ตอนที่ 911
บทที่ 911 พ่อที่ล้มเหลว
October 28, 2026
บทที่ 911 พ่อที่ล้มเหลว
เจ้านายทั้งสองยืนขวางอยู่ที่ประตู ทำให้เขาผู้เป็นเจ้าของบ้านต้องยืนอยู่หน้าประตูไม่สามารถเข้าไปได้…
ภายในบ้านมีภรรยาที่เพิ่งคลอดลูก และยังมีลูกที่ร้องไห้เพราะความหิวอีกด้วย
“คุณผู้หญิง เจ้านาย พวกคุณให้ผมเข้าไปก่อนได้หรือเปล่า…” ในที่สุดฉิงฮัวรวบรวมความกล้าและพูดออกมา
เป่หมิงโม่ถอนมือที่จับตรงขอบประตูกลับมา ปล่อยให้เป็นช่องว่างสำหรับคนๆหนึ่งเดินผ่านไปได้พอดี
กู้ฮอนเองก็หลบไปยังด้านข้าง
เพียงแต่ว่า ครั้งนี้เป่หมิงโม่ไม่ได้ขวางอยู่ที่ประตูอีกแล้ว เพียงแค่เอนพิงกำแพงเล็กน้อย สองมือกอดอกพลางมองไปยังกู้ฮอน
สำหรับคำตอบของเป่หมิงโม่ เธอไม่มีอะไรจะพูดจริงๆ
ในตอนนั้นเธอรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ แต่ก็เป็นเพียงความคิดที่เกิดขึ้นเพียงชั่วประเดี๋ยวประด๋าวเท่านั้น เพราะว่าในเวลานั้นเธอคิดเพียงแค่อยากจะให้เด็กๆอยู่กับตัวเอง
เขาสามารถพบเด็กๆได้โดยชอบธรรม นั่นหมายความว่า ในตอนที่ตนเองไปทำงานช่วงกลางวัน เขาอาจจะเป็นคนว่างงานคนหนึ่ง และยิ่งไปกว่านั้นที่นี่ยังเป็นบ้านของฉิงฮัวเสียอีก ฉิงฮัวไม่สามารถห้ามไม่ให้เขามาได้
ในตอนที่ตนเองไม่ได้อยู่กับเด็กๆช่วงกลางวัน เขาสามารถอยู่กับพวกเด็กได้ตลอดทั้งวัน ถึงแม้ว่าตนเองจะเลิกงานแล้ว เขาก็ยังสามารถอยู่ที่นี่ได้อย่างถูกต้องและเปิดเผย จนกระทั่งถึงเวลาที่เขาต้องการจะพักผ่อน
เช่นนี้แล้วเด็กๆก็จะอาศัยอยู่กับตนเองแค่เพียงในนาม แต่ในความเป็นจริงแล้ว เป่หมิงโม่ใช้เวลาอยู่กับเด็กๆมากกว่าตนเองเสียอีก
วันหนึ่งที่มียี่สิบสี่ชั่วโมง ตนเองมีเวลาอยู่กับลูกๆเพียงครึ่งวันเท่านั้น หรืออาจจะเป็นเพียงแค่หนึ่งในสามของวันด้วยซ้ำไป
***
แสงไฟในห้องรับประทานอาหารของคฤหาสน์ตระกูลฉิง สว่างไสวอย่างมาก ผ้าปูโต๊ะสีขาวบริสุทธิ์ลายดอกไม้ที่ปักด้วยเส้นไหมปูคลุมทั้งโต๊ะ
ภายในจานสีขาวอันสวยงามวิจิตรอุดมไปด้วยอาหารสเลิศร้อนๆ บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารที่ถูกจัดวางอย่างเรียบร้อย
เก้าอี้พนักสูงเจ็ดตัวถูกจัดวางไว้อย่างเรียบร้อยทั้งสองข้าง
ด้านหนึ่งมีฉิงฮัวนั่งอยู่หัวแถว ตามด้วยลั่วเฉียวและแอนนิ แน่นอนว่ามีทารกแรกเกิดตัวน้อยๆอยู่ในอ้อมแขนของลั่วเฉียว
อีกด้านหนึ่งนำด้วยเป่หมิงโม่ ข้างๆคือกู้ฮอน
และที่นั่งอิงแอบอยู่กับเธอ เป็นจิ่วจิ่วที่แอบชำเลืองมองไปทางเป่หมิงโม่ในบางเวลา และมีเฉิงเฉิงที่นั่งตัวตรงเป็นพิเศษ และหยางหยางที่กำลังนั่งจ้องน่องไก่ด้วยแววตาที่ลุกโชน
ภาพเหตุการณ์ตรงหน้าเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ยาก
ลั่วเฉียวที่อุ้มทารกน้อยอยู่ เธอใช้แขนสะกิดสามีที่นั่งอยู่ข้างๆเบาๆ จากนั้นจึงส่งสายตาให้เขาไปหนึ่งครั้ง
เพียงแต่ว่าฉิงฮัวที่เห็นได้ชัดว่าเป็นเจ้าของบ้านคนนี้ กลับดูระแวดระวังเสียยิ่งกว่ากู้ฮอนเสียอีก แต่อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าเขาจะเข้าใจในเจตนาบางอย่างของภรรยา
เขาหยิบตะเกียบขึ้นมาและเริ่มทักทายทุกคน : “โอ้ ทุกคนมากินข้าวกันเถอะ”
เพียงแต่ทว่าคำพูดนี้จบลง ก็กลับเข้าสู่ความเงียบงันอีกครั้ง
คราวนี้สายตาของทุกคนล้วนแต่จับจ้องอยู่บนตัวของฉิงฮัว มีเพียงเขาเท่านั้นที่สามารถขยับตะเกียบก่อนในฐานะหัวหน้าครอบครัว แล้วคนอื่นๆจึงสามารถเคลื่อนไหวได้
สิ่งนี้นับว่าเป็นมารยาทและกฎเกณฑ์ชนิดหนึ่ง
“พวกเราจะกินได้ยังไงถ้าคุณไม่ขยับตะเกียบสักที ตางั่ง” ลั่วเฉียวเตือนเขาเสียงเบา
จากนั้นฉิงฮัวจึงได้สติ ภายในห้องนี้เขาเป็นผู้มีสถานะสูงสุด แต่เพราะในความเป็นจริงเขาใช้เวลากับเจ้านายมานานเกินไป ไม่ว่าเรื่องอะไรต้องให้เจ้านายเป็นคนเริ่มก่อน ตนเองเพียงแค่ทำตามเท่านั้น
ตอนนี้ปล่อยให้ตัวเองทำก่อน ยังรู้สึกปรับตัวไม่ได้จริงๆ
เขาหยิบตะเกียบขึ้นมา แล้วคีบผักชิ้นเล็กๆลงในชามข้าวของภรรยา นี่จึงถือว่าได้เริ่มต้นมื้อค่ำอย่างเป็นทางการ
พวกผู้ใหญ่ต่างพากันเริ่มขยับตะเกียบ หยางหยางยอมตามหลังได้ที่ไหนกัน เขารีบคีบน่องไก่ที่มองน้ำลายยืดอยู่นานทันที
แล้วยังมีเสียงของถ้วยชามกระเบื้องกระทบกันเบาๆจนเกิดเสียง “ปึกๆๆๆ” เป็นครั้งคราว
เป่หมิงโม่กินอาหารอย่างสง่างาม แต่กู้ฮอนที่อยู่ข้างๆดูเหมือนจะไม่มีความอยากอาหารเลย ถึงแม้ว่าเธอจะยุ่งมาทั้งวัน และตอนที่กลับบ้านท้องยังร้องโครมคราม
แต่หลังจากที่มีเป่หมิงโม่มาอยู่ข้างกายในตอนนี้ กลับไม่มีความอยากอาหารใดๆเลย ในใจของเธอคิดถึงแต่เรื่องบัญชีความแค้นที่ไม่ยุติธรรมของกันและกันอย่างไม่หยุด
“คุณแม่ น้องสาว วันนี้คุณป้าแอนนิทำอาหารได้ในมาตรฐานที่ยอดเยี่ยมมาก พวกแม่เอาแต่นิ่งอึ้งไม่กินได้ยังไงครับ?” หยางหยางถือน่องไก่ไว้ในมือ ในปากมันเยิ้มไปด้วยน้ำมัน
กู้ฮอนได้สติคืนมาอย่างรวดเร็ว เธอหันไปมองเด็กหญิงตัวเล็กๆที่อยู่ข้างๆ และมองไปที่ใบหน้าเล็กๆที่กำลังประหม่าอย่างเห็นได้ชัด
นี่เป็นครั้งแรกที่ได้กินข้าวร่วมกับพ่อ และที่ยิ่งไปกว่านั้นคือเงามืดที่แม่ได้ปลูกไว้ในใจของหนูน้อยยังไม่ถูกกำจัดออกไป
“ลูกน้อยจ๋า ไม่ต้องกลัวหรอกนะ แม่คอยอยู่ข้างๆหนูนะจ๊ะ”
เมื่อได้ยินกู้ฮอนปลอบโยนลูกสาวตัวน้อยของตนเอง เป่หมิงโม่ที่ใช้ตะเกียบคีบอาหารอยู่ก็ชะงักลงไปเล็กน้อย ฟังยังไงมันก็ไม่รื่นหูเอาเสียเลย ราวกับว่าเขาไม่ใช่คนดียังไงยังงั้น