ตอนที่ 908
บทที่ 908 การแย่งชิงตำแหน่งประธาน
October 28, 2026
บทที่ 908 การแย่งชิงตำแหน่งประธาน
แต่กู้ฮอนกลับไม่สนใจชายคนนี้เลย เห็นท่าทีที่ฉิงฮัวเอาใจและเคารพชายอ้วนท้อมคนนี้ ก็ยิ่งอารมณ์ขึ้น
“ ฉันไม่สนว่าคุณเป็นใครหรอกนะ ทำงานก็ต้องเคารพกฏ ผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาก็ต้องแยกแยะให้ชัดเจน ตอนนี้ ฉันนั่งอยู่ตำแหน่งนี้ ก็คือผู้บังคับบัญชาของคุณ คุณดูคุณนั่งไม่เป็นท่านั่ง ยืนไม่เป็นท่ายืน ถึงเมื่อก่อนคุณจะเคยเป็นคนสนิทของท่านปู่เป่หมิง แต่คุณทำแบบนี้ก็ไม่ถูก แก่จนปูนี้แล้ว เหตุผลแค่นี้ยังไม่เข้าใจอีกเหรอคะ หรือว่าคุณคิดว่ามีความดีความชอบแล้วอยู่เหนือกว่าเจ้านายงั้นเหรอคะ ! ”
ไอ้หมอนี่ที่ฉิงฮัวเรียกว่าลุงฉางชิ่ง ถูกกู้ฮอนพูดจนริมฝีปากสั่นไม่หยุด เขายื่นมือที่สั่นคลอนชี้หน้าของกู้ฮอน :“ ได้ๆ นั้นเธอก็คอยดูแล้วกัน ! ” พูดจบ เขาก็ลุกขึ้นแล้วโกรธเดินออกไปจากห้องประชุม
“ ลุงฉางชิ่ง ลุงฉางชิ่ง ...... ” ฉิงฮัวก็เร่งรีบลุกตามออกไปจากห้องประชุม
เขาวิ่งเร็วตามไปหลายก้าวแล้วขวางอยู่ตรงหน้าของติงฉางชิ่ง : “ ลุงฉางชิ่ง ท่านสงบสติอารมณ์ก่อนครับ ท่านเองอายุก็มากแล้ว ยังจะถือสากับพวกคนหนุ่มสาวอย่างเราไปทำไมกันครับ ผมต้องขอโทษแทนคุณหนูกับท่านตรงนี้ด้วยครับ ”
ติงฉางชิ่งสะบัดมือออก : “ หึ ไม่ต้องมาไม้นี้เลย เมื่อกี้ที่เธอพูดในห้องประชุมนายก็ได้ยินแล้วไม่ใช่เหรอ ได้ ฉันจะไปจากที่นี่เอง เดี๋ยวจะถูกหาว่าใช้อำนาจความดีความชอบอยู่เหนือกว่าเจ้านายอีก ”
พูดจบ เขาก็ปัดฉิงฮัวออก หลังจากนั้นก็โกรธเดินจากไป
***
ฉิงฮัวกลับมาที่ห้องประชุมอีกครั้ง นั่งอยู่ข้างๆของกู้ฮอนแล้วเสียงเบาพูดกับเธอ : “ คุณหนูครับ คุณหนูไปผิดใจกับท่านได้ยังไง ท่านเป็นคนของคุณท่าน ขนาดเจ้านายเองยังต้องไว้หน้าท่านเลยครับ รอเลิกประชุมแล้ว ผมว่าคุณหนูควรไปยกน้ำชาแล้วขอโทษท่านหน่อยนะครับ ”
เห็นชัดว่ากู้ฮอนไม่ได้คิดแบบนั้น :“ ทำไมฉันต้องไปขอโทษเขาด้วย เขาทำผิดก่อน และฉันก็มีอำนาจทำแบบนี้ด้วย อีกอย่าง ฉันอยากจะบอกกับนาย ในเมื่อเป่หมิงโม่ให้ฉันมารับตำแหน่งประธานนี้แล้ว ฉันก็จะทำตามในแบบของฉัน และนายก็ไปบอกเขาด้วย ถ้าหากเขาไม่ชอบก็ให้เขามารับหน้าที่นี่เอง ”
ฉิงฮัวได้ยินแล้ว คราวนี้จะเอายังไงดี ต่างก็ว่า : ผู้ที่เลื่อนขึ้นยศตำแหน่งใหม่ก็อยากสร้างผลงานยิ่งใหญ่ออกมา ไม่นึกเลยว่าเรื่องแรกจะตกมาอยู่ที่ติงฉางชิ่งคนเก่าแก่ของบริษัทเป่หมิงได้
ถ้าขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ดูท่าแล้ว ตำแหน่งประธานของคุณหนูหลังจากนี้ คงต้องเจออุปสรรคมากมายซะแล้ว
การประชุมได้ดำเนินการต่อ
หลังจากติงฉางชิ่งถูกกู้ฮอนพูดไม่ไว้หน้าโกรธจนเดินออกไป หัวหน้างานระดับบนของบริษัทแต่ละแผนก อย่างน้อยก็รู้จักอีกด้านของเธอ ว่าผู้หญิงคนนี้มองแล้วไม่ได้อ่อนแอเหมือนหน้าตาภายนอกของเธอ ถ้าเธอโกรธขึ้นมา เธอก็สามารถโหดเหี้ยมไม่นับญาติกับใครได้เหมือนกัน
นี่มันเดายากกว่าเป่หมิงโม่ที่ปกติหน้าตาเย็นชาตลอดอีก เพราะเหตุนี้ หลายคนที่คิดจะหาเรื่องของเธอในตอนแรก ได้ตัดความคิดนี้ทิ้งลงบ้างไม่มากก็น้อย
เป่หมิงโม่ช่างเป็นคนเก่งกาจจริงๆ แม้แต่ผู้หญิงข้างกายก็ยังไม่เบา คนอื่นไม่กล้าแตะ ไม่กล้าขาดใจ
แน่นอน เมื่อเทียบกับคนที่เริ่มรู้สึกกลัวกู้ฮอนหน่อยๆแล้ว แต่คนอีกกลุ่มกลับรอดูเธอหน้าแตก แน่นอนว่าคนแรกก็ต้องเป็นเป่หมิงยี่เฟิง
อันที่จริง เขาก็ไม่ได้จะรอดูเธอหน้าแตกหรอก แค่รู้สึกว่าเขาสามารถถือโอกาสนี้ บังคับเธอลงจากตำแหน่งอย่างมีเหตุผลได้ เป็นโอกาสที่ดึงพรรคพวกมาอยู่ด้วย
ก่อนหน้านี้ เขาก็เคยคิดเอาติงฉางชิ่งมาอยู่ฝ่ายของตัวเอง แต่ติงฉางชิ่งภักดีกับปู่มาตลอด และตำแหน่งประธานของเป่หมิงโม่ คุณปูก็เป็นคนสืบทอดด้วยตัวเอง
เพราะฉะนั้น ถึงตัวเองจะเป็นลูกหลานคนโตของตระกูลเป่หมิง ก็ไม่สามารถทำให้ความภักดีของติงฉางชิ่งสั่นคลอนแม้แต่น้อย
หลังจากที่เป่หมิงโม่ยกตำแหน่งประธานให้กับกู้ฮอนแล้ว สถานการณ์ก็เปลี่ยนไป โดยเฉพาะหลังจากที่เธอได้ผิดใจกับติงฉางชิ่ง
เป่หมิงยี่เฟิงรู้สึกว่าเวลานี้ ควรให้ติงฉางชิ่งรู้ว่าตัวเองอยู่ฝ่ายเดียวกับเขาแล้ว
นึกถึงนี่แล้ว เขาก็ยืนขึ้นอ้าปากพูด :“ ตอนเช้านี้ ทุกคนก็เห็นแล้ว อารองได้ยกตำแหน่งประธานให้กับคุณกู้ฮอนที่อยู่ตรงนี้ อีกทั้งยังได้เปิดแถลงข่าวไปแล้ว แต่ว่าผมไม่เห็นด้วยที่ให้คุณกู้ฮอนมานั่งในตำแหน่งนี้”
เป็นอีกคนที่อยู่ฝ่ายคัดค้าน ทำเอาทุกคนรู้สึกตกตะลึง ใน ขณะเดียวกันสายตาของกู้ฮอนและฉิงฮัวก็มองมาที่เป่หมิงยี่เฟิงโดยไม่ได้นัดหมาย
เป่หมิงยี่เฟิงเห็นสายตาของทั้งสองคนมองอยู่ที่ตัวเอง ยิ่งรู้สึกว่าควรพูดเรื่องต่อจากนี้แล้ว :“ ทุกคนก็รู้ บริษัทเป่หมิงคือคุณปู่ของผมคุณท่านเป่หมิงเจิ้งเทียนก่อตั้งขึ้นมา และได้เจริญรุ่งเรืองในมือของเป่หมิงโม่อารองของผม แต่ไม่สามารถเป็นเพราะอารองมีคุณต่อบริษัทเป่หมิงแล้ว เขาก็จะทำตามอำเภอใจแล้วยกบริษัทใหญ่โตให้กับคนที่ไม่มีประสบการณ์เลยแบบนี้ได้นะครับ ผมคิดว่าพนักงานในบริษัทเป่หมิงเยอะแยะ พนักงานระดับล่างจนถึงบน ไม่ว่าใครมาเป็นก็เหมาะสมกว่าเธอเยอะเลย ส่วนถ้าอยากจะให้บริษัทเป่หมิงกลับมารุ่งเรืองอีกครั้งแล้วละก็ ถ้าเป็นอย่างนั้นคนที่จะถูกเลือกก็มีจำกัดมาก แน่นอน ว่าการที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับสองของบริษัทอย่างผม และในฐานะที่เป็นหลานคนโตของตระกูลเป่หมิงแล้ว ผมคิดว่าผมเองยิ่งเหมาะสมที่จะขึ้นรับตำแหน่งนี้ ”
***
คำพูดของเป่หมิงยี่เฟิงราวกับว่า ‘ นอกจากผมแล้วยังมีใครที่เหมาะสมกว่าอีก ‘ อย่างไรอย่างงั้น ใบหน้าแถมด้วยรอยยิ้ม สายตาค่อยๆกวาดไปทุกคนที่นั่งอยู่ในห้องประชุม
เห็นพวกเขาบางคนส่งสายตาที่มั่งคงให้กับเขา นี่แสดงให้เห็นว่าพวกเขาเห็นด้วยกับคำพูดของตัวเอง และหมายถึงเมื่อถึงสุดท้ายก็จะโหลด คะแนนให้กับตัวเอง
แน่นอน ยังมีบางคนที่ก้มหน้าไว้ ขมวดคิ้วคิดหนัก คนพวกนี้คงกำลังช่างน้ำหนักผลดีผลเสียอยู่ว่าควรอยู่ฝ่ายไหนดี ระหว่างหลานชายคนโตสายเลือดตรงของตระกูลเป่หมิง หรือว่าผู้หญิงที่ประธานก่อนหน้าได้แต่งตั้งด้วยตัวเองดี ?