ตอนที่ 1132
บทที่ 1132 ใกล้ถึงวันเกิดแล้ว
October 28, 2026
บทที่ 1132 ใกล้ถึงวันเกิดแล้ว
ในตอนนี้เองที่เป่หมิงโม่เริ่มสังเกตทุกคน ดูว่าพวกเขามีปฏิกิริยาตอบสนองอะไรต่อการอำพรางบนกำแพงที่ตัวเองทำหรือไม่
เพียงแต่ว่าสองวันมานี้ ล้วนไม่มีใครไปสังเกตที่นั่นเลย แม้ว่าจะเป็นตอนที่ดูโทรทัศน์ในเวลากลางคืนก็ตาม
สรุปได้ว่า นี่ทำให้เป่หมิงโม่รู้สึกพึงพอใจมาก
ในเวลาเดียวกันนั้น งานอื่นๆก็ล้วนเตรียมตัวดำเนินการทำต่อไปตามลำดับแล้ว
ทั้งหมดล้วนดำเนินการทำอย่างเงียบเชียบ
รอจนถึงวันดีวันหนึ่งมาถึง
*
“ฮอน ใกล้จะถึงวันเกิดของเธอแล้ว อยากให้พวกเรามอบของขวัญแบบไหนให้เธอกัน”
ขณะนั้นแอนนิกำลังนั่งอยู่บนขาของหยินปู้ฝัน ใบหน้าเธอแนบเข้ากับโทรศัพท์ พลางยิ้มน้อยๆ
ตอนนี้กู้ฮอนก็กำลังเก็บเสื้อผ้าของเด็กๆอยู่ในห้องนอน พับแต่ละตัว แต่ละตัวอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
กู้ฮอนหนีบโทรศัพท์ไว้ที่ไหล่ “ทำให้เธอเปลืองความคิดแล้วจริงๆ ก็แค่วันเกิดวันเดียวมีอะไรให้ฉลองกัน”
เธอก็ไม่ได้คุ้นเคยกับการฉลองในวันเกิด โดยเฉพาะหลังจากที่เป็นแม่คนแล้ว ความคิดล้วนทุ่มเทให้กับลูกๆ แม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะไม่ต้องให้ตัวเองดูแลอะไรแล้ว
มีเรื่องมากมายที่พ่อของพวกเขาตั้งใจทำให้ยิ่งกว่าตัวเองเสียอีก
“ฉันว่านะฮอน เธอจะให้ความสำคัญกับตัวเองสักหน่อยได้ไหม หลายปีมานี้ เธอเลี้ยงเด็กทั้งสามคนให้กับตระกูลเป่หมิงของพวกเขาก็น่าจะพอแล้ว ตอนนี้ควรจะผ่อนคลายตัวเองสักหน่อย” แอนนิพูดพลางคิดเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยต่อว่า “ฉันว่าถามเธอไปก็เปล่าประโยชน์ เรื่องนี้ฉันกับลั่วเฉียวสองคนจะช่วยเธอจัดการรับรองเอง มีทั้งสถานที่และผู้คน รับรองได้เลยว่างานวันเกิดของเธอจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน”
“ขอล่ะ ฉันไม่ต้องการให้พวกเธอจัดงานพวกนี้ เธอมีร้านต้องดูแล ลั่วเฉียวก็มีลูกที่ต้องดูแล วันเกิดของฉันก็ไม่ใช่วันยิ่งใหญ่อะไร ฉันจะบอกเธอให้นะ ถ้าหากว่าพวกเธออยากช่วยฉันจัดจริงๆ อย่างนั้นก็อย่าโทษว่าฉันไม่เห็นแก่หน้าพวกเธอ ฉันจะไม่ไปร่วมอย่างแน่นอน รู้หรือไม่”
กู้ฮอนพูดให้ชัดเจนแจ่มแจ้งตั้งแต่ตอนนี้ แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะว่าเธอเกรงใจอะไร สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาจริงๆ เธอไม่อยากให้เพื่อนๆต้องล่าช้าในเรื่องอื่นๆเพราะตัวเอง
แอนนิได้ยินเธอพูดเด็ดขาดขนาดนี้แล้วก็ทำได้เพียงแค่ยกเลิกไป เธอถอนหายใจ “ฮอน เป็นเพื่อนกันมานานขนาดนี้ ก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดกับเธออย่างไรดีแล้ว แต่ก่อนหาข้ออ้างมาบอกว่าลูกยังเล็กอยู่ จำเป็นต้องดูแล แต่ตอนนี้เด็กทั้งสามคนนั้นล้วนเติบโตขึ้นแล้ว ทั้งยังมีพ่อของพวกเขาดูแลด้วย ความจริงแล้วไม่มีอะไรให้เธอต้องเป็นกังวลอีก แต่เธอกลับยกพวกเรามาอ้างแทน เมื่อไรเธอถึงจะสามารถคิดเพื่อตัวเองได้บ้างกันนะ”
กู้ฮอนรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ เธอรู้สึกปลาบปลื้มใจที่เพื่อนครุ่นคิดเพื่อตัวเอง และก็เพราะเป็นเช่นนี้ ตัวเองจึงไม่สามารถให้พวกเธอเบนความสนใจมาเพื่อตัวเองอีก แต่ละบ้านล้วนมีเรื่องราวมากมายที่ต้องทำ
“ขอบคุณเธอนะแอนนิ น้ำเสียงที่เธอพูดทำให้ฉันคิดถึงคุณแม่ ฮ่าๆ เพียงแต่ว่ามีเรื่องราวมากมายที่ต้องรอให้เธอเป็นแม่คนแล้ว ถึงจะรู้สึกได้ รู้หรือไม่ ฉันเป็นคนที่ผ่านมาแล้ว แน่นอนว่ามีหน้าที่เตือนพวกเธอสักหน่อยเป็นธรรมดาไม่ใช่หรือ สรุปว่า ฉันขอบคุณพวกเธอสำหรับความหวังดีที่นี่ ถ้าหากไม่มีเรื่องอะไรแล้วล่ะก็ ฉันยังมีเรื่องอีกมากมายที่ต้องไปทำอีก คงไม่คุยกับเธอต่อแล้ว”
เมื่อวางโทรศัพท์แล้ว หยินปู้ฝันก็มองออกว่าสีหน้าของภรรยาไม่ดีเท่าไร
แอนนินั้นรู้สึกโกรธอยู่บ้างจริงๆ “ฮอนก็จริงๆเลย ไม่ห่วงตัวเองเลยแม้แต่น้อย” พูดแล้วก็หันไปมองหยินปู้ฝัน “จะถึงวันเกิดเธอแล้ว ขนาดคลอดลูกให้กับตระกูลเป่หมิงของพวกเขาตั้งสามคน ก็ไม่เห็นจะได้ยินเป่หมิงโม่ เจ้าหมอนั่นแสดงท่าทางอะไรเลย เฮ้ พวกคุณคนในตระกูลเป่หมิงล้วนเป็นพวกเลือดเย็นใช่หรือไม่”
“ฮัดชิ้ว.....”
เป่หมิงโม่ที่กำลังนั่งอ่านหนังสือในห้องหนังสือก็จามออกมาอย่างไม่มีสาเหตุ
เขาปลุกสติเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาที่ในตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มแล้ว
เวลานั้นผ่านไปรวดเร็วจริงๆ วันหนึ่งก็ผ่านไปเช่นนี้
อีกสองวันก็จะวันเกิดของเธอแล้ว
***
เป่หมิงโม่หยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะ เรียกดูบันทึกที่อยู่ด้านใน
ตอนนี้เหมือนจะสำเร็จไปได้ 90% แล้ว ที่เหลือก็เป็นเรื่องที่ไม่ต้องเร่งรีบขนาดนั้น
สรุปว่า ทั้งหมดล้วนดำเนินการปกติไปตามแผน
*
ก่อนหน้าจะถึงวันเกิดกู้ฮอนวันหนึ่ง
เป่หมิงโม่ทานอาหารเช้าเสร็จอย่างรวดเร็ว เขามองลูกทั้งสามคนที่กำลังทานอาหารอย่างเอื่อยเฉื่อย
“วันนี้ผมจะส่งพวกเขาไปโรงเรียน”
กู้ฮอนที่ได้ยินก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย วันนี้เจ้าหมอนี่เป็นอะไรไป ยากที่จะอาสาทำเรื่องนี้ด้วยตัวเอง
ในเมื่อเขาพูดขนาดนี้แล้ว อย่างนั้นเธอก็ไม่จำเป็นต้องคัดค้านอะไร
เพียงแต่ตอนที่ก้มหน้าทานข้าวนั้นก็ยังเอ่ยออกมาเสียงเบาประโยคหนึ่ง “นี่ถึงเป็นท่าทางของคนที่เป็นพ่อ”
เป่หมิงโม่ก็ได้ยินเช่นกัน เพียงแต่ว่าเขาไม่ได้แสดงปฏิกิริยาใดๆออกมา กลับหมุนตัวเดินออกไปจากห้องอาหาร
เด็กน้อยทั้งสามคนได้ยินว่าคุณพ่อจะไปส่งพวกเขาที่โรงเรียน ก็ไม่กล้าชักช้า
แนวคิดเรื่องเวลาของคุณพ่อพวกเขานั้นเด็ดขาดยิ่งกว่าคุณแม่มากนัก เกรงว่าถ้าหากเกิดข้อผิดพลาดอะไรเล็กน้อยแล้วก็จะก่อให้เกิดเรื่องยุ่งยากที่ไม่จำเป็นขึ้นมาได้
โชคดีที่เด็กน้อยทั้งสามคนรีบทานอาหารอย่างรวดเร็ว ภายใต้ขอบเขตความอดทนในใจที่เป่หมิงโม่ยอมรับได้
“คุณแม่ พวกเราไปแล้วนะ” จากนั้นแต่ละคนก็เช็ดปาก หยิบกระเป๋าหนังสือที่แขวนอยู่ที่พนักพิงด้านหลังขึ้นมา แล้ววิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
“หลานรัก พวกหลานช้าๆกันหน่อย” หวีหรูเจี๋ยตะโกนไล่หลังพวกเขาไป
เมื่อเห็นพวกเขาหายลับไปนอกประตูห้องอาหารแล้ว ถัดมาไม่นานก็ได้ยินเสียงติดเครื่องยนต์ รวมไปถึงเสียงที่ค่อยๆห่างไปไกลเรื่อยๆ
ตอนนี้เธอถึงได้ส่ายหน้า ยิ้มบางๆ “พ่อลูกไม่กี่คนวันนี้เป็นอะไรไปแล้ว ถึงได้เร่งรีบขนาดนี้”