ตอนที่ 1122
บทที่ 1122 ครอบครัวเดียวกันอย่างแท้จริง
October 28, 2026
บทที่ 1122 ครอบครัวเดียวกันอย่างแท้จริง
ความรู้สึกเช่นนี้อดไม่ได้ที่จะทำให้เขานึกย้อนไปถึงวัยเด็ก ฉากแบบนี้ดูเหมือนจะเคยเกิดขึ้นมาก่อน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จดจำได้ในตอนนั้นกลับไม่ใช่รอยยิ้มจางๆของพ่อหรือแม่ แต่เป็นรอยฝ่ามือที่ร้อนผ่าวอยู่บนแก้มเล็กๆของตนเอง
เป็นเพราะเหตุนี้ ชีวิตตั้งแต่นั้นมาจึงอยู่ในความโศกเศร้าตลอดเวลา จนกระทั่งการปรากฏตัวของเธอ ความโศกเศร้านั้นก็ค่อย ๆหายไป
โน้มตัวลง หยิบชิ้นส่วนหนึ่งคลี่ออกพันไว้รอบร่างกายของกู้ฮอนและจิ่วจิ่ว
“ขอบคุณ คุณก็รีบสวมเถอะ” กู้ฮอนเหลือบไปมองเขา “ดูแลพวกเขาสามคนฉันเหนื่อยพออยู่แล้ว คุณก็อย่ามาเพิ่มความวุ่นวายให้กับฉันอีก”
เป่หมิงโม่ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องทำ เอาผ้าห่มอีกผืนหนึ่ง จากนั้นก้มหน้ามองลงไปที่ลูกชายสองคน “มองฉันทำไม ยังไม่มาอีก ตัวเล็กอย่างพวกนาย ก่อเรื่องให้น้อยลงหน่อยให้แม่ของนายได้ผ่อนคลายบ้าง”
พูดจบ และนั่งยองลงไป ยื่นผ้าห่มให้เฉิงเฉิง จากนั้นมือแต่ละข้างก็จับตัวลูกชายทั้งสองไว้แน่นและค่อยๆลุกขึ้นยืน
เฉิงเฉิงขยิบตาให้หยางหยาง เด็กทั้งสองก็คลี่ผ้าห่ม ที่พ่อได้ห่อตนเองเอาไว้
ภายใต้แสงจันทร์ นั่นคือครอบครัวที่แท้จริง
*
เช่นเดียวกัน ในวิลล่าแห่งนั้น ยังมีคนชราอยู่คู่หนึ่ง พวกเขากำลังมองตนเองอยู่ไม่ไกล พร้อมกับใบหน้าที่เผยให้เห็นรอยยิ้มที่ปลาบปลื้มใจ
ในฐานะคนชรา ทำไมจะไม่อยากเห็นภาพที่มีความสุขแบบนี้ล่ะ ครอบครัวสามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
“จิ่งเฉิง คุณว่าในครั้งนี้พวกเด็กๆจะอยู่ด้วยกันได้ไหม” หางตาของหวีหรูเจี๋ยที่อยู่ภายใต้แสงจันทร์ ได้หลั่งน้ำตาออก
โม้จิ่งเฉิงหยิบผ้าเช็ดหน้าของตนเองออกมา แล้วค่อยๆเช็ดมันออก “ลูกหลานก็มีทางรอดของเขาเอง พวกเขาไม่ใช่เด็กแล้ว อีกทั้งยังมีลูกเป็นของตัวเอง ผมคิดว่าพวกเขาคงเข้าใจแล้วว่าใครสักคนมาอยู่บนโลกใบนี้ อะไรที่เป็นสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดของตนเอง ก็จะต้องเป็นที่หวงแหนยิ่งขึ้น ปล่อยให้พวกเขาเป็นอิสระเถอะ”
พูดจบ เขาจึงสวมกอดหวีหรูเจี๋ยและหันหลังออกจากหน้าต่าง
ภายใต้แสงจันทร์ ท่ามกลางหมู่ดาวที่ส่องแสง ชายหญิงและเด็กสามคน ก็ยืนอยู่ที่นั่น มองดูเมืองที่อยู่ข้างล่าง
กู้ฮอนกำลังอุ้มจิ่วจิ่วอยู่ ร่างกายก็อยู่ติดกับข้างกายของเป่หมิงโม่และลูกชายทั้งสองคน
หลังจากผ่านค่ำคืนที่เงียบงันไป ขอบฟ้าอันไกลโพ้นในที่สุดก็ส่องแสงสว่างขึ้นมา
พระอาทิตย์สีแดงรอบใหม่เริ่มขึ้นอย่างช้าๆ
สำหรับคนธรรมดาคนหนึ่งแล้วนี่เป็นเช้าที่ปกติทั่ว ๆไป
คนที่พักผ่อน หรือบันเทิงมาตลอดทั้งคืน ละทิ้งความเหนื่อยล้าและเริ่มต้นทำอะไรในชีวิตประจำวันของวันใหม่
เช้าตรู่ ขณะที่ฉิงฮัวกำลังจะเตรียมขับรถพาลั่วเฉียวและลูกไปหาพ่อแม่ของเธอที่นั่น โทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา
“จริงๆเลย วันเสาร์แล้วจะมีเรื่องด่วนอะไรอีกจะไม่ปล่อยให้คนได้พักผ่อนในวันหยุดอย่างมีความสุขเลยหรือไง ตอนแรกเป่หมิงเอ้อผู้ชายคนนี้จะพาคุณไปด้วย คิดว่าเขาลาออกจากตำแหน่งแล้ว ก็น่าจะไม่มีเรื่องอะไรมากมายแล้ว ครั้งนี้เป่หมิงยี่เฟิงผู้ชายคนนี้ได้เรียนรู้จากอาเอ้อของเขาอีกครั้งแล้ว คนในตระกูลของเป่หมิงก็เป็นนายทุนรายใหญ่มาโดยตลอดจริงๆ”
ลั่วเฉียวพูดบ่นขณะที่อุ้มลูกอยู่ในรถ
สำหรับการตำหนิของเธอเกี่ยวกับตระกูลเป่หมิงโม่ ฉิงฮัวสามารถพูดได้เพียงแค่นี้ “ผมเองอยู่กับเจ้านายมาตั้งแต่เด็ก ตระกูลเป่หมิงก็ไม่เคยเห็นว่าผมเป็นคนนอก ชีวิตของพวกเราตอนนี้ก็ไม่ใช่ว่าเป็นเพราะพวกเขาให้มาหรอกหรือ พวกเขามีบุญคุณกับพวกเรา แม้ว่าจะต้องทำงานล่วงเวลาหรือมีธุระอะไรก็ตาม มันก็ยังไม่เท่าไหร่เลย”
พูดจบ เขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู เป็นสายของเป่หมิงโม่
“พอฉันพูดถึง เป่หมิงเอ้อผู้ชายคนนี้ก็มาเลย” ในใจของฉิงฮัวยังไม่ทันพูดอะไร ก็มีความคิดแบบนี้ขึ้นมาจริงๆ
“คุณก็พูดให้น้อยหน่อยนะ เจ้านายเรียกหาผมจะต้องมีเรื่องสำคัญอะไรแน่นอน” ฉิงฮัวพูดจบและรับโทรศัพท์
“วันนี้รบกวนคุณหรือเปล่า” เป่หมิงโม่ในตอนนี้ กำลังอยู่ในชุดนอนตัวเมื่อคืน ยืนอยู่ตรงระเบียงชั้นสอง สายตาของเขามองลงไปยังกลุ่มรีสอร์ตที่อยู่ข้างล่าง
“เปล่าครับ ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรที่ต้องการจะสั่งผมหรือเปล่า”
ลั่วเฉียวมองไปยังฉิงฮั่วที่ดูเหมือนทาส ในใจก็โกรธมาก ทำหน้ามุ่ยพลางเหลือบไปมองเขาเป็นครั้งคราว
“ก็ไม่ได้มีเรื่องอะไร ถ้านายว่าง ก็มาช่วยฉันจัดซื้อการ์ดเชิญ จะต้องเอาที่ดีที่สุด”
“การ์ดเชิญงั้นหรือ เจ้านาย คุณต้องการให้ผมแจ้งใคร ผมจะได้ไปบอกต่อโดยตรงให้ก็ได้แล้ว ไม่เห็นจำต้องทางการขนาดนี้เลย” ฉิงฮัวรู้สึกสับสน ไม่รู้ว่าสรุปแล้วเป่หมิงโม่ต้องการจะทำอะไร
หลังจากที่เขาออกไปจากตระกูลเป่หมิงแล้วต้องกลับมาอีกครั้ง ทุกอย่างก็ไม่เหมือนกับเมื่อก่อนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกล่าวประชุมหรือจะเป็นงานเลี้ยงอะไรก็ตาม ทุกอย่างที่ดูเรียบง่ายก็ไม่ได้เรียบง่ายอีกต่อไป”
“เรื่องครั้งนี้ จำเป็นจะต้องส่งการ์ดเชิญ และเป็นการ์ดงานแต่ง” เป่หมิงโม่ยังพูดเฉพาะเจาะจงถึงการ์ดงานแต่งอย่างชัดเจน “จำไว้ว่า อย่าบอกเรื่องนี้กับใคร รวมถึงภรรยาของนายด้วย”
ฉิงฮัวพยักหน้าอย่างจริงจัง “ได้ครับ ได้ครับ คุณวางใจเถอะ” พูดจบ ฉิงฮัวก็วางสายโทรศัพท์
“เจ้านายคุณเอาปัญหาอะไรมาให้คุณอีกล่ะ” บทสนทนาระหว่างพวกเขานั้นลั่วเฉียวซึ่งนั่งอยู่ตำแหน่งด้านข้างของคนขับไม่ได้ยินสักประโยคเดียว
“ไม่มีอะไร ผมจะไปส่งคุณกลับบ้านแม่” ฉิงฮัวพูดจบ ก็สตาร์ทรถ
สำหรับความสามารถของฉิวฮัว เป่หมิงโม่วางใจได้เต็มร้อย หลังจากที่เขาวางสายโทรศัพท์ ตนเองก็ได้เริ่มทำงานต่อไป
ตอนค่ำ ฉิงฮัวขับรถไปยังในรีสอร์ตของปานซานโดยลำพัง