ว่าถึงจะล้ำเส้นของพ่อ เขาก็ไม่สามารถทำอะไรกับตนเองได้
เจ้าเด็กน้อยคนนี้ถือได้ว่าเป็นหนึ่งคนที่ได้พบผู้ที่อยู่เบื้องหลังที่แข็งแกร่ง จะได้ทำให้ตนเองอยู่ในฐานะผู้ชนะตลอด
แน่นอนว่า เมื่อเป่หมิงโม่ได้ยินก็ยิ่งมองเขาด้วยใบหน้าที่เย็นชา
นี่ไม่ได้ทำให้สหายเหล่าเป่หมิงนึกได้ จิ่วจิ่วที่ดูแล้วน่ารักและว่านอนสอนง่าย ก็มาซ้ำเติมเข้าไปอีก
เธอพูดต่อจากคำพูดของหยางหยาง “ครูพวกเราก็เคยสอน และยังมีอีกคำพูดหนึ่ง ‘สุนัขไม่เคยเกลียดชังเจ้าของที่ยากไร้’ ”
“ฮ่า ๆๆ……”
ประโยคนี้วิเศษมากพอจริง ๆ แป๊บเดียวก็ทำให้คนอื่น ๆต่างก็ขบขันขึ้นมา
กู้ฮอนยิ่งภูมิใจมากขึ้น วันนี้เด็กทั้งสามยอดเยี่ยมมากจริงๆ “เป็นอย่างไรสหายเหล่าเป่หมิง คุณมีอะไรจะอวดเก่งอีกบ้าง”
เป่หมิงโม่จะสามารถทำอะไรได้อีกล่ะ นอกจากยอมรับฟัง
แต่เขายังคงโยนคำพูดไปให้หยางหยาง “ทำไมฉันไม่ได้รู้สึกว่านายเป็นลูกชายสุดที่รักของฉันเลยล่ะ”
เอ่อ……
หยางหยางได้ยินความไม่พอใจในคำพูดของพ่อ ศีรษะน้อย ๆของเขาก็หันไปอย่างรวดเร็ว “ดังนั้นผมถึงไม่ชอบคุณไง”
เห็นได้ชัดว่าเขายังไม่เคยได้ยินความหมายที่แท้จริงของคำนี้
เป่หมิงโม่มีความหมายว่าเล่นเปียโนให้วัวฟัง แม้แต่ยังมีความสงสัยว่าหยางหยางเจ้าเด็กน้อยคนนี้ตนเองเป็นผู้ให้กำเนิดจริง ๆหรือเปล่า นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกที่เหมือนกับเฉิงเฉิงแล้ว อย่างอื่นก็ไม่มีอะไรเหมือนเลย
เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจเบาๆ “ถ้านายไม่ชอบฉัน นายก็จะไม่ได้รับประโยชน์ใด ๆสักนิดเดียว ฉันน่ะ ชอบคนที่เชื่อฟังฉัน และจะต้องทำตามฉันทุกอย่าง”
พูดจบ สายตาของเขาก็จ้องไปที่ร่างของเฉิงเฉิงและจิ่วจิ่วหยุดอยู่อย่างนั้นสักพัก แล้วหันกลับไปยังห้องหนังสือของตนเอง
เฉิงเฉิงดูเหมือนจะรู้สึกได้ถึงอารมณ์ของพ่อในตอนนี้ เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังกู้ฮอน “แม่ พ่อโกรธหรือเปล่า”
กู้ฮอนก็รู้สึกได้ถึงอารมณ์ของเป่หมิงโม่ที่ไม่ค่อยปกติเท่าไหร่นัก แต่เธอไม่ได้สนใจ ยื่นมือไปลูบศีรษะน้อย ๆของเฉิงเฉิง “ไม่ต้องกังวล หัวใจกระจกนี้ของเขาควรจะได้รับการฝึกฝนอีกสักหน่อยแล้ว”
พูดจบ ก็หันไปมองที่หยางหยางและจิ่วจิ่ว “วันนี้ลูกทำได้ดีเลย เดี๋ยวแม่จะไปทำของอร่อย ๆ ให้พวกเธอทาน”
*
อีกไม่กี่วันข้างหน้า ชีวิตที่เรียบง่าย ก็จะสงบมากขึ้น
ชีวิตแบบนี้ทำให้กู้ฮอนในที่สุดก็รู้สึกได้ถึงความสบายใจที่ห่างหายไปนาน
อย่างไรก็ตาม ขณะที่เธอนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ในตอนกลางดึก ความคิดกลับไม่สามารถนิ่งสงบได้เหมือนอย่างชีวิตในแต่ละวัน
ในความเป็นจริง ชีวิตควรจะเป็นเช่นนี้ ใครสามารถจะสัมผัสประสบการณ์ได้ในทุกวันกับสิ่งที่เรียกว่า ‘ความสะเทือนเลือนลั่น’ ล่ะ ชีวิตที่เรียบง่ายจึงจะดีที่สุด
เดิมทีเธอคิดว่า หลังจากได้กอดเป่หมิงโม่และพวกเด็ก ๆภายใต้แสงดาวในครั้งนั้น ผู้ชายคนนี้อาจจะไม่มีคำพูดก็สามารถหาเหตุผลทุกรูปแบบมาพูดให้ตนเองได้
แต่ในความเป็นจริงที่เกิดขึ้นนั้นกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง นอกจากเวลารับประทานอาหาร ดูทีวีด้วยกันแล้ว ก็ไม่รู้เลยว่าเขาทำอะไรในเวลาอื่น
แน่นอนว่า ในแต่หนึ่งวันกู้ฮอนไม่มีเวลามากนักที่จะทำสิ่งต่าง ๆ เช่น การตีพิมพ์หนังสือเล่มใหม่ และงานนักเขียนพบปะนักอ่านก็ไม่เคยน้อยลง
สัปดาห์นี้ยังเป็นเวลาที่อยู่ด้วยกันน้อยมาก เธอจะต้องวิ่งไปจัดประชุมส่งเสริมการขายหนังสือเล่มใหม่ในแต่ละที่ ถึงแม้ว่าทุกวันเธอจะต้องกลับบ้านให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ชีวิตแบบนี้ทำให้เธอก็รู้สึกได้ถึงคุณค่าตนเองที่มีอยู่ และมันก็มาเติมเต็มชีวิตมากขึ้น
เพียงแต่ว่า เป่หมิงโม่และกู้ฮอนทั้งสองคนไม่ค่อยมีชีวิตร่วมกันเท่าไหร่ ซึ่งทำให้หวีหรูเจี๋ยรู้สึกกังวลเล็กน้อยอีกครั้ง
บางครั้งมันทำให้เธอรู้สึกว่า ที่จินตนาการไว้เป็นความสมบูรณ์พร้อม แต่ความเป็นจริงนั้นกลับว่างเปล่า
เธออยากจะหาเวลาคุยกับพวกเขาอีกครั้ง แต่ถูกโม้จิ่งเฉิงหยุดไว้ “พวกเด็ก ๆต่างก็มีเรื่องของตัวเองที่ต้องทำ พวกเราอย่าไปเพิ่มความวุ่นวายให้พวกเขาดีกว่า สำหรับเรื่องอื่นให้พวกเขาตัดสินด้วยตัวเองเถอะ ฉันคิดว่า เด็กสองคนนั้นขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะ”
*
เชฟแอนนิ
ใกล้จะถึงเวลาปิดร้านแล้ว
พนักงานต่างก็กลับบ้านกันไปหมดแล้ว มีเพียงแอนนิที่ยังคงจัดการกับงานบางส่วนก่อนที่จะปิดประตู
“กุ๊งกิ๊ง……” เสียงของกระดิ่งลมที่ประตูก็ดังขึ้น