ตอนที่ 563
บทที่ 563 ลูกเล่นของหยางหยาง
October 22, 2026
บทที่ 563 ลูกเล่นของหยางหยาง
น้ำเสียงเริ่มอ่อนลง “เด็กชายกู้หยางหยาง เมื่อกี้ที่ครูอารมณ์เสียใส่เธอ ทำให้เธอรู้สึกตกใจไหม ความจริงแล้วครูก็เหมือนเธอนะ ครูก็ตื่นเต้นเหมือนกัน บางทีอาจจะตื่นเต้นกว่าเธอด้วยซ้ำ”
หยางหยางเงยหน้ามองครูหลี่อย่างสับสน “คุณครูครับ ครูรู้สึกตื่นเต้นมากกว่าผมเหรอครับ”
ครูหลี่พยักหน้า “นี่เป็นละครเรื่องแรกของครูที่ต้องเป็นผู้กำกับตั้งแต่ย้ายเข้ามาโรงเรียนนี้เลยนะ ครูก็เหมือนเธอ เป็นละครเวทีเรื่องแรกที่ต้องแสดง ฉะนั้น เรามาสู้ด้วยกันดีไหม”
เมื่อได้ฟังคำพูดจากครูหลี่ หยางหยางก็พยักหน้าเล็กน้อย
เมื่อหยางหยางตอบกลับแล้ว ครูหลี่ก็ยืนตัวตรงอีกครั้ง “ถ้างั้น วันนี้ก็พอแค่นี้ก่อนนะ เด็กชายกู้หยางหยาง เด็กหญิงจ้าวจิ้งอี๋ เธอสองคนกลับบ้านต้องพักผ่อนดี ๆ นะ พรุ่งนี้จะได้แสดงอย่างเต็มที่”
กู้ฮอนเดินขึ้นบนเวทีด้วยท่าทีที่รู้สึกผิดมาก “ต้องขออภัยด้วยนะคะคุณครูหลี่ ที่หยางหยางทำให้ครูต้องปวดหัวกับการแสดงนี้ ในฐานะที่เป็นผู้ปกครองต้องขอโทษคุณครูจริง ๆ นะคะ”
ครูหลี่ยิ้มอย่างขมขื่นและยกมือปฏิเสธอย่างเกรงใจ “คุณกู้ ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นหรอกค่ะ ก็เหมือนที่ครูพูดกับหยางหยางเมื่อกี้นี้ เราต่างก็เป็นมือใหม่กับการแสดงละครเด็กนี้ ครูคิดว่าครั้งหน้าเราคงจะมีประสบการณ์มากกว่านี้แน่นอน”
แน่นอนว่ากู้ฮอนฟังออก คำว่า‘ประสบการณ์’ที่ครูหลี่พูดนั้นมันหมายถึงอะไร เธอได้แต่ยิ้มอย่างทำตัวไม่ถูก
จ้าวจิ้งอี๋กลับไม่ได้คิดในแง่ลบ เธอดึงมือหยางหยางมาแล้วพูด “หยางหยาง ไม่ต้องห่วงนะ ยังไงเธอก็เป็นคนที่เก่งที่สุดในใจฉัน สู้ ๆ ”
บรรยากาศในรถแท็กซี่ระหว่างทางกลับบ้านของหยินปู้ฝันนั้นเงียบเป็นพิเศษ คนขับแท็กซี่พยายามมองสองแม่ลูกจากกระจกหลังนั้นแล้วเห็นทั้งสองได้แต่นั่งก้มหัวอยู่เงียบ ๆ ไม่พูดอะไร และได้แสดงออกถึงความเย็นชาในรถนั้น เย็นจนคนขับรู้สึกหนาวไปเลย
“ติ๊งต่อง……”
เสียงกริ่งของบ้านหยินปู้ฝันได้ดังขึ้น
ครั้งนี้หยินปู้ฝันวิ่งไปเปิดประตูอย่างรวดเร็ว เมื่อเปิดประตูออกหยินปู้ฝันยิ้มหน้าบานแล้วตะโกนพูดขึ้นว่า “ยินดีต้อนรับดาราน้อยกลับบ้านหลังเล็ก ๆ ของผมครับ”
เมื่อพูดเสร็จ เขาก็เห็นสีหน้าของสองแม่ลูกเย็นชาเหมือนน้ำแข็งขั่วโลก ทั้งสองก้มหัวแล้วเดินเข้าบ้านโดยไม่ได้พูดอะไรสักคำ
ซึ่งมันก็ทำให้รอยยิ้มที่เบิกบานบนใบหน้าของหยินปู้ฝันหายไปอย่างรวดเร็ว
เฉิงเฉิงรีบออกมาจากห้องอ่านหนังสือแล้วเห็นสีหน้าของกู้ฮอนก็รู้ในใจแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาได้แต่ถอนหายใจแล้วส่ายหัวไปมา
เขาเดินไปหากู้ฮอนแล้วยื่นมือไปจับชายเสื้อของเธอไว้ “คุณแม่ครับ อย่าเสียใจไปเลย ผลลัพธ์แบบนี้แม่รู้ตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่เหรอครับ”
มันเป็นการปลุกให้ตื่นจากความฝันจริง ๆ กู้ฮอนจึงรีบดึงสติกลับมา เพราะแน่นอนว่าหยางหยางไม่ได้ชอบการแสดงแบบนี้ และครั้งนี้ผลลัพธ์มันก็ไม่เหมือนที่หยางหยางตั้งไว้ด้วยความมั่นใจ บางทีวันนี้เขาคงได้รับบทเรียนอะไรบางอย่างไปแล้ว
ความล้มเหลวแบบนี้สำหรับหยางหยางแล้ว ถ้าคิดในแง่บวกมันควรเป็นสิ่งที่ดีมากกว่า
เพื่อที่จะทำลายความรู้สึกที่ทำตัวลำบากนี้ หยินปู้ฝันจึงรีบเปลี่ยนเรื่อง “ดูสิทุกคน คืนนี้ผมเตรียมอะไรไว้”
เมื่อพูดเสร็จเขาก็รีบนำอาหารที่เตรียมไว้ออกมาจากห้องครัว เดิมทีตั้งใจเตรียมอาหารชุดใหญ่ไว้เพื่อจะฉลองการซ้อมละครใหญ่ที่ราบรื่นของหยางหยาง
แต่ดูเหมือนว่า อาหารชุดใหญ่ที่เตรียมไว้ให้มันกลายเป็นมื้อเย็นที่เลี้ยงปลอบใจมากกว่า
หน้าโต๊ะอาหารนั้น
หยางหยางดูเหมือนว่าได้รับการกระทบจิตใจบางอย่างในวันนี้ เขานั่งอยู่บนเก้าอี้จ้องมองอาหารจานโปรดของเขาแต่ไม่ได้รู้สึกอยากกินแล้ว
กู้ฮอนก็ไม่ต่างกัน
หยินปู้ฝันและเฉิงเฉิงมองดูพวกเขา แล้วต่างส่งสายตากัน จากนั้นได้แต่ก้มหน้าแล้วกินเป็นพิธี
***
คืนวันนั้น กู้ฮอนพาลูก ๆ กลับบ้านตัวเอง
เธอนอนอยู่บนเตียงแล้วได้รับข้อความสองข้อความ
ข้อความที่ 1
หยินปู้ฝัน : ฮอนฮอน พรุ่งนี้ผมมีคดีความสำคัญคดีหนึ่งต้องไปจัดการ ผมคงไปดูการแสดงของเฉิงเฉิงและหยางหยางไม่ได้แล้ว โทษทีนะ
ข้อความที่ 2
เป่หมิงโม่ : ฮอน วันนี้บริษัทผมยุ่ง ๆ หน่อย พรุ่งนี้เป็นงานแสดงของลูก ๆ ยังไงผมจะไปรับพรุ่งนี้เช้านะ
เมื่อปิดโทรศัพท์ลง เธอก็นึกถึงภาพการแสดงของหยางหยางในวันพรุ่งนี้ แล้วย้อนคิดการซ้อมการแสดงในวันนี้......
กู้ฮอนรู้สึกใจไม่ดีเลย
สภาพของหยางหยางตอนนี้กลายเป็นคนกระวนกระวายไปแล้ว เขาแสดงสีหน้าที่หดหู่ แล้วเดินไปมาในห้องนอนของเขาและเฉิงเฉิง
เฉิงเฉิงนั่งอยู่บนเตียงเล็ก ๆ ของเขา ถือแท็บเล็ตไว้ในมือ
“เป่หมิงซีหยาง นายอย่าเดินไปมารบกวนสายตาข้าได้ไหม สองสามวันก่อนหน้านั้นนายยังเล่นอย่างสนุกสนานได้เลย ทำไมวันนี้รู้สึกตื่นเต้นแล้วเหรอ”
หยางหยางไม่ได้สนใจอะไร แล้วยังคงเดินไปมาอย่างต่อเนื่อง......
“ใช่แล้ว” หยางหยางเหมือนคิดอะไรออก เขากระโดดขึ้นบนเตียงของเฉิงเฉิงอย่างมีความสุข “นี่ หรือว่านายแสดงเป็นพระเอกแทนข้าหน่อย เดี๋ยวข้าไปแสดงคนขายหนังสือพิมพ์แทนนายเอง”
เฉิงเฉิงหันหนีไป “ข้าไม่แสดงพระเอกแทนนายหรอก ถึงแม้บทมันจะท่องง่ายก็ตามเถอะ ข้าไม่อยากเห็นสีหน้าของจ้าวจิ้งอี๋ในการแสดงแบบนั้น......” เมื่อพูดถึงตรงนี้ ร่างกายของเขารู้สึกเกร็ง ๆ แล้วขนลุกขึ้นมา
สีหน้าของหยางหยางกลับมาเครียดอีกครั้ง แล้วมือน้อย ๆ นั้นยังไม่หยุดเกาหัว “แล้วทำได้ดีเนี้ย......”
เมื่อคิดไปสักพัก เขาก็เริ่มรื้อของในตู้ ทำให้ห้องนั้นยุ่งเหยิงไปหมด เฉิงเฉิงขมวดคิ้ว “นายคิดอะไรได้อีก”
ผ่านไปครู่หนึ่งเขาหยิบ iPod ออกมาจากตู้ “นี่ไง นี่แหล่ะ เดี๋ยวข้าจะอัดเสียงทั้งหมดไว้ ถึงเวลาถ้าข้าลืมบทแล้วช่วยเปิดมันทีนะ”
เฉิงเฉิงหรี่ตาแล้วมองเขาไว้ “ต่อให้อัดเสียงบทพูดไว้ก็ไม่มีประโยชน์หรอก นายอย่าเสียเวลาไปเลย”
หยางหยางมองเฉิงเฉิง “ทำไม”
เฉิงเฉิงวางแท็บเล็ตลง “บทพูดของนายกับจ้าวจิ้งอี๋ไม่เหมือนกันนะ ถ้านายอัดเสียงของนายไปแล้วจะหยุดช่วงไหน หรือจะเปิดช่วงไหน นายไม่รู้หรอก อีกอย่างคนดูตั้งมากมายกำลังมองนายอยู่ เขาจับผิดได้แน่นอน”
หยางหยางนั่งลงกับพื้นแล้วโยน iPod ออกไปด้วยสีหน้าที่ยังคงเคร่งเครียดอยู่