ตอนที่ 866
บทที่ 866 โมโห
October 28, 2026
บทที่ 866 โมโห
แต่ก็เหมือนกับที่โจว ซิงฉือได้กล่าวไว้ในภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง หากคนไร้ซึ่งอุดมคติ อย่างนั้นจะไปต่างอะไรกับปลาเค็ม
หยางหยางเฝ้าดูเวลาที่ผ่านไปทีละนิด แม้ว่าแม่จะอยู่ดูทีวีกับพวกเขา แต่สำหรับเขาแล้วกลับเหมือนว่าตัวเองอยู่ดูทีวีเป็นเพื่อนแม่
ในที่สุด เขาก็ทนไม่ได้ หยิบรีโมทที่วางอยู่บนโต๊ะ จากนั้นก็เปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ
แน่นอนว่าแอนนิและลั่วเฉียวที่นั่งอยู่ด้านข้างเข้าใจความคิดเล็กๆของหยางหยางเป็นอย่างดี สายตาคอยมองเขาอยู่ห่างๆ และดูในใจ เด็กคนนี้ทำไมถึงไม่สามารถอดกลั้นความคิดเอาไว้ได้เลย หากไม่ได้ดูก็คงจะทะเยอทะยานไม่หยุดสินะ
“เดี๋ยวก่อน หยางหยางวางรีโมทลง” จู่ๆกู้ฮอนก็พูดขึ้นมา ทำให้หยางหยางวางรีโมทลงด้วยมือที่สั่นเทา
เพราะตอนที่กู้ฮอนกำลังพูดนั้น กำลังหยุดอยู่ที่รายการ《วาสนารัก》พอดี
โชคยังดี ในเวลานี้กล้องยังไม่ได้ถ่ายให้เห็นตัวของหยางหยางและจิ่วจิ่ว ในขณะนี้พิธีกรกำลังเร่งให้แขกรับเชิญผู้ชายตัดสินใจ ว่าจะพาแขกรับเชิญหญิงหมายเลขใดออกไป
เมื่อหยางหยางเห็นฉากนี้ ก็ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก จนถึงกับหัวเราะออกมาเบาๆ โชคดีที่แม่ยังไม่เห็นพวกเขา
“แม่ ไม่เห็นมีอะไรน่าดูเลย รายการหาคู่ก็มีอยู่หลายช่องไม่ใช่เหรอ” หยางหยางพูดจบ ก็คิดอยากจะเปลี่ยนช่องเร็วๆ
“เดี๋ยวก่อน เอารีโมทมาให้ฉัน ทำไมฉันถึงเห็นว่ามีเด็กอยู่ในแขกรับเชิญหญิง” หลังจากที่กู้ฮอนเห็นฉากกะพริบบนหน้าจอ พูดจบก็เอื้อมมือไปหยิบรีโมทในมือของหยางหยางมา
ฉากเมื่อกี้ กวาดมองไปรอบๆก็จะเห็นแขกรับเชิญหญิงทั้งหมดบนเวทีพอดี และตำแแหน่งที่หยางหยางและจิ่วจิ่วต่างก็ยืนอยู่นั้นก็โดดเด่นมาก ประกอบกับพวกเขาเป็นเด็กทั้งคู่ ก็ยิ่งโดดเด่นขึ้นไปอีก
หยางหยางและจิ่วจิ่วมองหน้ากัน และรู้ว่าจะต้องมีบางอย่างเกิดขึ้น
เขากระโดดลงไปที่โซฟา “แม่ ผมเริ่มง่วงแล้ว ไปนอนก่อนนะ”
ดูเหมือนว่าแม่จะต้องเจออะไรแน่ๆ และตัวเองก็แอบหนีไปเรียบร้อยแล้วก่อนที่เธอจะโกรธ
ทันทีที่เขาหันหลังกลับก็เห็นแอนนิและลั่วเฉียวกำลังมองตัวเอง และอดไม่ได้ที่จะส่ายหัว
เฮ้ จริงหรือ ทำไมตัวเองไม่มีความอดทนเลยสักนิดเดียว ตอนนี้ยังดี แต่อีกเดี๋ยวอาจจะไม่สามารถปิดบังได้แล้ว
“กู้หยางหยาง!” ขณะที่หยางหยางกำลังจะออกจากห้องรับแขก ก็มีเสียงที่เย็นชาและดุดันจนทำให้ ร่างเล็กของเขาตกใจสั่น
“แม่ มีเรื่องอะไรอีกล่ะ ผมไม่พูดแล้ว ผมง่วงแล้ว อยากไปนอนแล้ว มีน้องสาว คุณน้าแอนนิและน้าเฉียวเฉียวดูทีวีเป็นเพื่อนก็ได้แล้ว”
กู้ฮอนจ้องมองไปยังหยางหยาง “ยังจะไปนอนอีก บอกฉันมาว่านี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น!”
เมื่อเธอเห็นหยางหยางและจิ่วจิ่วยืนอยู่บนเวทีของรายการ《วาสนารัก》 ก็โกรธขึ้นมาจริงๆ โดยเฉพาะบนป้ายที่อยู่ข้างหน้าเขา ยังเขียนชื่อตัวเองอยู่!
“นายมาหาฉันเดี๋ยวนี้แล้วบอกมาว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น!”
เมื่อหยางหยางเห็นว่าตัวเองไม่สามารถหลบหลีกเรื่องนี้ได้ เขาก็ยังกลัวว่าแม่จะโกรธ
ในตอนนี้เมื่อจิ่วจิ่วเห็นแม่โกรธ ก็ตกใจขึ้นมา แต่เธอก็ยังไม่เคยเห็นเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน “หม่ามี๊ หม่ามี๊……”
“กู้ฮอน เธอใจเย็นๆก่อน เรื่องนี้หยางหยางทำเกินไปนิดหน่อย แต่เขาก็คิดจะทำเพื่อเธอไม่ใช่เหรอ ดูสิเธอทำให้เด็กตกใจหมดแล้ว” แอนนิเห็นว่ากู้ฮอนโกรธแล้วจริงๆ ก็เลยรีบลุกขึ้นมาเพื่อไกล่เกลี่ย
“ใช่ ใช่ พวกเด็กๆทำไปเพราะหวังดี ทำไมต้องไปตำหนิพวกเขาด้วยล่ะ จริงๆแล้วฉันก็เห็นด้วยกับสิ่งที่พวกเขาทำ” ลั่วเฉียวก็ยังเข้ามาช่วย
ฉิงฮัวได้เห็นสีหน้าท่าทางของหยางหยางและจิ่วจิ่วได้แสดงออกมา ก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาเข้าไปกระซิบที่ข้างหูของลั่วเฉียว “ เธอก็ไม่ต้องพูดอะไรมาก เรื่องนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่เธอคิด”
กู้ฮอนหันไปมองที่แอนนิและลั่วเฉียวอีกครั้ง และเปลี่ยนเป็นสายตาที่นุ่มนวลเหมือนก่อนหน้า “แอนนิ เฉียวเฉียว ดูเหมือนว่าพวกเธอจะรู้เรื่องพวกเขาในทีวีมานานแล้ว บอกมา พวกเขาแอบไปตั้งแต่ตอนไหน”
“เอ่อ……” แอนนินิ่งไปชั่วขณะ
ลั่วเฉียวยื่นมือผลักฉิงฮัวออกไป แต่เธอไม่รู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เลวร้าย พูดไปอย่างไม่พอใจ “ก็เมื่อวานนี้ หลังจากที่คุณออกไป สถานีโทรทัศน์ก็มารับพวกเด็กๆไป กู้ฮอน ต้องซีเรียสขนาดนี้เลยเหรอ มันก็เป็นแค่ออกรายการทีวีรึเปล่า ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย หรือเป็นเรื่องที่ทำให้เธอรู้สึกว่าต้องขายหน้า ตอนนี้มันยุคไหนแล้ว เธอยังมีความคิดแบบเดิมๆอยู่อีก”
กู้ฮอนมองลั่วเฉียว พวกเธอไม่เข้าตัวเองเลยสักนิดว่าจะต้องมากังวลอะไร อีกทั้งเรื่องนี้ก็ได้เกิดขึ้นแล้ว ต่อให้จะตีหยางหยางอย่างแรงสักครั้ง ก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรเลย
“เฮ้…..แอนนิ เฉียวเฉียว พวกเธอรู้อะไรบ้าง ฉันไม่ได้บอกไปแล้วเหรอว่าพวกเขาขึ้นไปแบบนั้นมันทำให้ฉันขายหน้า ฉันยิ่งต้องเป็นห่วงที่อาจจะถูกเขาเห็น พวกเธอก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้ หยางหยางไปที่ตระกูลเป่หมิงเพราะอะไร คงไม่ใช่เพราะฉันยังไม่ได้บอกเขาเรื่องของหยางหยาง พวกเด็กๆก็แอบกลับมา การปรากฏตัวต่อสาธารณะแบบนี้ หากว่าโดยพบเข้า แล้วก็ต้องอารมณ์แบบนั้นของเขา ไม่เพียงแต่จะพาลูกๆไป แม้แต่ลูกสักคนเดียวก็ไม่คงเหลือเอาไว้ให้ฉัน
เมื่อได้ยินกู้ฮอนพูดแบบนี้ แอนนิก็เข้าใจเรื่องร้ายแรงนี้ได้ทันที เธอยังรู้สึกว่าเมื่อตัวเองปฏิบัติต่อเรื่องนี้ ก็ไม่ได้นึกถึงความหมายที่ลึกซึ้งอย่างนี้
“กู้ฮอน เธอจะกลัวอะไร ตราบใดที่เขาไม่พูด แล้วเป่หมิงโม่จะรู้ได้ไง นอกจากนี้ก็ถูกขังไปแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วจะดูทีวีได้ยังไง” ลั่วเฉียวยังคงเมยเฉย และยังมองไปที่ฉิงฮัวอย่างข่มขู่
ฉิงฮัวเข้าใจความหมายของลั่วเฉียว และรีบพูดขึ้นทันที “เรื่องนี้ผมไม่รู้อะไรเลย อีกอย่างเรื่องครอบครัวของเจ้านาย ผมก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปยุ่งกับเรื่องนี้ แต่….” เมื่อเขาพูดถึงตรงนี้ และเหลือบมองไปยังลั่วเฉียว “แม้ว่าเจ้านายจะอยู่ที่สถานีตำรวจ แต่ตอนที่ยังไม่ได้รับการตัดสินคดี ก็ยังมีอิสระอยู่มาก เช่นยังดูทีวีได้”
“โอ้! ดูเหมือนว่าแม้ว่าจะตกต่ำแต่ก็เคยยิ่งใหญ่จริงๆ ขนาดถูกขังอยู่ ยังสามารถยิ่งใหญ่ได้ขนาดนี้ แล้วจะยังไงล่ะ อีกทั้งตอนนี้คงจะไม่มีอารมณ์มานั่งดูรายการหาคู่แบบนี้ พรุ่งนี้อาจจะเริ่มพิจารณาคดีแล้ว”