ตอนที่ 909
บทที่ 909 ต่อยหมัดใส่กัน
October 28, 2026
บทที่ 909 ต่อยหมัดใส่กัน
เป่หมิงโม่ดิ้นออกจากฉิงฮัว เดินเข้าไปหาเป่หมิงยี่เฟิง ชี้นิ้วที่จมูกของเขาพูด : “ พ่อของฉันตายยังไง นายถึงยังเอาฆาตกรที่ฆ่าพ่อเข้ามาในบริษัทเป่หมิงของเรา นายพูดจากปากเองว่าท่านรักนายมากที่สุด แต่สุดท้าย สิ่งที่นายทำกลับทำให้ท่านเสียใจที่สุด นายยังกล้ามาพูดว่าตัวเองเป็นคนของตระกูลเป่หมิงอย่างไร้ยางอายแบบนี้ แต่สิ่งที่นายทำกลับเป็นเรื่องที่ทำร้ายตระกูลเป่หมิงทั้งสิ้น ! ”
ณ เวลานี้ สีหน้าของเป่หมิงยี่เฟิงก็ได้เปลี่ยนไป เขาไม่เห็นด้วยกับคำพูดของเป่หมิงโม่เลยสักนิด : “ อาพูดให้ชัดเจนหน่อย ผมเป่หมิงยี่เฟิงกล้าพูดจากใจ ว่าผมไม่เคยทำเรื่องอะไรที่ผิดต่อตระกูลเป่หมิงและคุณปู่เลยสักครั้ง ส่วนผมจะพาใครมาที่นี่ มันก็เป็นสิทธิ์ของผม คุณอาพูดเองว่าnotenเป็นฆาตกรที่ฆ่าคุณปู่ ไหนหล่ะหลักฐาน ? ดูเหมือนว่าตอนนั้นที่สรุปคดี เขาถูกปล่อยตัวด้วยไร้ความผิดนะครับ อารอง รบกวนคราวหลังถ้าจะกล่าวหาใครขอให้มีหลักฐานให้แน่ชัดก่อนด้วย ”
“ ผว๊ะ .......... ”
เสียงหมัดที่หนักดังขึ้น เป่หมิงโม่ได้ต่อยเข้าที่หน้าของเป่หมิงยี่เฟิงอย่างจัง ทันใดนั้นเลือดของเขาก็ได้หลายออกมาทันที
“นายมันลูกหลานอกตัญญูของตระกูลเป่หมิง หมัดนี้ฉันชกเพื่อพ่อของฉัน และท่านปู่ของนายเอง ! ”
***
เป่หมิงโม่ได้ชกเข้าหน้าของเป่หมิงยี่เฟิงจนเขาไม่ทันตั้งตัว อีกทั้งชกไปอย่างโหด ขนาดเป่หมิงเฟยหย่วนที่นั่งข้างๆเป่หมิงยี่เฟิงยังไม่ทันเข้ามาห้าม
เป่หมิงยี่เฟิงรู้ถึงแต่ว่าในตาเห็นแต่ดาวหมุนไม่หยุด สมองเบลอไปทันที เขาถอยหลังไปสองสามก้าวถึงจะยืนนิ่งได้
เป่หมิงเฟยหย่วนรีบเข้าไปพยุงลูกไว้ ถามอย่างตื่นเต้น : “ ยี่เฟิง นายไม่เป็นไรใช่มั้ย ? ”
เป่หมิงยี่เฟิงราวกับเสือน้อยจ้องหน้าของเป่หมิงโม่อย่างดุร้าย เขาปัดมือของพ่อตัวเองออก หลังจากนั้นก็ใช้หลังมืออีกข้างเช็คเลือดที่ปากออก
หลังจากนั้นก็ถุยฟันออกมาจากปากซีกนึงลงบนพื้น
คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างอึ้งตามๆกัน ไม่มีใครเคยเห็นภาพเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน
โดยเฉพาะที่เห็นเป่หมิงโม่ที่ลงไม้ลงมือแบบนี้ นี่ขนาดลงมือกับคนในครอบครัวยังโหดขนาดนี้ ทำให้คนเห็นแล้วก็รู้สึกอกสั่นขวัญแขวน
การประชุมวันนี้เห็นทีจะประชุมต่อไม่ได้ซะแล้ว นี่เป็นเรื่องครอบครัวของตระกูลเป่หมิงเอง คนนอกก็อย่าเข้าไปยุ่งจะดีสุด
ต่างก็ลุกจากที่นั่ง เดินหนีออกจากห้องประชุมไปโดยไม่พูดไม่กล่าว
ไม่นาน ในห้องก็หรือแต่เป่หมิงโม่ กู้ฮอน ฉิงฮัว เป่หมิงยี่เฟิงและเป่หมิงเฟยหย่วน
ตั้งแต่ที่เป่หมิงโม่ได้ชกเข้าที่หน้าของเป่หมิงเฟิงอย่างจัง ฉิงฮัวก็รู้ว่าจะปล่อยให้เจ้านายตัวเองชกต่อไปแบบนี้ไม่ได้แล้ว เขาใช้แรงทั้งหมดที่มีห้ามปรามเจ้านายของตัวเองไว้ : “ เจ้านาย มีอะไรคุยกันดีๆก่อนครับ อย่าถึงขั้นลงไม้ลงมือเลยครับ ยังไงก็เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน จะได้ไม่กระทบความสัมพันธ์กัน ”
ในเวลานี้ กู้ฮอนเองก็อึ้งไปตามกัน เผชิญหน้ากับสถานการณ์แบบนี้ก็ไม่รู้ควรทำยังไงดี หรือจะพูดว่า ตอนนี้เธอไม่มีความสามารถที่จะช่วยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เลยก็ว่าได้
สำหรับเรื่องการตายของท่านปู่เป่หมิง เป่หมิงโม่แน่ใจมาตลอดว่าเป็นฝีมือของถังเทียนจื๋อแน่นอน และเรื่องนี้เธอเองก็พอรู้บ้าง สุดท้ายก็เป็นเพราะไม่มีหลักฐานที่ชี้ไปทางถังเทียนจื๋อได้ เลยถูกปล่อยตัวออกมาโดยไร้ความผิด
แต่เป่หมิงโม่ก็ยังติดใจกับเรื่องนี้มาตลอด
วันนี้เป่หมิงยี่เฟิงถือว่าโดนหาที่เอง
เป่หมิงโม่ต่อยหน้าของเป่หมิงยี่เฟิง โดยที่ยังไม่หายโกรธ และพอมองหน้าของเขาแล้วยิ่งทำให้เขารู้สึกโกรธมากขึ้น : “ นายอย่านึกว่าฉันไม่รู้นะ ว่าที่นายได้ตำแหน่งผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสองของบริษัทมาได้ยังไง คนที่อยู่เบื้องหลังของนายทำไมต้องยอมให้นายขึ้นมานั่งตำแหน่ง ? ส่วนพวกเขาจะมีเป้าหมายอะไร นายรู้งั้นเหรอ ”
คำพูดนี้ ทำให้เป่หมิงเฟยหย่วนจากที่อยากจะช่วยลูกชายแก้ตัวกลับพูดไม่ออก เรื่องทั้งหมดนี้ เขาเป็นตัวจุดชนวน
แต่เป่หมิงยี่เฟิงไม่ยอมเลิกรา : “ พวกเขาจะช่วยผมแล้วยังไง ถ้าไม่ใช่เพราะอาแย่งหุ้นจากพ่อของผมไป และยังไล่พ่อออกจากตระกูลเป่หมิงไป คุณอาจะได้ขึ้นมานั่งตำแหน่งประธานได้งั้นเหรอ ? ที่ผมต้องทำแบบนี้ ก็เพื่อจะทวงคืนสิ่งที่อาเอาจากพ่อไป ส่วนพวกเขา ก็แค่เห็นความไม่ยุติธรรมเลยคิดช่วยผม ถ้าจะว่าพวกเขาเห็นแก่ผลประโยชน์ งั้นก็คงต้องเป็นเรื่องหลังจากผมทวงคืนบริษัทเป่หมิงมาได้ก่อน”
“ เป่หมิงยี่เฟิง นี่นายอ่านหนังสือมากไปจนโง่ไปแล้วใช่มั้ยเนี่ย นายคิดว่าพวกเขาหวังแค่เงินที่นายแบ่งให้เล็กๆน้อยๆหลังจากที่นายขึ้นนั่งตำแหน่งงั้นเหรอ ? พวกเขาสามารถทำให้นายขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นคนที่สองได้ หลังจากที่นายยืดอำนาจบริษัทได้ พวกเขาก็สามารถทำให้นายตกอับไม่มีเงินติดตัวสักบาทได้เหมือนกัน พอถึงตอนนั้น นายลองคิดดู บริษัทเป่หมิงยังจะเป็นของนายอยู่หรือเปล่า และพอถึงตอนนั้น นายจะไปสู้หน้าบรรพบุรุษได้ยังไง ! ”
คำพูดพวกนี้ ไม่มีคำไหนที่เป่หมิงโม่ไม่ได้พูดจากใจจริงเลย เมื่อก่อน เขาไม่จำเป็นต้องพูดพวกนี้ เพราะมีเขาเป็นคนคุ้มตระกูลเป่หมิงอยู่ เขาจะไม่ปล่อยให้คนพวกนั้นได้สมหวังแน่
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนกันแล้ว เขาไม่ได้คุ้มบริษัทเป่หมิงอีกต่อไป เขาจำเป็นต้องพูดทุกอย่างออกมาให้หมด ไม่เพียงแค่พูดให้เป่หมิงยี่เฟิงฟัง ยังตั้งใจพูดให้กู้ฮอนฟังด้วย
แต่เป่หมิงยี่เฟิงไม่ได้คิดอย่างนั้น
***
เป่หมิงยี่เฟิงยิ้มขึ้นอย่างเย็นชา : “ อารองครับ ผมว่าไม่ใช่ผมที่มีปัญหา แต่เป็นอาที่มีปัญหาต่างหาก ถ้าหากเป็นอย่างที่อาพูด คุณอาเห็นบริษัทเป่หมิงสำคัญขนาดนั้นจริง ทำไมยังต้องยกตำแหน่งให้กับกู้ฮอนไปหล่ะ ? ”
“ นายก็แค่หัวหน้าแผนก ฉันยังไม่ต้องรอให้นายมาสั่งการ เรื่องนี้เป็นอันตกลงเช่นนี้ ” พูดจบ เขาใช้นิ้วชี้ที่เป่หมิงเฟยหย่วนพ่อลูกไว้ : “ถ้าพวกนายคิดหวังดีกับบริษัทเป่หมิงจริงแล้วละก็ งั้นก็ดูแลแผนกของพวกนายให้ดีๆ อย่าสร้างเรื่องยุ่งยากขึ้นมาอีก และอีกอย่าง อยู่ห่างจากคนพวกนั้นเอาไว้ด้วย ไม่ว่าฉันจะเตือนในฐานนะการเป็นประธานหรือคนในตระกูลเป่หมิงก็ตาม และนี่คือการเตือนสำหรับพวกนาย เลิกประชุมได้ ! ” หลังเป่หมิงโม่พูดคำสุดท้ายจบ แล้วหันมามองกู้ฮอนแล้วจากไป